Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

III: สิ้นสุดหน้าที่ของโยชูวา

ก: การเดินทางกลับของเผ่าทางฟากตะวันออก

คำถามเรื่องพระแท่นa

เผ่าจากทางฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนถูกส่งกลับ

22 1หลังจากนั้น โยชูวาได้เรียกชุมนุมคนเผ่ารูเบน กาดและครึ่งเผ่ามนัสเสห์ 2และกล่าวกับพวกเขาว่า 'พวกท่านได้ปฏิบัติตามทุกสิ่งที่โมเสส ข้ารับใช้ของพระยาห์เวห์ ได้สั่งพวกท่าน และเมื่อใดก็ตามที่ข้าพเจ้าให้คำสั่งอย่างหนึ่ง พวกท่านได้ฟังข้าพเจ้า 3พวกท่านไม่ได้ทอดทิ้งพี่น้อง ตั้งแต่นานนมมาจนถึงปัจจุบัน โดยถือตามพระบัญญัติของพระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกท่านเสมอ 4บัดนี้ที่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกท่านได้ประทานการหยุดพักให้กับพี่น้องของพวกท่านแล้ว ตามที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้กับพวกเขา จงกลับไปเต็นท์ของพวกท่าน ไปยังประเทศในส่วนที่เป็นของพวกท่าน ซึ่งโมเสส ข้ารับใช้ของพระยาห์เวห์ได้ให้พวกท่านทางอีกด้านหนึ่งของแม่น้ำจอร์แดน 5แต่พึงให้ความเอาใจใส่เป็นพิเศษที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติและกฎหมายซึ่งโมเสส ข้ารับใช้ของพระยาห์เวห์ได้ให้ไว้ ได้แก่จงรักพระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกท่าน และติดตามหนทางของพระองค์เสมอ ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ จงรักภักดีต่อพระองค์และรับใช้พระองค์จนสุดดวงใจและสุดจิตวิญญาณของพวกท่าน'

6โยชูวาได้อวยพรพวกเขาและส่งพวกเขากลับไป พวกเขาไปกลับบ้านไปยังเต็นท์ของตน

7แก่คนครึ่งเผ่าของมนัสเสห์ โมเสสได้ยกดินแดนในบาชานให้ แก่อีกครึ่งหนึ่ง โยชูวาได้แบ่งดินแดนส่วนหนึ่งให้อยู่ท่ามกลางพี่น้องของพวกเขาทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน ขณะที่โยชูวาส่งพวกเขากลับบ้านไปยังเต็นท์ของพวกเขา เขาได้อวยพรพวกเขา 8และกล่าวกับพวกเขาว่า 'พวกท่านกำลังจะกลับไปยังเต็นท์ของพวกท่านพร้อมกับทรัพย์สมบัติมากมาย ฝูงสัตว์จำนวนมาก เงิน ทองคำ ทองสัมฤทธิ์และเหล็ก และเสื้อผ้าอีกจำนวนมาก จงแบ่งปันสิ่งที่ยึดได้จากพวกศัตรูให้กับพี่น้องของพวกท่านด้วย'

การสร้างพระแท่นริมแม่น้ำจอร์แดน

9คนเผ่ารูเบน กาดและคนมนัสเสห์ครึ่งเผ่าได้กลับไปบ้าน โดยปล่อยชาวอิสราเอลไว้ที่ชิโลห์ในคานาอัน และมุ่งหน้าไปยังกิเลอาด ซึ่งเป็นดินแดนของพวกเขาตามรับสั่งของพระยาห์เวห์ที่ทรงให้ไว้โดยทางโมเสส 10ขณะที่พวกเขามาถึงเกลีโลทใกล้กับแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งยังอยู่ในดินแดนคานาอัน คนเผ่ารูเบน กาดและมนัสเสห์ครึ่งเผ่าได้สร้างพระแท่นหนึ่งหลังที่นั่นข้างแม่น้ำจอร์แดน เป็นพระแท่นขนาดใหญ่แลดูโอ่โถงยิ่งนัก

11เหตุการณ์นี้เลื่องลือจนชาวอิสราเอลได้ยิน มีการพูดกันทั่วไปว่า 'ดูสิ คนเผ่ารูเบน กาดและมนัสเสห์ครึ่งเผ่าได้สร้างพระแท่นหลังนี้ทางฝั่งคานาอัน ใกล้เกลีโลทริมฝั่งแม่น้ำจอร์แดน ทางฝั่งของชาวอิสราเอล'

12เมื่อได้ยินข่าวนี้ หมู่คณะชาวอิสราเอลได้ระดมกำลังไปที่ชิโลห์ เพื่อเดินทัพไปต่อสู้และทำสงครามกับพวกเขา

คำตำหนิเผ่าที่อยู่ทางฟากตะวันออก

13ชาวอิสราเอลได้จัดส่งสมณะฟีเนหัส บุตรของเอเลอาซาร์ ไปถึงคนเผ่ารูเบน กาดและมนัสเสห์ครึ่งเผ่า ที่กิเลอาด 14มีคนไปกับเขาสิบคน โดยเลือกจากครอบครัวชั้นนำจากแต่ละเผ่าของอิสราเอลครอบครัวละหนึ่งคน แต่ละคนเป็นหัวหน้าครอบครัวในตระกูลของอิสราเอล 15เมื่อมาถึงคนเผ่ารูเบน กาดและมนัสเสห์ครึ่งเผ่าที่กิเลอาดแล้ว พวกเขาได้กล่าวว่าดังนี้

16'หมู่คณะชาวอิสราเอลทั้งหมดได้กล่าวดังนี้ "พวกท่านหมายความว่าอะไรที่ได้ทำสิ่งที่เป็นการผิดต่อความซื่อสัตย์ดังนี้b ที่พวกท่านได้กระทำต่อพระเจ้าของอิสราเอล โดยเวลานี้ได้ปฏิเสธความจงรักภักดีต่อพระยาห์เวห์และสร้างพระแท่นขึ้นสำหรับพวกท่านเองโดยมีความตั้งใจที่จะกบฏต่อพระยาห์เวห์?

17'ความผิดที่พวกเราได้กระทำที่เปโอร์เป็นเรื่องเล็กน้อยหรือ -แม้ว่าพวกเรายังไม่สามารถชำระตัวให้บริสุทธิ์มาจนถึงบัดนี้ แม้ว่าจะต้องประสบกับภัยพิบัติที่มากวาดล้างหมู่คณะของพระยาห์เวห์แล้วก็ตาม- 18แล้วพวกท่านมาปฏิเสธความจงรักภักดีต่อพระยาห์เวห์อีกได้อย่างไร? เพราะถ้าพวกท่านกบฏต่อพระองค์ในวันนี้ พรุ่งนี้ พระพิโรธของพระองค์จะลุกร้อนขึ้นกับหมู่คณะของอิสราเอลทั้งหมด

19'ประเทศที่พวกท่านตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นสถานที่ต้องมลทินหรือ? ถ้าเป็นเช่นนั้น จงข้ามเข้าไปในประเทศที่พระยาห์เวห์ได้ทรงตั้งสถานประทับเถิด ที่ซึ่งที่ประทับของพระองค์เวลานี้ตั้งอยู่ และเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่กับพวกเรา แต่จงอย่ากบฏต่อพระยาห์เวห์ หรือนำพวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับการกบฏของพวกท่านโดยการสร้างพระแท่นขึ้นเป็นคู่แข่งกับพระแท่นของพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเรา 20เมื่ออาคาน บุตรของเศราห์ไม่ซื่อสัตย์ต่อคำสาปแช่งให้ถูกทำลาย การลงโทษไม่ได้เกิดขึ้นกับหมู่คณะของอิสราเอลทั้งหมดหรือ แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ทำผิดเพียงผู้เดียวก็ตาม? ไม่ใช่เขาเพียงผู้เดียวที่ต้องตายเพราะความผิดที่เขาได้กระทำ'"

เผ่าทางฟากตะวันออกอธิบายเหตุผลของการกระทำของพวกเขา

21คนเผ่ารูเบน กาดและครึ่งเผ่ามนัสเสห์ได้พูดขึ้นบ้างและตอบพวกหัวหน้าตระกูลของอิสราเอล

22'พระเจ้าแห่งพระเจ้าทั้งหลายc พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งพระเจ้าทั้งหลาย พระยาห์เวห์ทรงทราบดี และขอให้อิสราเอลจงทราบไว้ด้วยว่า ถ้าหากได้มีการกบฏหรือความไม่ซื่อสัตย์ต่อพระยาห์เวห์เกิดขึ้นในส่วนของพวกเราจริง ขอพระองค์ทรงอย่าช่วยเราให้รอดในวันนี้! 23และถ้าหากพวกเราได้สร้างพระแท่นขึ้นด้วยเจตนาที่จะปฏิเสธความจงรักภักดีต่อพระยาห์เวห์ และที่จะถวายเครื่องเผาบูชาและเครื่องเซ่นบูชาหรือเครื่องบูชาสัมพันธ์บนพระแท่นนั้น ขอพระยาห์เวห์ทรงเรียกพวกเขาไปให้การต่อการกระทำเถิด! 24ความจริงมีอยู่ว่า พวกเราได้กระทำดังนี้เพื่อเป็นมาตรการล่วงหน้า ในอนาคต ลูกหลานของพวกท่านอาจจะกล่าวกับลูกหลานของพวกเราว่า "พวกท่านมีความเกี่ยวข้องอย่างใดกับพระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอล? 25พระยาห์เวห์ได้ทรงกำหนดพรมแดนที่แม่น้ำจอร์แดนเพื่อกั้นระหว่างพวกเรากับพวกท่านไม่ใช่หรือ พวกท่านที่เป็นคนเผ่ารูเบนและกาด? พวกท่านไม่มีส่วนแบ่งในพระยาห์เวห์" เมื่อเป็นเช่นนั้น ลูกหลานของพวกท่านจะกลับเป็นสาเหตุทำให้เราเลิกเกรงกลัวพระยาห์เวห์

26'ดังนั้น พวกเราจึงกล่าวกันว่า "เราสร้างพระแท่นนี้เถิด แต่ไม่ใช่เพื่อถวายเครื่องเผาบูชาหรือเครื่องบูชาอื่นใด 27แต่เพียงเพื่อเป็นพยานระหว่างพวกเรากับพวกท่าน และระหว่างพวกลูกหลานของพวกเราที่จะมาภายหลัง เป็นการยืนยันว่า พวกเราก็มีสิทธิที่จะนมัสการพระยาห์เวห์ ต่อพระพักตร์พระองค์ ด้วยเครื่องเผาบูชา เครื่องบูชาและเครื่องบูชาสัมพันธ์ของเราด้วย ดังนั้น ในอนาคต ลูกหลานของพวกท่านจะกล่าวกับลูกหลานของพวกเราไม่ได้ว่า พวกท่านไม่มีส่วนร่วมในพระยาห์เวห์" 28เรายังพูดกันอีกว่า "หากเกิดว่า พวกเขากล่าวดังนี้กับเราหรือกับลูกหลานของพวกเราในอนาคตจริง พวกเราจะตอบว่า จงดูสิ่งปลูกสร้างนี้ จงดูพระแท่นของพระยาห์เวห์ ที่บรรพบุรุษของพวกเราได้สร้างไว้ ไม่ใช่เพื่อถวายเครื่องเผาบูชาหรือเครื่องบูชาอื่น แต่เพื่อเป็นพยานหลักฐานระหว่างพวกเรากับพวกท่าน" 29มันไม่อยู่ในความคิดของพวกเราแม้แต่น้อยที่จะคิดกบฏต่อพระยาห์เวห์ หรือที่เวลานี้จะปฏิเสธความจงรักภักดีต่อพระยาห์เวห์ด้วยการสร้างพระแท่นขึ้นเพื่อถวายเครื่องเผาบูชา เครื่องเซ่นบูชาหรือเครื่องบูชาใด ๆ เพื่อเป็นคู่แข่งกับพระแท่นของพระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกเราที่ตั้งอยู่หน้าสถานประทับของพระองค์!'

สันติภาพได้รับการฟื้นฟู

30เมื่อสมณะฟีเนหัส บรรดาผู้นำของหมู่คณะและหัวหน้าตระกูลของอิสราเอลซึ่งอยู่กับเขาได้ยินคำเหล่านี้ที่ชาวกาด รูเบนและครึ่งเผ่ามนัสเสห์กล่าว พวกเขาได้เห็นด้วยกับพวกเขา 31สมณะฟีเนหัส บุตรของเอเลอาซาร์ จึงกล่าวกับคนรูเบน กาดและมนัสเสห์ว่า 'วันนี้ เราเห็นแล้วว่า พระยาห์เวห์สถิตอยู่กับเรา เนื่องจากพวกท่านไม่ได้ทำผิดโดยไม่ซื่อสัตย์ต่อพระยาห์เวห์ในเรื่องนี้ มันหมายความว่า พวกท่านได้ทำให้ชาวอิสราเอลรอดพ้นจากพระหัตถ์การแก้แค้นของพระยาห์เวห์'

32สมณะฟีเนหัส บุตรของเอเลอาซาร์และบรรดาผู้นำได้เดินทางจากคนเผ่ารูเบนและกาด กลับจากกิเลอาดไปยังคานาอันและไปหาชาวอิสราเอล ซึ่งพวกเขาได้รายงานคำตอบให้ทราบ 33ชาวอิสราเอลรู้สึกพอใจเมื่อได้ยินดังนี้ ชาวอิสราเอลกล่าวขอบพระคุณพระเจ้า และไม่ได้พูดถึงการเดินทัพไปทำสงครามกับพวกเขาและกวาดล้างประเทศที่คนรูเบนและกาดอาศัยอยู่อีกเลย 34คนเผ่ารูเบนและกาดได้เรียกพระแท่นว่า..d พวกเขากล่าวว่า 'เพราะพระแท่นนี้จะเป็นพยานระหว่างพวกเราว่า พระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้า'


22a บทที่ 22 มาจากตำนานหลายสาย ก) ข้อ 1-6 มาจากตำนานเฉลยธรรมบัญญัติและสอดคล้องกับ 1:12-18; ข) ข้อ 7-9 เป็นเรื่องเกี่ยวกับชนเผ่ามนัสเสห์ครึ่งเผ่า ซึ่งต่อเติมเข้ามาในภายหลัง ค) ข้อ 10-34 ได้รับการเรียบเรียงใหม่จากตำนานสงฆ์ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวทั้งหมดในบทนี้ได้มาจากตำนานโบราณและสะท้อนการชิงดีกันระหว่างสักการสถานที่เมืองชิโลห์ (ข้อ 9 และ 12) รวมทั้งบรรดาสมณะที่นั่น (ดู ข้อ 13ฯ; 30ฯ) กับชนเผ่าทางฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งเผ่าอื่นๆอาจรู้สึกว่า เขตแผ่นดินแห่งพระสัญญา ซึ่งสิ้นสุดลงที่แม่น้ำจอร์แดน

b การที่ชนเผ่ารูเบนและกาดสร้างพระแท่นบูชาถูกตำหนิที่นี่และในข้อ 19 ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายที่กำหนดให้มีสักการสถานเพียงแห่งเดียว (ฉธบ 12:5) แต่โดยแท้จริงแล้วกฎข้อนี้ถูกกำหนดขึ้นเป็นเวลานานมากหลังจากนั้น

c ”พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ” แปลตามตัวอักษรว่า “เอล(พระเจ้า),เอโลฮิม (พระเจ้า)” ทั้งคำว่า “เอล” และ “เอโลฮิม” ก็แปลว่า “พระเจ้า” เช่นเดียวกับ “เอล” เป็นคำโบราณกว่า (ดู ปฐก 33:20; 46:3; กดว 16:22) การใช้พระนามทั้งสองรวมกันเป็นสูตรที่ใช้ในการสาบานหรือสาปแช่ง (ดู ฉธบ 10:17; สดด 50:1; ดนล 11:36)

d “พระแท่นพยาน” ต้นฉบับภาษาฮีบรูและชื่อพระแท่น แต่ต้องเสริมจากข้อความในประโยคต่อไป (เทียบ การอธิบายชื่อ “กีเลอาด” ใน ปฐก 31:47-48)