Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

อุปมาเรื่องคนงานในสวนองุ่นa

        20  1“อาณาจักรสวรรค์เปรียบเหมือนพ่อบ้านผู้หนึ่งซึ่งออกไปตั้งแต่เช้าตรู่  เพื่อจ้างคนงานมาทำงานในสวนองุ่น  2ครั้นได้ตกลงค่าจ้างวันละหนึ่งเหรียญกับคนงานแล้ว ก็ส่งไปทำงานในสวนองุ่น  3ประมาณสามโมงเช้า พ่อบ้านออกมาก็เห็นคนอื่น ๆ ยืนอยู่ที่ลานสาธารณะโดยไม่ทำงาน  4จึงพูดกับคนเหล่านี้ว่า ‘จงไปทำงานในสวนองุ่นของฉันเถิด ฉันจะให้ค่าจ้างตามสมควร’  5คนเหล่านี้ก็ไป พ่อบ้านออกไปอีกประมาณเที่ยงวันและบ่ายสามโมง กระทำเช่นเดียวกัน  6ประมาณห้าโมงเย็น พ่อบ้านออกไปอีก พบคนอื่น ๆ ยืนอยู่ จึงถามเขาว่า ‘ทำไมท่านยืนอยู่ที่นี่ทั้งวันโดยไม่ทำอะไร’ เขาตอบว่า ‘เพราะไม่มีใครมาจ้าง’ พ่อบ้านพูดจึงว่า ‘จงไปทำงานในสวนองุ่นของฉันเถิด’

        8 “ครั้นถึงเวลาค่ำ เจ้าของสวนบอกผู้จัดการว่า ‘ไปเรียกคนงานมา จ่ายค่าจ้างให้เขาโดยเริ่มตั้งแต่คนสุดท้ายจนถึงคนแรก’  9เมื่อพวกที่เริ่มงานเวลาห้าโมงเย็นมาถึง เขาได้รับคนละหนึ่งเหรียญ  10เมื่อคนงานพวกแรกมาถึง เขาคิดว่าตนจะได้รับมากกว่านั้น แต่ก็ได้รับคนละหนึ่งเหรียญเช่นกัน  11ขณะรับค่าจ้างเขาก็บ่นถึงเจ้าของสวนว่า  12‘พวกที่มาสุดท้ายนี้ทำงานเพียงชั่วโมงเดียว ท่านก็ให้ค่าจ้างแก่เขาเท่ากับเรา ซึ่งต้องตรากตรำอยู่กลางแดดตลอดวัน’  13เจ้าของสวนจึงพูดกับคนหนึ่งในพวกนี้ว่า ‘เพื่อนเอ๋ย ฉันไม่ได้โกงท่านเลย ท่านไม่ได้ตกลงกับฉันคนละหนึ่งเหรียญหรือ  14จงเอาค่าจ้างของท่านไปเถิด ฉันอยากจะให้คนที่มาสุดท้ายนี้เท่ากับให้ท่าน  15ฉันไม่มีสิทธิ์ใช้เงินของฉันตามที่ฉันพอใจหรือ ท่านอิจฉาริษยาเพราะฉันใจดีหรือ’

        16“ดังนี้แหละ คนกลุ่มสุดท้ายจะกลับกลายเป็นคนกลุ่มแรก และคนกลุ่มแรกจะกลับกลายเป็นคนกลุ่มสุดท้าย”b

พระเยซูเจ้าทรงทำนายเรื่องพระทรมานเป็นครั้งที่สาม

        17พระเยซูเจ้ากำลังเสด็จขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ทรงพาเฉพาะอัครสาวกสิบสองคนออกไป แล้วตรัสแก่เขาขณะเดินทางว่า  18“บัดนี้ พวกเรากำลังขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบแก่บรรดาหัวหน้าสมณะและบรรดาธรรมาจารย์ เขาจะถูกตัดสินประหารชีวิต  19และจะถูกมอบให้คนต่างชาติสบประมาทเยาะเย้ย โบยตีและนำไปตรึงกางเขน แต่วันที่สามบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพ”

มารดาของบุตรเศเบดีขอสิทธิพิเศษ

        20มารดาของบุตรเศเบดีเข้ามาเฝ้าพระองค์พร้อมกับบุตร นางกราบลงทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระองค์  21พระองค์จึงตรัสถามนางว่า “ท่านต้องการอะไร” นางทูลว่า “ขอพระองค์ทรงอนุญาตให้บุตรทั้งสองคนของข้าพเจ้า นั่งข้างขวาคนหนึ่ง นั่งข้างซ้ายคนหนึ่งในพระอาณาจักรของพระองค์”c  22พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ท่านไม่รู้ว่ากำลังขออะไร ท่านดื่มถ้วยdซึ่งเราจะดื่มได้หรือไม่” เขาทั้งสองทูลตอบว่า “ได้ พระเจ้าข้า”  23พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ท่านจะดื่มถ้วยของเราeแต่การที่จะนั่งข้างขวาหรือข้างซ้ายของเรานั้นไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะให้ แต่สงวนไว้สำหรับผู้ที่พระบิดาของเราทรงจัดเตรียมไว้”f

ผู้นำต้องรับใช้ผู้อื่น

        24เมื่อได้ยินดังนั้น อัครสาวกอีกสิบคนรู้สึกโกรธพี่น้องสองคนนั้น  25พระเยซูเจ้าจึงทรงเรียกทุกคนมาพบ ตรัสว่า “ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่าคนต่างชาติที่เป็นหัวหน้า  ย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้ใหญ่ย่อมใช้อำนาจบังคับ  26แต่ท่านทั้งหลายไม่ควรเป็นเช่นนั้น ผู้ที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่ จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้ผู้อื่น  27และผู้ใดที่ปรารถนาจะเป็นคนที่หนึ่งในบรรดาท่านทั้งหลาย ก็จะต้องทำตนเป็นผู้รับใช้  28เหมือนกับที่บุตรแห่งมนุษย์มิได้มาเพื่อให้ผู้อื่นรับใช้ แต่มาเพื่อรับใช้ผู้อื่น และมอบชีวิตของตนเป็นสินไถ่gเพื่อมวลมนุษย์”h

คนตาบอดสองคนที่เมืองเยรีโค

        29ขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จออกจากเมืองเยรีโคพร้อมกับบรรดาศิษย์ ประชาชนจำนวนมากติดตามพระองค์  30ชายตาบอดสองคนนั่งอยู่ริมทาง เมื่อได้ยินว่าพระเยซูเจ้ากำลังเสด็จผ่านมา เขาก็ร้องตะโกนว่า “ข้าแต่โอรสของกษัตริย์ดาวิด โปรดเมตตาเราเถิด พระเจ้าข้า”  31ประชาชนดุเขาให้เงียบ แต่เขากลับตะโกนดังกว่าเดิม “ข้าแต่โอรสของกษัตริย์ดาวิด โปรดเมตตาเราเถิด พระเจ้าข้า”  32พระเยซูเจ้าทรงหยุดและทรงเรียกทั้งสองคน ตรัสถามว่า “ท่านอยากให้เราทำอะไรให้”  33คนตาบอดทั้งสองคนทูลตอบว่า “พระเจ้าข้า ขอให้ตาของเรามองเห็นได้เถิด”  34พระเยซูเจ้าทรงสงสาร  ทรงสัมผัสนัยน์ตาของเขา ทันใดนั้น เขากลับมองเห็น และติดตามพระองค์ไป

20 a เจ้าของสวนองุ่นออกไปจ้างคนงานหลายครั้งตั้งแต่เช้าถึงเย็น และให้ค่าจ้างเต็มวันแก่ทุกคน เขาใจดีต่อบางคนโดยไม่ได้ผิดความยุติธรรมต่อใคร พระเจ้าก็ทรงปฏิบัติเช่นนั้น พระองค์ทรงนำคนที่มาช้า เข้าในพระอาณาจักรของพระองค์ หมายถึงคนบาปและคนต่างศาสนา ส่วนชาวยิวที่ได้รับเรียกเข้ามาก่อน ก็มิได้ถูกริดรอนสิทธิแต่ประการใด

b สำเนาโบราณบางฉบับเสริมว่า “เพราะว่าคนที่ถูกเรียกมีมาก แต่คนที่ได้รับเลือกมีน้อย” อาจคัดมาจาก 22:14

c บรรดาอัครสาวกคาดหวังว่าอาณาจักรของพระเยซูเจ้าจะปรากฏมาอย่างรุ่งโรจน์ในไม่ช้า แต่ปรากฏการณ์เช่นนี้สงวนไว้สำหรับการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสตเจ้า (ดู 4:17 เชิงอรรถ f; กจ 1:6 เชิงอรรถ h)

d ”ถ้วย” ในพระคัมภีร์เป็นคำเปรียบ(เทียบ หมายถึง “การรับทรมาน” (ดู อสย 51:17) ณ ที่นี้ หมายถึงการรับทรมานที่กำลังจะมาถึงของพระเยซูเจ้า

e ยากอบ บุตรของเศเบดี ถูกกษัตริย์เฮโรดอากริปปาประหารราวปี ค.ศ. 44 (กจ 12:2) ส่วนยอห์นน้องชาย แม้ว่าจะไม่ได้ถูกประหารเป็นมรณสักขี แต่ก็มีส่วนร่วมรับความทุกข์ทรมานของพระเยซูเจ้าไม่น้อยเช่นกัน

f ภารกิจของพระเยซูเจ้าบนแผ่นดินนี้มิใช่ประทานรางวัลให้มนุษย์ แต่รับทรมานเพื่อนำความรอดพ้นมาให้มวลมนุษย์ (ดู ยน 3:17; 12:47)

g เมื่อมนุษย์ทำบาป ธรรมบัญญัติเรียกร้องให้ต้องรับโทษถึงตาย มนุษย์จึงเป็นเสมือนลูกหนี้ของพระยุติธรรมของพระเจ้า (ดู  รม 8:3-4; 1คร 15:56; 2 คร 3:7,9; กท 3:13 พร้อมเชิงอรรถ) เพื่อไถ่มนุษย์ให้พ้นจากการเป็นทาสของบาปและความตาย (รม 3:24 เชิงอรรถ j) พระเยซูเจ้าต้องหลั่งพระโลหิตเป็นค่าไถ่และชำระหนี้ (1 คร 6:20; 7:23; กท 3:13; 4:5 พร้อมเชิงอรรถ) เมื่อทรงสิ้นพระชนม์เช่นนี้แทนคนบาป พระองค์ก็ทรงทำให้บทบาทของ “ผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์” เป็นความจริง (อสย 53) คำว่า “มวลมนุษย์” ภาษาฮีบรูว่า “คนจำนวนมาก” (อสย 53:11ฯ, 11 เชิงอรรถ h) คำว่า “จำนวนมาก” ในภาษาฮีบรูเน้นถึงจำนวนของผู้รับการกอบกู้ว่ามีมาก ตรงข้ามกับพระผู้กอบกู้ซึ่งมีเพียงพระองค์เดียว มิได้หมายความว่า จำนวนของผู้รับการกอบกู้มีจำนวนจำกัดด้วย (รม 5:6-21 ดู มธ 26:28 เชิงอรรถ i)

h สำเนาโบราณบางฉบับเพิ่มข้อความต่อไปนี้ ซึ่งอาจคัดมาจากคัมภีร์นอกสารบบว่า “สำหรับท่านทั้งหลาย จากผู้ต่ำต้อย จงพยายามเป็นผู้ยิ่งใหญ่ และจากผู้ยิ่งใหญ่ จงทำตนเป็นผู้ต่ำต้อย เมื่อท่านได้รับเชิญไปงานเลี้ยง จงอย่าไปนั่งในที่มีเกียรติ เพราะอาจมีบุคคลสำคัญกว่าท่านมาในงานนั้น แล้วพนักงานจะมาบอกท่านว่า ‘จงไปนั่งที่ต่ำกว่านี้เถิด’ และท่านจะต้องรับความอับอาย จงไปนั่งที่สุดท้ายและถ้ามีบุคคลสำคัญน้อยกว่าท่านมาในงาน พนักงานจะมาบอกท่านว่า ‘เชิญท่านไปนั่งที่มีเกียรติมากกว่าเถิด’ และท่านก็จะได้รับเกียรติ” (เทียบ ลก 14:8-10)

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย