Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

ข.  คำเทศนาเป็นอุปมา
บทนำ

13  1วันเดียวกันนั้นaพระเยซูเจ้าเสด็จออกจากบ้านมาประทับที่ริมทะเลสาบ 2ประชาชนจำนวนมากมาเฝ้าพระองค์ พระองค์จึงเสด็จไปประทับอยู่ในเรือ ส่วนประชาชนยืนอยู่บนฝั่ง  3พระองค์ตรัสสอนเขาหลายเรื่องเป็นอุปมาb

อุปมาเรื่องผู้หว่าน

พระองค์ตรัสว่า “จงฟังเถิด ชายคนหนึ่งออกไปหว่านเมล็ดพืช  4ขณะที่เขากำลังหว่านอยู่นั้น บางเมล็ดตกอยู่ริมทางเดิน นกก็จิกกินจนหมด  5บางเมล็ดตกบนพื้นหินที่มีดินเล็กน้อย ก็งอกขึ้นทันทีเพราะดินไม่ลึก  6แต่เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ก็ถูกเผาและเหี่ยวแห้งไปเพราะไม่มีราก  7บางเมล็ดตกในพงหนาม ต้นหนามก็ขึ้นคลุมไว้ ทำให้เหี่ยวเฉาตายไป  8บางเมล็ดตกในที่ดินดี จึงเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง  9ใครมีหูcก็จงฟังเถิด”

เหตุผลที่พระเยซูเจ้าตรัสเป็นอุปมา

10บรรดาศิษย์เข้ามาทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “ทำไมพระองค์ตรัสแก่พวกเขาเป็นอุปมาเล่า”  11พระองค์ทรงตอบว่า “พระเจ้าประทานธรรมล้ำลึกเรื่องอาณาจักรสวรรค์ให้ท่านทั้งหลายรู้ แต่ไม่ได้ประทานให้แก่ผู้อื่น  12เพราะผู้ที่มีมากจะได้รับมากขึ้นจนเหลือเฟือ ส่วนผู้ที่มีน้อย จะถูกริบสิ่งเล็กน้อยที่มีไปด้วยd  13เพราะฉะนั้น เรากล่าวแก่คนเหล่านี้เป็นอุปมา ถึงพวกเขามองดู ก็ไม่เห็น ถึงฟังก็ไม่ได้ยินและไม่เข้าใจe  14สำหรับคนเหล่านี้ คำทำนายของประกาศกอิสยาห์ก็เป็นความจริง ที่ว่า

ท่านทั้งหลายจะฟังแล้วฟังเล่า แต่จะไม่เข้าใจ

จะมองแล้วมองเล่า แต่จะไม่เห็น

15เพราะจิตใจของประชาชนนี้แข็งกระด้าง

เขาทำหูทวนลม และปิดตาเสีย

เพื่อไม่ต้องมองด้วยตา ไม่ต้องฟังด้วยหู

จะได้ไม่เข้าใจ

จะได้ไม่ต้องกลับใจ เราจะได้ไม่ต้องรักษาเขา

16“ส่วนท่านทั้งหลาย ตาของท่านเป็นสุขที่มองเห็น หูของท่านเป็นสุขที่ได้ฟัง 17เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ประกาศกและผู้ชอบธรรมfจำนวนมากปรารถนาจะเห็นสิ่งที่ท่านได้เห็นอยู่ แต่ก็ไม่ได้เห็น ปรารถนาจะได้ฟังสิ่งที่ท่านฟังอยู่ แต่ก็ไม่ได้ฟัง

คำอธิบายอุปมาเรื่องผู้หว่าน

18“เพราะฉะนั้น จงฟังความหมายของอุปมาเรื่องผู้หว่านเถิด  19เมื่อคนหนึ่งฟังพระวาจาเรื่องพระอาณาจักรและไม่เข้าใจ มารร้ายก็มาและถอนสิ่งที่หว่านgลงในใจของเขาไปเสีย นั่นได้แก่ เมล็ดที่ตกริมทาง  20เมล็ดที่ตกบนหินคือผู้ฟังพระวาจาและมีความยินดีรับไว้ทันที  21แต่เขาไม่มีรากในตัว จึงไม่มั่นคง เมื่อเผชิญความยากลำบากหรือถูกเบียดเบียนเพราะพระวาจานั้น เขาก็ยอมแพ้ทันที  22เมล็ดที่ตกในพงหนามหมายถึงบุคคลที่ฟังพระวาจา แต่ความวุ่นวายในทางโลก ความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติ เข้ามาบดบังพระวาจาไว้ จึงไม่เกิดผล  23ส่วนเมล็ดที่หว่านลงในดินดี หมายถึงบุคคลที่ฟังพระวาจาและเข้าใจ จึงเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง”

อุปมาเรื่องข้าวละมาน

24พระเยซูเจ้าทรงเล่าเป็นอุปมาอีกเรื่องหนึ่งให้พวกเขาฟังว่า “อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับชายคนหนึ่งที่หว่านข้าวพันธุ์ดีในนาของตน  25ขณะที่ทุกคนนอนหลับ ศัตรูก็มาหว่านข้าวละมานทับลงบนข้าวสาลีแล้วจากไป  26เมื่อต้นข้าวงอกขึ้นจนออกรวง ข้าวละมานก็ปรากฏแซมอยู่ด้วย  27บรรดาผู้รับใช้จึงไปหานายถามว่า ‘นายครับ นายหว่านข้าวพันธุ์ดีในนามิใช่หรือ แล้วข้าวละมานมาจากที่ใดเล่า’ 28นายตอบว่า ‘ศัตรูมาหว่านไว้’ ผู้รับใช้จึงถามว่า ‘นายต้องการให้เราไปถอนมันไหม’  29นายตอบว่า ‘อย่าเลย เกรงว่าเมื่อท่านถอนข้าวละมาน ท่านจะถอนข้าวสาลีติดมาด้วย  30จงปล่อยให้ข้าวสองชนิดงอกงามขึ้นด้วยกันจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว แล้วฉันจะบอกคนเก็บเกี่ยวว่า จงเก็บข้าวละมานก่อน มัดเป็นฟ่อน เผาไฟเสีย ส่วนข้าวสาลีนั้น จงเก็บเข้ายุ้งของฉัน’”

อุปมาเรื่องเมล็ดมัสตาร์ด

31พระองค์ตรัสเป็นอุปมาอีกเรื่องหนึ่งว่า “อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับเมล็ดมัสตาร์ดซึ่งมีผู้นำไปหว่านในนา  32และเป็นเมล็ดเล็กกว่าเมล็ดทั้งหลาย แต่เมื่อเมล็ดงอกขึ้นเป็นต้นแล้ว กลับมีขนาดโตกว่าต้นผักอื่น ๆ  และกลายเป็นต้นไม้ จนกระทั่งนกในอากาศมาทำรังอาศัยบนกิ่งได้”

อุปมาเรื่องเชื้อแป้ง

33พระองค์ยังตรัสเป็นอุปมาอีกเรื่องหนึ่งว่า

“อาณาจักรสวรรค์ยังเปรียบได้กับเชื้อแป้งที่หญิงคนหนึ่งนำมาเคล้าผสมกับแป้งสามถัง จนแป้งทั้งหมดฟูขึ้น”h

เหตุผลที่พระเยซูเจ้าทรงสอนเป็นอุปมา

34พระเยซูเจ้าตรัสเรื่องทั้งหมดนี้แก่ประชาชนเป็นอุปมา พระองค์ไม่ตรัสสิ่งใดกับเขาโดยไม่ใช้อุปมา  35ทั้งนี้ เพื่อให้พระดำรัสที่ตรัสไว้ทางประกาศกเป็นความจริงว่า

เราจะเปิดปากกล่าวเป็นอุปมา

เราจะกล่าวเรื่องที่ยังไม่เคยเปิดเผยตั้งแต่สร้างโลกi

คำอธิบายอุปมาเรื่องข้าวละมาน

36หลังจากนั้น พระองค์ทรงแยกจากประชาชนเข้าไปในบ้าน บรรดาศิษย์จึงเข้ามาทูลว่า “โปรดอธิบายอุปมาเรื่องข้าวละมานในนาเถิด”  37พระองค์ตรัสว่า “ผู้หว่านเมล็ดพันธุ์ดีคือบุตรแห่งมนุษย์38ทุ่งนาคือโลก เมล็ดพันธุ์ดีคือพลเมืองแห่งพระอาณาจักร ข้าวละมานคือพลเมืองของมารร้ายj  39ศัตรูที่หว่านคือปีศาจ ฤดูเก็บเกี่ยวคือเวลาอวสานแห่งโลก ผู้เก็บเกี่ยวคือทูตสวรรค์

40“ข้าวละมานถูกมัดเผาไฟฉันใด เวลาอวสานแห่งโลกก็จะเป็นฉันนั้น  41บุตรแห่งมนุษย์จะทรงใช้ทูตสวรรค์ของพระองค์มารวบรวมทุกสิ่งที่ทำให้หลงผิดและทุกคนที่ประกอบการอธรรม ให้ออกจากพระอาณาจักร  42แล้วเอาไปทิ้งในกองไฟ ที่นั่น จะมีแต่การร่ำไห้คร่ำครวญ และขบฟันด้วยความขุ่นเคือง  43ส่วนผู้ชอบธรรมจะส่องแสงเหมือนดวงอาทิตย์ในพระอาณาจักรของพระบิดาkใครมีหูก็จงฟังเถิด”

อุปมาเรื่องขุมทรัพย์  และเรื่องไข่มุกl

44“อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในทุ่งนา คนที่พบก็ฝังซ่อนสมบัตินั้น และยินดีกลับไปขายทุกสิ่งที่มี นำเงินมาซื้อนาแปลงนั้น

45“อาณาจักรสวรรค์ยังเปรียบได้อีกกับพ่อค้าที่แสวงหาไข่มุกเม็ดงาม  46เมื่อได้พบไข่มุกที่มีค่าสูง เขาจะไปขายทุกสิ่งที่มี นำเงินมาซื้อไข่มุกเม็ดนั้น

อุปมาเรื่องอวน

47“อาณาจักรสวรรค์ยังเปรียบได้อีกกับอวนที่หย่อนลงในทะเล ติดปลาทุกชนิด 48เมื่ออวนเต็มแล้ว ชาวประมงจะลากขึ้นฝั่ง นั่งลงเลือกปลาดีใส่ตะกร้า ส่วนปลาเลวก็โยนทิ้งไป  49เมื่อถึงเวลาสิ้นโลกก็จะเป็นเช่นนี้ เมื่อถึงคราวสิ้นโลก ทูตสวรรค์จะมาแยกคนชั่วออกจากคนชอบธรรม 50ทิ้งคนชั่วลงในขุมไฟ ที่นั่น จะมีแต่การร่ำไห้คร่ำครวญและขบฟันด้วยความขุ่นเคือง”

สรุป

51“ท่านทั้งหลายเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้หรือไม่” บรรดาศิษย์ทูลตอบว่า “เข้าใจแล้ว” 

52พระองค์จึงตรัสว่า “ดังนั้น ธรรมาจารย์ทุกคนที่มาเป็นศิษย์แห่งอาณาจักรสวรรค์ก็เหมือนกับเจ้าบ้านที่นำทั้งของใหม่และของเก่าออกจากคลังของตน”m

V พระศาสนจักรเป็นผลแรกแห่งอาณาจักรสวรรค์

ก. เรื่องเล่า

พระเยซูเจ้าเสด็จเยี่ยมเมืองนาซาเร็ธ

53เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสเรื่องอุปมาเหล่านี้จบแล้ว พระองค์เสด็จออกจากที่นั่น  54มายังถิ่นกำเนิดของพระองค์nทรงสั่งสอนในศาลาธรรมของชาวยิว ประชาชนต่างประหลาดใจและพูดว่า “คนนี้เอาปรีชาญาณและอำนาจทำอัศจรรย์มาจากที่ใด

55เขาเป็นลูกช่างไม้มิใช่หรือ แม่ของเขาชื่อมารีย์ พี่ชายน้องชายของเขามิใช่ยากอบ โยเซฟ ซีโมน และยูดาหรือ  56พี่สาวน้องสาวทุกคนของเขาก็อยู่กับเรามิใช่หรือ  เขาไปได้สิ่งเหล่านี้มาจากที่ใด”  57คนเหล่านี้รู้สึกสะดุดใจและไม่ยอมรับพระองค์ พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า “ประกาศกย่อมไม่ถูกเหยียดหยามนอกจากในถิ่นกำเนิดและในบ้านของตน”  58พระองค์ทรงทำอัศจรรย์ที่นั่นไม่มากนัก เพราะเขาเหล่านั้นไม่มีความเชื่อ

13 a “วันเดียวกันนั้น” เป็นการเปลี่ยนฉากเรื่องเท่านั้น ไม่เป็นการบอกเวลาอย่างชัดเจน

b มธ ต้องการให้มีอุปมาเจ็ดเรื่อง (ดู 6:9 เชิงอรรถ d) จึงคัดอุปมา 2 เรื่องจาก มก และเล่าเพิ่มอีก 5 เรื่อง

c สำเนาโบราณบางฉบับ “สำหรับฟัง” เช่นเดียวกับใน 11:15; 13:43

d สำหรับคนที่มีเจตนาดี ความรู้ที่เขาได้เรียนรู้จากพันธสัญญาเดิม จะเพิ่มพูนและสมบูรณ์ขึ้นในพันธสัญญาใหม่ (เทียบ 5:17,20) ส่วนคนที่มีเจตนาร้ายจะสูญเสียแม้สิ่งที่มีอยู่แล้วคือธรรมบัญญัติของโมเสส ถ้าธรรมบัญญัตินี้ไม่ได้รับความสมบูรณ์จากพระเยซูเจ้า ก็มีแต่จะล้าสมัยไป

e หมายถึงการไม่ยอมฟังโดยเจตนาจึงมีผิด ซึ่งเป็นทั้งสาเหตุและคำอธิบายว่าทำไมพระเจ้าไม่ประทานพระหรรษทานให้ เรื่องเล่าก่อนหน้านี้ทั้งหมดช่วยให้เข้าใจถึงความ “ดื้อรั้น” (11:16-19,20-24; 12:7,14,24-32,34,39,45) เป็นการปูทางเตรียมการเทศน์สอนโดยอุปมา พระเยซูเจ้าทรงใช้สัญลักษณ์และภาพเปรียบเทียบเพื่อทรงท้าทายผู้ฟังให้พิจารณาไตร่ตรองและเข้าใจเรื่องพระอาณาจักรลึกซึ้งยิ่งขึ้น

f หมายถึงบรรดาประกาศก และผู้ศักดิ์สิทธิ์ในพันธสัญญาเดิม เปาโลเคยกล่าวหลายครั้งถึงระยะเวลาที่ “ธรรมล้ำลึก” ยังมิได้รับการเปิดเผย (รม 16:25; อฟ 3:4-5; คส 1:26; ดู 1 ปต 1:11-12)

g สำนวนแปลก ๆ นี้ เป็นผลมาจากความกำกวมในการตีความอุปมา บางครั้งเปรียบมนุษย์ว่าเป็นพื้นดินที่รับพระวาจา บางครั้งเปรียบมนุษย์เป็นเมล็ดที่หว่าน

h พระอาณาจักรเป็นเหมือนเมล็ดมัสตาร์ดหรือเชื้อแป้ง มีการเริ่มต้นอย่างเงียบ ๆ แต่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นในภายหลัง

i สำเนาโบราณบางฉบับละคำ “โลก”

j “พลเมืองแห่งพระอาณาจักร” “พลเมืองของมารร้าย” แปลตามตัวอักษรว่า “บุตรแห่งพระอาณาจักร” และ “บุตรแห่งมารร้าย” ซึ่งเป็นสำนวนภาษาฮีบรู

k พระบุตรจะทรงมอบผู้ทรงไถ่มา (อาณาจักรพระเมสสิยาห์ ในข้อ 41) ให้แก่พระบิดา และดังนี้พระอาณาจักรแห่งพระบิดาจะคงอยู่ตลอดไป (ดู 25:34; 1 คร 15:24)

l ผู้ที่พบอาณาจักรสวรรค์จะต้องละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อเข้าในอาณาจักรนั้น (ดู 19:21)

m ธรรมาจารย์ชาวยิวที่ยอมเป็นศิษย์ของพระคริสตเจ้ามีทรัพย์สินมากมายอยู่ในมือ คือทั้งคำสอนของพันธสัญญาเดิม และคำสอนเพิ่มเติมของพันธสัญญาใหม่ (ข้อ 12) ภาพนี้ของ “ธรรมาจารย์ที่ยอมเป็นศิษย์” สรุปอุดมการณ์ของมัทธิวผู้นิพนธ์พระวรสาร และอาจเป็นภาพของมัทธิวเองด้วย

n หมายถึงเมืองนาซาเร็ธ เมืองที่พระองค์พำนักอยู่ในวัยเด็ก (ดู 2:23)

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย