Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“เราก็บอกทุกคนด้วยว่า จงตื่นเฝ้าเถิด”

71. จงระวังตัวไว้ให้พร้อม (2)
b) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
          1. เนื้อหาและข้อสรุปทั้งหมดของข้อความนี้คือ “จงระวัง จงตื่นเฝ้าเถิด” เพราะปกติ เรามักปิดตาไม่รับรู้ความชั่วร้าย แต่โดยจริงแล้ว เราต้องเปิดตามองบุตรแห่งมนุษย์ คือพระเยซูเจ้าผู้ประทับอยู่ในสถานการณ์ชั่วร้ายนี้เพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น เราปิดตาไม่กล้ามองความจริงเพราะมีความกลัว และในความกลัวนี้เองมนุษย์ตกอยู่ในสภาพเพ้อฝัน เขาคิดว่าความจริงคือการที่ได้ครอบครอง สิ่งของ บุคคล และพระเจ้า เพื่อจะได้เป็นเหมือนพระเจ้าผู้ทรงเป็นเจ้าของสรรพสิ่งทั้งหมด

นี่คือความเพ้อฝันของมนุษย์ พระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพราะความชั่วร้ายนี้ แต่มนุษย์ดำเนินชีวิตไม่ดี กราบไว้ความเพ้อฝันเหมือนกับว่าเป็นรูปเคารพในใจของตน นี่คือความยากลำบากที่ภาพการของนอนหลับ หรือภาพของเวลาตอนกลางคืนต้องการเน้นเป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องปกติที่เราคิดว่า ในเวลากลางคืนมนุษย์นอนหลับและถ้าผู้ใดง่วงก็นอนหลับ แต่พระวาจาของพระเจ้าเชิญชวนเราให้ปฏิบัติตรงกันข้าม คือแทนที่จะนอนหลับในเวลากลางคืนซึ่งเปรียบเหมือนภาพของความชั่วร้าย เราต้องปฏิบัติตรงกันข้ามคือ ต้องตื่นเฝ้าอยู่เสมอ พยายามมองเห็นบุตรมนุษย์ในทุกสถานการณ์ ดังนั้น สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ การเปิดตามองความเป็นจริงด้วยความระมัดระวัง แล้วตื่นเฝ้าระวัง

          2. การเน้นว่าจงตื่นเฝ้าระวังเพราะเราไม่รู้อย่างแน่นอนว่า เมื่อไรพระเยซูเจ้าจะเสด็จมาอย่างรุ่งโรจน์ เป็นมุมมองในด้านการปฏิบัติของคำปราศรัยทั้งหมดเรื่องอันตวิทยา พระวาจาของพระเยซูเจ้าไม่มีจุดประสงค์ที่จะให้รายละเอียดเรื่องการสิ้นพิภพและเครื่องหมายการสิ้นสุดของโลก แต่ต้องการปลูกฝังทัศนคติความรับผิดชอบของบรรดาผู้มีความเชื่อให้ตื่นเฝ้าระวังอยู่เสมอ การตื่นเฝ้าระวังนี้ตรงกันข้ามกับความบ้าคลั่งของผู้ที่คิดว่าโลกกำลังเข้าสู่การสิ้นพิภพ และตรงกันข้ามกับการเมินเฉยของผู้ที่ไม่สนใจในแผนการของพระเจ้าเกี่ยวกับโลกมนุษย์ พูดอีกนัยหนึ่ง คริสตชนต้องรอคอยการเสด็จมาอย่างรุ่งโรจน์ของพระเยซูเจ้า ผู้จะทรงทำให้โลกบรรลุจุดมุ่งหมายตามที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้

         3. ก่อนหน้านั้น และหลังจากที่พระเยซูเจ้าจะทรง “ถูกแยกไป” พระองค์คงจะทรงยืนที่ประตู เพื่อทรงตรวจสอบหน้าที่ของแต่ละคนที่ได้รับมอบหมายว่า ปฏิบัติสำเร็จแล้วหรือยัง และทรงดูว่าเขาเหล่านั้นกำลังรอคอยการเสด็จมาของพระองค์หรือไม่ พระเยซูเจ้าทรงแนะนำผู้มีความเชื่อให้มีท่าทีนี้ ซึ่งทำให้เขาแตกต่างจากผู้ที่ไม่รอคอยการเสด็จมาของพระองค์ การตื่นเฝ้าหมายถึงการรักษาจิตใจพร้อมที่จะต้อนรับพระองค์เมื่อจะเสด็จมา ไม่ต้องมีสิ่งใดที่ทำให้ผู้มีความเชื่อวอกแวก นั่นหมายความว่า ใจและกายของเขาต้องตื่นเฝ้าอยู่เสมอ

          4. พระเยซูเจ้าทรงเปรียบเทียบสถานการณ์ของบรรดาศิษย์และของคริสตชนทุกคน กับสถานการณ์ของชายคนหนึ่งที่ก่อนจะเดินทางออกจากบ้านได้มอบอำนาจให้กับผู้รับใช้ เขามอบหมายหน้าที่ให้แต่ละคน โดยที่ผู้รับใช้เหล่านั้นไม่รู้ว่าเจ้านายจะกลับมาเมื่อไร ดังนั้น เขาต้องคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในกรณีนี้ไม่หมายความว่าบรรดาศิษย์จะนอนหลับไม่ได้ เพราะร่างกายต้องการพักผ่อน แต่การตื่นฝ้าระวังหมายถึง การรับรู้พระเยซูเจ้าอยู่เสมอ แม้เวลานี้พระองค์ไม่ประทับอยู่ที่นี่ แต่จะเสด็จมาอย่างแน่นอน และอาจเสด็จมาทุกเวลา การเฝ้าระวังยังหมายความว่า ต้องยึดมั่นในพระวาจาของพระองค์อยู่เสมอ และปฏิบัติอย่างซื่อสัตย์ตามกิจการงานที่ได้รับจากพระองค์ ในที่สุด การเฝ้าระวังยังหมายความว่าต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอที่จะรายงานตัวต่อพระองค์ บรรดาศิษย์ที่ตื่นเฝ้าไม่ลืมองค์พระผู้เป็นเจ้าของตน แต่ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์อยู่เสมอ เฉพาะอย่างยิ่ง โดยทำงานอย่างรับผิดชอบตามการอบรมที่ได้รับจากพระองค์

        5. ชายคนนั้นในอุปมาที่ก่อนจะเดินทางออกจากบ้านได้มอบอำนาจให้กับผู้รับใช้ เปรียบได้กับพระเยซูเจ้าผู้ทรงส่งบรรดาศิษย์ไปประกาศข่าวดี ทรงมอบอำนาจขับไล่ปีศาจและรักษาผู้ป่วย เมื่อพระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วก็ทรงมอบอำนาจอภัยบาปให้แก่เขาด้วย ดังนั้น อำนาจที่พระองค์ทรงมอบแก่มนุษย์จึงเป็นอำนาจเดียวกันของพระองค์ผู้ทรงเป็นความรัก เราจึงได้รับอำนาจที่จะรักผู้อื่น เพราะเป็นบุตรของพระองค์ และสามารถขับไล่จิตชั่วร้าย คือความเห็นแก่ตัว มีอำนาจที่จะให้อภัยซึ่งเปรียบได้กับการปลุกคนตายให้มีชีวิตใหม่ เราจึงต้องรับผิดชอบต่ออำนาจนี้ที่ได้รับจากพระเจ้า โดยแท้จริงแล้ว อำนาจนี้ไม่ใช่พระพรพิเศษที่เราได้รับ แต่เป็นบางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า คือเป็นอำนาจของบุตรแห่งมนุษย์และของมนุษย์ทุกคน ที่สามารถรักผู้อื่น สามารถต้อนรับผู้อื่นและยอมรับการเชิญจากผู้อื่น สิ่งนี้แหละทำให้ชีวิตมีคุณภาพ ไม่ใช่สิ่งอื่นใด กิจการทั้งหลายที่เราทำก็ไม่สำคัญเท่ากับอำนาจนี้

ค้นหาข้อความภาษาไทย

บทภาวนาปีพระวาจา

บทภาวนาปีพระวาจา

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย