Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2015
สัปดาห์ที่ยี่สิบหก เทศกาลธรรมดา

ลก 9:46-50…

46บรรดาศิษย์เริ่มถกเถียงกันว่าคนใดในกลุ่มยิ่งใหญ่ที่สุด 47พระเยซูเจ้าทรงทราบความคิดของเขาจึงทรงจูงเด็กเล็กๆ คนหนึ่งมายืนใกล้พระองค์ 48ตรัสว่า “ผู้ใดต้อนรับเด็กเล็กๆ คนนี้ในนามของเรา ผู้นั้นก็ต้อนรับเรา ผู้ใดต้อนรับเรา ผู้นั้นก็ต้อนรับผู้ที่ทรงส่งเรามา เพราะในกลุ่มของท่าน ผู้ใดเล็กที่สุด ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด”
49ยอห์นทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า เราได้เห็นคนหนึ่งขับไล่ปีศาจในพระนามพระองค์ แต่เขาไม่ได้อยู่กับเรา เราพยายามห้ามปรามไว้ เพราะเขาไม่ใช่พวกเดียวกับเรา 50แต่พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า “อย่าห้ามเขาเลย ผู้ใดที่ไม่ต่อต้านท่าน ผู้นั้นก็เป็นฝ่ายท่าน”


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
 
• พระองค์กับบรรดาศิษย์กลังเสด็จขึ้นไปเยรูซาเล็ม และตลอดการเดินทางของพระเยซูเจ้ากับบรรดาศิษย์นี้... ถ้าเราอ่านพระวรสารนักบุญมาระโกด้วย เราจะพบว่าขณะเดินทางหลังจากพระองค์ประกาศถึงพระทรมานที่จะทรงรับเป็นครั้ง ที่สอง... บรรดาศิษย์ไม่ได้ตั้งใจฟังเรื่องพระทรมานเลย แต่พวกเขาต่างคิดว่า ถ้าไปถึงกรุงเยรูซาเล็ม ถ้าพระองค์เป็นกษัตริย์ที่นั่นอย่างที่พวกเขาคิด ที่พวกเขาคาดหวังและติดตามมา.. ถ้าเช่นนั้น...แล้วใครในพวกเขาจะยิ่งใหญ่กว่ากัน ใครจะได้ครองตำแหน่งอะไรกันบ้างหนอ ใครจะยิ่งใหญ่ที่สุดเล่า และพวกเขาก็ถกเถียงกันเรื่องนี้

• พระวรสารลูกาก็ได้บันทึกเรื่องนี้ว่า “บรรดาศิษย์เริ่มถกเถียงกันว่าคนใดในกลุ่มยิ่งใหญ่ที่สุด พระเยซูเจ้าทรงทราบความคิดของ” 

o พระองค์ทรงทราบความคิดของพวกเขา พระองค์ได้ยินพวกเขาแน่ๆ มาระโกบันทึกว่าพวกเขาเถียงกันระหว่างเดินทางตามหลังพระองค์มา พระองค์ทรงทราบว่าพวกเขามัวเถียงเกี่ยงกันว่าใครจะเป็นใหญ่กว่ากัน หรือใครจะยิ่งใหญ่ที่สุด....

o เราเห็นความแตกต่างของความเข้าใจของบรรดาศิษย์ของพระองค์ กับความจริงที่พระองค์สอน 

o ข้อสังเกตที่สำคัญและตอกย้ำข้ออ้างนี้คือ การถกเถียงกันนี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่พระเยซูเจ้าประกาศคำทำนาย หรือสอนความจริงเกี่ยวกับพระแมสซียาห์หรือพระคริสตเจ้าให้กับพวกเขาเป็นการ ส่วนตัว เป็นความรู้โดยเฉพาะสำหรับพวกเขา

o แต่เหตุการณ์การถกเถียงกันของพวกเขาเช่นนี้ทำให้เข้าใจได้ว่า บรรดาศิษย์เดินกับพระองค์ก็จริง แต่ความเข้าใจของพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่พระองค์สอน หรือพวกเขาไม่สนใจ หรือว่าไม่ต้องการคิดถึงชะตากรรมนั้น แต่บรรดาศิษย์ต่างวางแผนว่าเมื่อเข้าเยรูซาแล็มและเมื่อพระองค์ยิ่งใหญ่แล้ว ใครในพวกเขาจะเป็นใหญ่กว่ากัน

o พี่น้องที่รัก ฤาว่าธรรมชาติของเรามนุษย์ปกติเป็นเช่นนี้ที่ต่างคิดกันถึงแต่เรื่องความ ยิ่งใหญ่ ใครจะเป็นใหญ่ที่สุด ใครจะได้ครองตำแหน่งสูดสุด...

• ถ้าเปรียบดูในพระวรสารมาระโกได้บันทึกไปตรงที่ว่า “พระองค์ได้ประทับนั่ง” หลังจากได้ฟังพวกเขาเถียงกันระหว่างเดินทาง... การประทับนั่งเป็นตำแหน่งของอาจารย์ที่สอนอย่างทรงอำนาจ ให้เราดูอาจารยานุภาพ (การสอนด้วยอำนาจของพระศาสนจักร) ทุกครั้งที่พระองค์ประทับนั่งสอน พระองค์กำลังสอนความจริงที่สำคัญเสมอ ขณะสอนความจริงสำคัญๆ พระองค์จะประทับนั่งเสมอ นี่หมายความว่า ต่อไปนี้เป็นคำสอนสำคัญมากในการเป็นศิษย์ของพระองค์ในเรื่องความเป็นใหญ่ใน หมู่บรรดาศิษย์

• เรื่องนี้สอนเราได้ดีมาก สอนพ่อเองในฐานะพระสงฆ์ที่กำลังเป็นศิษย์ของพระเยซูอย่างพิเศษหน่อยในการรับ ใช้ติดตาม สอนพ่อได้ดีมาก และแน่นอนที่สุดคำสอนนี้ใช้สอนบรรดาพระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวช หรือคริสตชนที่เป็นใหญ่เป็นโตได้ดีมากๆ (ดู มธ 5 พระโอวาทบนภูเขา มก 4:1; 13:3)

o ทรงเรียกอัครสาวกสิบสองคนเข้ามา ดูเหมือนมีเรื่องต้องชี้แจงให้พวกเขาเข้าใจหนทางของพระองค์จริงๆ นั่นหมายความว่า คำสอนต่อไปนี้จำเป็นและต้องเป็นเอกลักษณ์ของศิษย์ที่เดินใกล้ชิดมากกว่าใคร ในการติดตามพระองค์

o “ความเป็นใหญ่ของพระเยซูเจ้าคือการต้อนรับและการรับใช้...” การต้อนรับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การต้อนรับบรรดาเด็กเล็กๆ หนทางของพระเยซูเจ้าคือหนทางแห่งการรับใช้

o ให้เราคิดถึงชื่อตำแน่งที่ใช้กับพระสันตะปาปาไหม ทำไมจึงได้ชื่อว่าเป็น “Servus Servorum” (ผู้รับใช้ของบรรดาผู้รับใช้ทั้งหลาย “ทาส” นั่นเอง) ดังนั้นเครื่องหมายแสดงความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงคือ “การรับใช้”

• “เขาจึงทรงจูงเด็กเล็กๆ คนหนึ่งมายืนใกล้พระองค์ ตรัสว่า “ผู้ใดต้อนรับเด็กเล็กๆ คนนี้ในนามของเรา ผู้นั้นก็ต้อนรับเรา ผู้ใดต้อนรับเรา ผู้นั้นก็ต้อนรับผู้ที่ทรงส่งเรามา เพราะในกลุ่มของท่าน ผู้ใดเล็กที่สุด ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด”

o “ผู้ใดที่ต้อนรับเด็กเล็ก ๆ...”

o หลักการที่พระเยซูเจ้าทรงให้ คือ “การต้อนรับ” 

o การต้อนรับเป็นเครื่องหมายของการรับใช้ ซึ่งหมายถึงการเปิดประตูต้อนรับ และเปิดทางให้ผู้อื่นเข้ามาในบ้านหรือในชีวิตของตนเอง หรือในหมู่คณะของตนเอง

• คำสอนที่พระเยซูเจ้าให้แก่บรรดาศิษย์ของพระองค์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งการต้อนรับพระอาณาจักรของพระเจ้า เปรียบเหมือนการเปิดต้อนรับผู้เล็กน้อยคือเด็กเล็ก และคำสอนที่เป็นแก่นคือ ใครที่อยากเป็นที่หนึ่งนั้นต้องรับใช้ทุกคน กล่าวโดยสรุปได้ไหมว่า ผู้ที่เป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้าที่แท้จริงนั้นต้อง “ต้อนรับพี่น้องทุกคน” 

o พี่น้องที่รักให้เราทุกคน พ่อด้วยจดจำไว้นะว่า “การต้อนรับ คือ ความรัก” คือความเป็นใหญ่ในความรักจริงๆ การต้อนรับเป็นเครื่องหมายของความเป็นใหญ่ 

o ไม่ใช่การต้อนรับแบบคนใหญ่โตเท่ากันต้องไปต้อนรับกันแบบสังคมโลก การเมืองหรือสังคม... เช่น กษัตริย์ต้องเสด็จไปต้อนรับกษัตริย์ที่เป็นใหญ่เท่าๆกัน ผู้นำรัฐต้องไปต้อนรับผู้นำรัฐ ในฐานะเท่าๆกัน 

o กระแสโลกเป็นแบบนี้ จะกำหนดงาน การต้อนรับ เป็นเรื่องใหญ่และวุ่นวาย ต้องกำหนดตำแหน่งให้เหมาะสม คนที่เป็นใหญ่กว่าจะไปต้อนรับคนที่ตำแหน่งเล็กกว่าตนไม่ได้ ไม่เหมาะสม ต้องสมกัน มีเกียรติหรือตำแหน่งเพียงกัน เพื่อความที่เรียกว่าเหมาะสม ต้องมีการจัดรูปแบบการต้อนรับอย่างเหมาะสม หรือที่เรียกว่า “สมเกียรติ” ต่อกันทั้งสองฝ่าย...

• แต่พระเยซูเจ้าสอน “ต้อนรับเด็กเล็กๆ ใครต้อนรับเด็กเล็กๆ ผู้นั้นเป็นใหญ่ที่สุด...”

o นี่คือจิตตารมณ์พระเยซู คำสอนของพระเยซู และ

o คือเหตุผลที่เสด็จลงมาหาเรา มาต้อนรับเราให้กลับบ้านพระบิดา... 

o เปรียบเหมือนบิดาที่ยืนคอยลูกกลับบ้าน เมื่อลูกล้างผลาญหักหาญความรักของบิดาได้ทิ้งบิดาไปแดนไกลกำลังหมดตัวจนทาง และกำลังกลับบ้าน (ซึ่งน่าตีเสียให้เข็ด ลงโทษเสียให้หราบจำ) แต่กลับเป็นว่า บิดายืนรอ บิดาเห็นลูกแต่ไกล บิดาก็วิ่งไปต้อนรับ สวมกอดและจูบเขา... 

o พี่น้องที่รัก... นี่คือจิตตารมณ์ของเราที่พระเยซูเจ้าสอน ต้อนรับด้วยความรักจริงๆ

• ประสบการณ์ของพ่อนิดหนึ่งครับ

o พ่อไปมาเลเซียหลายครั้ง และไปที่อัครสังฆมณฑลกุชิง ซาราวัค ที่นั่นมีคริสตชนในสังฆมณฑลเดียวเกือบสองแสนคน มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศไทยเราสิบสังฆมณฑลรวมกัน... พระอัครสังฆราชยอห์น ฮา ท่านเป็นคนที่พ่อเคารพท่านมาก ท่านเป็นอาจารย์พระคัมภีร์ และเรียนพรคัมภีร์จบระดับปริญญาเอกพระคัมภีร์เพียงคนเดียวที่มีในภาคพื้น แหลมทองของประเทศในแถบนี้... พ่อมีโอกาสได้รู้จักท่าน และท่านก็รักพระสงฆ์ไทย รักประเทศไทย พ่อเคยเชิญท่านมาสอนพระสงฆ์ไทยบ่อยๆ ท่านให้เกียรติและต้อนรับพ่อมาก จนพ่อไม่สมควรอะไรกับท่านเมื่อท่านเป็นอัครสังฆราช...

o พ่อไปที่กุชิงหลายครั้งสักห้าครั้งเห็นจะได้... ไปงานรับหน้าที่พระอัครสังฆราชของท่านฮาเอง ไปบวชพระสังฆราชใหม่ สองครั้งในสังฆมณฑลแถบนั้น ทุกครั้งพ่อก็ต้องบินไปลงที่นี่ ที่กุชิงก่อน เคยไปงานบวชสี่สิบปีสงฆ์ของท่าน และไปเข้าเงียบส่วนตัวหนึ่งสัปดาห์กับท่าน... และล่าสุดเมื่อสองวันก่อนพ่อกลับมาจากทีนี่ที่พ่องานบวชพระสังฆราชผู้ช่วย ของท่าน

o สิ่งที่พ่อจะเล่า คือ ทั้งห้าครั้งที่พ่อเดินทางไปในรอบสิบกว่าปี... ทุกครั้งที่พ่อเอง พ่อสมเกียรติพระสงฆ์ไร้ตำแหน่งใดๆ เป็นพระสงฆ์องค์หนึ่ง พระสงฆ์ที่เล็กๆ (ไม่ใช่ขนาดตัวและน้ำหนักนะครับ) คือ ไม่มีตำแหน่งอะไร ไม่เคยเป็นพ่อเจ้าวัดใดๆ เป็นแต่พ่อก็เป็นพระสงฆ์ที่รักท่านเคารพท่าน แต่ทว่า ท่านก็ให้เกียรติและเอ็นดูช่วยเหลือใส่ใจอย่างอบอุ่นมาก... 

o ห้าครั้งที่พ่อเดินทางไปลงสนามบินที่กุชิง... คนที่มาต้อนรับ ผู้มารับพ่อที่สนามบินด้วยตนเองตลอดมาคือพระอัครสังฆราชท่านนี้ ท่านยอห์น ฮา พระอัครสังฆราชของอัครสังฆมฑลกุชิง พ่อต้องกล่าวถึงท่านในการเขียนนี้ เพราะนี่คือตัวอย่าง คือบทสอน คือชีวิตแบบอย่างดีที่พ่อได้เห็นเป็นประจักษ์ ท่านเก่งมากๆในฐานะนักพระคัมภีร์ ท่านแกร่งมากในการอภิบาลและทำงาน แต่ท่านใกล้ชิดกับผู้คนและเรียบง่ายเป็นที่สุด... พ่อเองเมื่อเดินออกจากสนามบินเข้าเมือง ทุกครั้งเลย... คนแรกที่พ่อเห็นมายืนรอพ่อเสมอที่ประตูทางออกจากสนามบินคือ “ท่านยอห์น ฮา พระอัครสังฆราชแห่งกุชิง” 

o พี่น้องที่รัก....พ่อต้องยอมรับว่า พ่อไม่เหมาะสมที่จะให้ท่านมาต้อนรับพ่อเลย... แต่ท่านทำเช่นนี้เสมอ นี่คือพระอัครสังฆราชชุมพาบาลของอัครสังฆมณฑลที่มีสัตบุรุษประมาณสองแสนคน เกือบเท่าเราสิบสังฆมณฑลรวมกัน... 

o โอ พ่อยอมรับว่า พ่อต้องย่อตัวลงขอบคุณ กราบของพระคุณ อยากจะกราบลงไปที่พื้นเพื่อขอขอบคุณสำหรับการ “ต้อนรับ”

o ใช่ เหมือนที่พระเยซูเจ้าสอนทุกประการ ““ผู้ใดต้อนรับเด็กเล็กๆ คนนี้ในนามของเรา ผู้นั้นก็ต้อนรับเรา ผู้ใดต้อนรับเรา ผู้นั้นก็ต้อนรับผู้ที่ทรงส่งเรามา เพราะในกลุ่มของท่าน ผู้ใดเล็กที่สุด ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด”” 

o วันนี้ ประสบการณ์ที่พ่อกำลังเขียนไป และกำลังเล่าไป พ่อยอมรับว่าพ่อน้ำตาคลออิ่มใจ น้ำตาจิไหล (จะไหล ภาษาแช็ตครับ)... เพราะระลึกถึงความเมตตาและการมายืนคอยต้อนรับที่พ่อได้รับจากท่านฮา... คงเป็นเพราะพ่อเพิ่งกลับมาจากกุชิงสองวันก่อนนี้เอง และก็เป็นท่านที่มายืนรอรับที่สนามบินเช่นเคย...

o พ่อคิดถึงสิ่งที่พรเยซูเจ้าทำกับเราด้วยการเสด็จมาหาเรา รักเรา ไถ่เรา รับเรากลับจากความบาป ไปสู่การคืนดีทุกวันจนเราต้องร้องว่า... “พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าไม่สมควรให้พระเสด็จเข้ามาใต้ชายคาของข้าพเจ้า... ขอโปรดตรัสแต่คำเดียว...”

• นี่คือคำสอน เรื่องความเป็นใหญ่ สำหรับพระศาสนจักรคาทอลิกและคริสตชนทุกคน ความเป็นใหญ่แท้จริงคือการต้อนรับบ และการรับใช้ นี่เป็นพระบัญชา และคำสอนที่แตกต่างจากคำสอนหรือกระแสประเพณีปฏิบัติของทางโลกหรือโลกีย์ พระเยซูเจ้าทรงสอนเราทุกคนจริงๆ ให้ต้อนรับและรับใช้เสมอ ดังเช่นพระองค์เอง

• พี่น้องที่รัก พระสันตะปาปาฟรังซิสเพิ่งสอนบรรดาพระสังฆราชเมื่อสามสี่วันก่อนครับ... ที่อเมริกา (ส่วนต่อไปนี้ ขอบคุณ Pope Report ครับพ่อยกมาจากเพจของเขา...)

o สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอนพระสังฆราชคาทอลิกอเมริกัน อย่าหลงตัวเอง อย่าใช้วาจาแข็งกร้าวและทำให้เกิดความแตกแยก อย่าเสวนาด้วยเล่ห์เหลี่ยมแต่จงเสวนาด้วยความซื่อสัตย์ในพระคริสตเจ้า 

o ทรงย้ำ พระสังฆราชต้องยกสายตาของฝูงแกะให้มองไปที่พระเจ้า ไม่ใช่มองมาที่ตัวเอง ทรงสอนให้พระสังฆราชต้องใกล้ชิดกับพระสงฆ์และต้องช่วยเหลือผู้อพยพลี้ภัยทุก คน 

o การเป็นนายชุมพาบาลไม่ใช่การเทศน์สอนหลักความเชื่อที่ซับซ้อน แต่คือการประกาศพระคริสตเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี

o แนวทางการอภิบาลของพวกเราคือการให้ประชากรของพระเจ้าได้รับรู้ว่า สารของพระคริสตเจ้ามีความหมายกับพวกเขาอย่างไร จะเติมเต็มและหล่อเลี้ยงพวกเขาได้อย่างไร

o ในฐานะนายชุมพาบาล พวกบรรดาพระสังฆราชต้องมองไปยังฝูงแกะด้วยสายตาของพระเจ้า ช่วยเหลือพวกเขาและยกสายตาของเขาขึ้นไปหาพระเจ้า ไม่ใช่มองมาที่ตัวพวกเรา

o พวกเราพระสังฆราชต้องไม่ตกเป็นเหยื่อการประจญจากการหลงตัวเอง ซึ่งจะบดบังสายตาเรา มันทำให้เสียงของเราไม่ได้ยินและการกระทำของเราไม่บังเกิดผล

o พ่ออยากพูดกับพวกท่านเรื่องการอภิบาลในฐานะพระสังฆราช เราต้องส่งเสริมการพบหน้าปฏิสัมพันธ์กัน

o การเสวนาพูดจากันคือวิธีของพวกเรา อย่าเสวนาด้วยเล่ห์เหลี่ยมแต่จงเสวนากันด้วยความซื่อสัตย์ในพระคริสตเจ้า เราต้องเสวนากันแบบปราศจากความกลัวและด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อกัน

o จำไว้ว่า ภาษาที่แข็งกร้าวและทำให้เกิดความแตกแยกไม่ใช่ของคู่ควรกับผู้อภิบาล อาจทำให้เราชนะคนอื่นได้ แต่ความดีและความรักเท่านั้นที่จะปรากฏเด่นชัดอย่างแท้จริง

o พระสังฆราชที่รัก บางครั้งพวกท่านอาจคิดว่า แอกที่แบกอยู่นั้นหนักมากจนเราลืมคิดไปว่า พระเจ้าประทานแอกนั้นมาให้เราแบกด้วยความชื่นชมยินดี ขอให้ท่านเรียนรู้จากพระเยซูผู้ทรงสุภาพและถ่อมตนในเรื่องนี้

o หน้าที่ของพระสังฆราชคือการเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้า เราต้องมอบเชื้อแป้งที่ดีของความเป็นหนึ่งเดียวกันให้กับสังคมอเมริกัน

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย