Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม 2014
สัปดาห์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา
(อารักขเทวดา หรือทูตสวรรค์รักษาตัว)
ยบ 19:21-27……………..21
จงสงสารข้าพเจ้าเถิด เพื่อนเอ๋ย จงสงสารเถิด
เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้าได้ตีข้าพเจ้า
22ทำไมท่านทั้งหลายจึงเบียดเบียนข้าพเจ้า
เหมือนกับที่พระเจ้าทรงกระทำเล่า
ท่านทำร้ายเนื้อหนังของข้าพเจ้ายังไม่พออีกหรือ
23ข้าพเจ้าอยากให้ถ้อยคำของข้าพเจ้าถูกบันทึกไว้
อยากให้จารึกไว้ในหนังสือ
24อยากให้ใช้สิ่วเหล็กและตะกั่ว
สลักไว้บนหินให้คงอยู่ตลอดไป
25ส่วนข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารู้ว่าพระผู้ปกป้อง ข้าพเจ้าทรงพระชนม์อยู่
จะทรงลุกขึ้นยืนเป็นคนสุดท้ายบนฝุ่นดิน
26เมื่อหนังของข้าพเจ้าถูกทำลาย และไม่มีร่างกายอีกแล้ว
ข้าพเจ้าจะเห็นพระเจ้า
27ข้าพเจ้าจะเห็นพระองค์อยู่เคียงข้าง
นัยน์ตาของข้าพเจ้าจะแลเห็นพระองค์ไม่ใช่อย่างคนแปลกหน้า
ข้าพเจ้ารู้สึกมีความมั่นใจเช่นนี้

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• “ใครที่ไม่เคยเจ็บป่วยมากๆหรือล้มหมอนนอนโรงพยาบาล หรือต้องผ่าตัดใหญ่ๆ มีความหวังน้อยๆ ไม่เข้าใจหรอ... ไม่เคยเจ็บก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน...” 


• การอภิบาลเยี่ยมเยียนผู้ป่วยไม่ง่ายเลย บ่อยครั้งเมื่อมีความเจ็บป่วยหรือที่มักจะเอ่ยเรียกกันแบบไทยๆจนติดว่าโชค ร้ายทางร่างกายเกิดขึ้นกับพี่น้องที่รักของเรา คนที่เรารักจริงๆ ทุกคนที่รักก็วิตกกังวล เป็นห่วงและอยากไปเยี่ยม... สงสัยวันนี้พ่อต้องเอาประสบการณ์ของพ่อมาเปิดเผยเสียแล้วล่ะครับ....

• ตอนเด็กๆพ่อชอบโรงพยาบาลมาก ชอบไปโรงพยาบาล ชอบเที่ยวโรงพยาบาล


• เวลาที่คุณยายของพ่อป่วยนอนโรงพยาบาลเป็นเดือนๆ ที่โรงพยาบาลตำรวจ ยายได้ห้องใหญ่จำได้แม่น เขาเขียนป้ายหน้าห้องว่า “ห้องแสงอุไร” นี่คงสี่สิบปีมาแล้ว... และมีที่สำหรับญาติๆ ป้าๆ แม่ๆ ที่เป็นลูกของยายก็มารวมกัน มีที่หุงอาหาร ที่เก็บของเยี่ยม ที่นั่งพูดคุย ส่วนยายก็มีห้องนอนคนเจ็บอยู่ข้างใน ส่วนพวกพ่อหลานก็มาเยี่ยมกัน 


• พ่อก็ได้เข้ามากรุงเทพฯก็โอกาสที่ยายป่วยนี่แหละ มาก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากสวัสดียาย และก็ปักหลักอยู่กับบรรดาอาหารที่แม่ๆป้าๆได้เตรียมกันไว้เปรมปรีด์เลยครับ อาหารดีๆ ทั้งนั้น ขนมเพียบ ผลไม้เยี่ยมยายเรียกว่าเป็นสวนยกมาเลย เพราะยายเป็นแม่ของพ่อบุญเลิศ ธาราฉัตร น้าของพ่อเอง... ยายนอนโรงพยาบาลนานนับเดือนเพราะอุบัติเหตุขาหัก เราก็เที่ยวโรงพยาบาลบ่อย.. วันที่ยายออกจากโรงพยาบาลเราก็เสียดาย อดมาเที่ยวโรงพยาบาลเลย ห้องก็ห้องแอร์ อาหารก็แสนดี... โห... ยายไม่น่าหายป่วยเลย...อ้าว อ้าว อ้าว หลานชายของยาย คิดแบบเด็กๆจริงๆ


• เวลาไปเยี่ยมคนเจ็บหนักที่เกิดโดยไม่คาดคิด คนที่เรารักและเป็นที่รักรู้จักของทุกคน ถ้าป่วยหนักๆหมอมักจะต้องห้ามเยี่ยมกันเลย ไม่อยากให้รบกวนคนเจ็บคนนั้นให้ต้องเหนื่อยกับการเยี่ยม การพูดคุยและที่สำคัญทุกคนที่ไปเยี่ยมก็อยากพูดคุย อยากถามอาการ ถาม ถาม ถาม...

• เอาละเล่าเรื่อของพ่อบางดีกว่า

o สี่ปีที่แล้วพ่อก็ป่วยหนักไม่เคยป่วยมาก่อน ต้องร่อนลงจอดสนิทในโรงพยาบาลนับเดือน ผ่าตัดใหญ่ที่ลำไส้ อย่างเร่งด่วน... 

o ข่าวกระจายออกไปหลายช่องทาง ทางอินเตอร์เน็ต ทาง facebook หลายข่าวก็ประเมินว่าอาการพ่อหนัก อาจไม่รอดแล้วละครับ... อืม 
o และพ่อก็ต้องมีประสบการณ์เข้าห้องผ่าตัดไปอย่างเงียบๆ พูดไม่ออก “เงียบ” ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น...ไม่เคยผ่าตัด ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่รู้ว่าจะรอดไหม... 

o วันก่อนผ่าก็ได้แต่เรียกพ่อที่เป็นเพื่อนรักมาหาและนั่งคุยกัน เพื่อนรักก็ซึมเลยไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น เขาได้แต่เงียบไม่พูด แต่มาอยู่ด้วย มาฟังเราพูด และตอบนานๆ ทีเพื่อให้กำลังใจ แต่ฟังเสียเยอะ... เราก็พูดโน่นพูดนี่ พูดเรื่องอนาคตถ้าผ่าแล้วไม่ฟื้นจะทำอย่างไรบ้าง... พ่อพูดกับพ่อยุทธเรื่องพินัยกรรมทรัพย์สินที่พอมีอยู่นิดหน่อย (ไม่มีหนี้สบายครับ เพราะนักบุญเปาโลสอนไว้ว่า “อย่าเป็นหนี้ใคร นอกจากหนี้ความรัก)

o บอกเพื่อนรัก “ยุทธ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ก็ให้จัดการตามพินัยกรรมที่เขียนไว้ ยกให้สังฆมณฑลทั้งหมด...” เพื่อนรักก็บอก “เกียรติ ไม่เป็นอย่างนั้นหรอก ไม่ตายหรอก” พ่อก็ตอบว่า “ไม่รู้ ไม่มีใครรู้ รอบคอบและเตรียมไว้ก่อนก็ดีแล้ว...” 

o มีพี่สาวกับน้องสาวมาอยู่รอส่งเข้าห้องผ้าตัด ทั้งสองคนเงียบๆ และดูเรา รักเรามากแน่ๆ ก็พี่สาวคน(พี่รัง) น้องสาวคนเล็ก (น้องณี) และเขาก็มีน้องชายคนนี้คือพ่อเองที่เป็นพระสงฆ์คนเดียวด้วย พวกเขาฝืนยิ้มให้กำลังใจเรา (เรารู้นะ) เราก็บอกพวกเขาว่า ไม่เป็นไร สวดนะ... 
o เมื่อเราถูกเข็นลับตาเข้าห้องผ่าตัดไป... (หลังจากฟื้นแล้ว เพื่อนรักเล่าให้ฟังว่า พี่สาวกับน้องสาวร้องไห้กันโฮเลย เพียงแต่ไม่อยากร้องให้เราเห็น...) 

o พ่อยุทธเพื่อนรักยังรออยู่อีกเมื่อการผ่าตัดเสร็จ... ครั้นเมื่อเราฟื้นออกจากห้องผ่าตัด เพื่อนยังรอ และเราได้พบกันเมื่อออกมา พ่อรู้ตัวว่าตนเองยังไม่ตาย รอดออกมาจากห้องผ้าตัดที่หายเขาไปหลายชั่วโมง พ่อยุทธยังรออยู่และทักทายกันหน้าห้องผ่าตัดเมื่อเข็นออกมา เจอพ่อยุทธคนแรก... พ่อยกนิ้วโป้งชูให้เห็นว่า “เยี่ยม ยังอยู่” (ตอนนั้นยังไม่เจ็บ ยาชายังไม่หมดฤทธิ์ครับ) 

o อยู่ไอซียู...สองคืน เช้าวันแรก... มองผ่านกระจกห้องไอซียู...ขบวนแห่เยี่ยมเริ่มแต่เช้า...พี่สาวที่เป็นญาติ เป็นซิสเตอร์เป็นคนแรกที่เข้ามาพร้อมกับรูป “พระเมตตา” นั่นคือรูปแรกที่เข้ามาหา... และไม่ได้คุยเพราะเพราะยังเหนื่อยและพี่สาวก็ไม่ได้พูดกับเราเลยนอกจากจับ มือเราและพูดกับพระเพื่อเรา “พระองค์ เขายังเด็กอยู่เลย...” เหมือนกับจะตัดพ้อพระองค์ว่า “ทำไม” แอบได้ยินและดีใจกับสัมผัสมือและเสียงที่ภาวนาให้เรา.... ลูกผู้พี่ของเราเป็นซิสเตอร์ ตัวเราผู้น้องเป็นพระสงฆ์ มาพบกันเงียบๆในไอซียู ไม่มีคำพูดมีแต่รอยยิ้ม จับมือน้อง น้องจับมือพี่ และภาวนา พ่อน้องก็ได้แต่ยิ้ม และสัมผัสได้ถึงความรัก... อบอุ่นดีครับ... 

o ตกสาย ขบวนเยี่ยมเช้าจรดเย็น ไอซียูหัวกระไดไม่แห้ง (ไม่มีกระไดแต่จินตนาการตามภาษาพาไป) คนมาเยอะเหลือเกิน เข้ามาข้างในห้องกระจกบ้าง ยืนอยู่นอกห้องกระจกมาก (เราก็ดังเหมือนกันนิมีคนมาเยี่ยมเยอะเหมือนกัน...555 อันที่จริงเพราะพวกเขาเขาคิดว่าเป็นโอกาสสุดท้าย)

o มีคนรู้จักมาทั้งวันเช้าจรดเย็น พ่อเปิดตาดูและต้องคุยสำหรับหลายคนทั้งวัน เพราะข่าวทางเฟสบุคออกไปไกล บางกระแสก็พูดกันออกไป พูดกันเองว่าพ่อจะไม่รอด อาการหนัก เลยมาเยี่ยมกันเยอะ มาเป็นบุคคล คณะบุคคล ครอบครัว กลุ่มก้อน ฯลฯ พ่อจำได้ว่า ไอซียูวันนั้น มีคนมาเยี่ยมนับร้อยเลยครับ... 

o บางคนมาแล้วก็ไม่กล้าขึ้นมาเพราะ “สงสาร” กลัวพ่อเหนื่อย แต่หลายคนก็อยากเห็นหน้าเพราะเกรงจะเป็นครั้งสุดท้าย... เยี่ยมจนพ่อโทรมเลยครับ... เลยต้องนอนไอซียูต่ออีกคืน...ใครมาเราก็อยากคุย อยากคุย แต่ไม่มีเสียงจะพูดนัก... แต่บางคนมาก็คุยกัน วิเคราะห์ด้วยความห่วงใหญ่ ช่วยกันหาวิธี เสนอวิธีรักษา ต้องโน่น ต้องนี่ สารพัดวิธี มีบางรายมายืนเถียงกันคอเป็นเอ็นว่าจะรักษาอย่างไร ต้องทำอย่างไร... 

o เพราะรักเราเหลือเกิน เสนอวิธีรักษาและของกินที่เป็นยา แต่ความคิดต่างกันไปบ้าง บางคนก็มาเถียงกันอยู่ข้างเตียงนานสองนาน... อ้าวนี่มาเยี่ยมเราหรือเปล่า...ยืนคนละฝั่งเตียงเรา เรานอนจมอยู่ตรงกลาง สองข้างคุยกัน เถียงกัน เรื่อง “หวังดี” ทั้งสิ้น... เรานอนปิดตาเหนื่อย ไล่ก็ไม่ได้ไม่มีแรงและก็เกรงใจ จะอะไรกันนัก ความห่วงเราก่อเป็นทฤษฎีที่ขัดแย้งได้อย่างไร ดีนะที่ไม่รุนแรงจนถึงกระโดดข้ามเตียงเรามาปล่อยหมัดลงมือกัน (พูดเล่นนะครับ เขียนให้เห็นอารมณ์ขันของการเยี่ยมเยียนนะครับ) 

o สรุปไม่ได้ฟังเราเลย ไม่ได้ฟังเราเลย... ปวดแผลนะ ปวดมาก แต่หูยังได้ยินเต็มๆ หูไม่ได้เป็นอะไรนะครับ... ตาก็แลเห็นชัดครับ..

• เอาละครับ วันนี้ยอมเล่าเรื่องของตัวเองในยามป่วยนั้น ยอมวางประสบการณ์ของตนเองลงอีกครั้งอย่างดูสนุกสนาน แต่ยามป่วยจริงๆนั้นชีวิตคนเราไม่สนุกเลยนะครับ


• พี่น้องที่รักครับ คนที่เจ็บหรือป่วยหนักๆ น่าสงสารนะครับ เขาต้องทนกับตนเองที่เจ็บและไม่สามารถจะถ่ายทอดออกมาได้มากนัก เขาอยากให้คนมาเยี่ยมได้ "ฟัง“ เขามีหลายอย่างจะพูด เขาอยากให้คนมาเยียมอยู่กับเขานาน (อยู่เงียบๆ) เพราะการอยู่คือ “ความรัก” จับมือ สัมผัส สามารถเยียวยาได้ ขอให้มาให้เห็น ไม่ต้องพูดแต่ขอให้ฟัง นั่นคือเทคนิคที่ดีเพื่อการเยี่ยมเยียน คนเจ็บถ้าเพียงได้รับรู้ว่าคนที่รักเขามาเยี่ยม


• ความรัก ความรัก ความรัก คือ เหตุผลของการเยี่ยมเยียน “ความรัก ชนะทุกสิ่งรวมทั้งความเจ็บปวด” คนที่รักกันจริงๆ มีความสุขนั้น ไม่ได้อยู่ที่พูดกันเยอะๆ แต่อยู่ที่ได้อยู่ใกล้กันมากๆ “อยู่นานๆ ได้ไหม.... พ่ออยากจะต่อว่า และก็พูดน้อยๆ ได้ไหม”

• หนังสือโยบโดยตลอดเรื่องราว 42 บท ยาวมากๆของพระคัมภีร์ที่เล่าเรื่องความเจ็บป่วยของโยบก็แบบนี้ครับ

o เพื่อนของโยบสามคนที่มาเยี่ยมโยบ... พวกเขาทั้งสามคนก็เริ่มพูดๆๆๆ กันไม่หยุด และพูดให้โยบยอมจำนนกับเหตุผล... เถียงกันตามที่พระคัมภีร์โยบบันทึกไว้รวมแล้วเกือบสามสิบบทที่เป็นการสนทนา พูดโต้ตอบกัน... 

o จนโยบต้องตอบด้วยร่างกายที่มีฝีเต็มตัวและนั่งบนกองขี้เถ้าเพราะเยิ้มไปทั้ง ตัว... ราวกับตัดพ้อว่า... โห เพื่อนๆ ก็มากเยี่ยมกันแรงจัง... แต่ละคนพูดหาเหตุผลให้โยบยอมจำนนกับบาปและความผิดหรืออย่าใดอย่างหนึ่ง หรือยอมรับเหตุผลสักอย่างที่ต้องเจ็บป่วยขนาดนั้น...

o ทั้งสามคนที่เป็นเพื่อนของโยบ คือ บิลดัด โศฟาร์ และเอลีฟัส รวมทั้งบทที่ 32-37 ยังมีเอลีฮูเจ้าหนุ่มน้อยอีกคนที่ก็พูดใส่โยบ ใส่เพื่อนๆ โยบด้วย... 
o จนโยบต้องพูดว่า “สงสารกันบ้างเถอะเพื่อน”... อ่านพระคัมภีร์ตอนนี้นะครับ โยบโอดควรญเลย.. อ่านดีๆและจะได้ซึมซับกับสัจธรรมของความเจ็บป่วย และความพยายามสรรหาคำตอบหรือคำอธิบายของมนุษย์ และดังนั้น พี่น้องครับ... เวลาที่เราไปเยี่ยมคนเจ็บ... เราต้องฟังครับ ฟังมากๆ และ อยู่เงียบๆ ด้วยความรัก อยู่กับเขานานๆ

• สุดท้ายของวันนี้... หนังสือโยบมีเพื่อนสามคนที่พูดเยอะ มีเอลีฮูก็ไม่แพ้กัน


• แต่ แต่ แต่ แต่ แต่ แต่ แต่ (ใส่ให้เจ็ดแต่เลยครับ เลข 7 เป็นเลขสมบูรณ์ในพระคัมภีร์)


• คือว่า...

o แต่มีผู้หนึ่งซึ่งอยู่ในฉากเรื่องราวของโยบตั้งแต่ต้น 

o อยู่โดยตลอด

o เงียบ ไม่พูดเลยจนถึงบทที่ 38 

o ทรงประทับและรอเงียบอยู่นานที่สุด และทรงประทับอยู่ตลอด 

o ผู้นั้นในหนังสือโยบนี้ คือ “ยาห์เวห์” การประทับอยู่ของพระองค์มีค่าที่สุด....ครับ อ่านเสียงของโยบที่โอดครวญกับเพื่อนที่พูดกับโยบกันหนักมากๆ พูดกันเยอะมากๆสามสิบบทได้ครับ... อ่านและรำพึงไตร่ตรองเงียบๆ... ขอพระเจ้าอวยพรครับ โยบร้อง “เพื่อนเอ๋ย จงสงสารเถิด”


• สิ่งที่หนังสือโยบให้ไว้เป็นวรรณกรรมปรีชาญาณล้ำค่าคือการประทับอยู่ของ พระเจ้า เป็นคำตอบสำหรับความยากลำบากของชีวิตมนุษย์ที่ยากที่สุดที่จะอธิบายคือยาม เจ็บป่วย... ในยามนั้น.. โยบในที่สุดพระเจ้าตรัสกับเขา.. พระองค์อยู่ และดูเหมือนพระองค์เฝ้าดูหรือทอดพระเนตรอยู่ตลอดเวลาครับ... พระองค์ตำหนิเพื่อนๆโยบด้วยที่พูดอธิบายหาเหตุผลมากเกินไป... หนังสือโยบน่าอ่านครับ และเมื่อพระเจ้าตรัส ทุกคนเงียบ.. โยบก็ศิโรราบและยอมรับความจริงว่าตนเองรับรู้ว่า พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ ประทับอยู่ และทรงแคร์เสมอนี่นา...

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

โครงการ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 6

โครงการ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 6 (การอบรมพระคัมภีร์เพื่อสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์)

บทภาวนาปีพระวาจา

บทภาวนาปีพระวาจา

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย