Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบในเงื้อมมือของคนทั้งหลาย ”

46.พระเยซูเจ้าทรงทำนายครั้งที่สองถึงพระทรมาน(มก 9:30-32)
  
930พระเยซูเจ้าเสด็จออกจากที่นั่นพร้อมกับบรรดาศิษย์ผ่านแคว้นกาลิลีพระองค์ไม่ทรงต้องการให้ผู้ใดรู้31ทรงสั่งสอนบรรดาศิษย์และตรัสว่า “บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบในเงื้อมมือของคนทั้งหลายเขาจะประหารชีวิตพระองค์แต่เมื่อถูกประหารแล้วในวันที่สามพระองค์จะกลับคืนชีพ” 32บรรดาศิษย์ไม่เข้าใจพระวาจานี้แต่ก็ไม่กล้าทูลถาม


a)    อธิบายความหมาย
ข้อความนี้เป็นคำทำนายครั้งที่สองถึงพระทรมาน การสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้านักบุญมาระโกบันทึกคำทำนายครั้งแรกในบทที่ 8:31 และบักทึกเป็นครั้งที่ 3 ในบทที่ 10:32-34ส่วนคำทำนายครั้งที่สองนี้เป็นข้อความสั้น ๆ  และมีรายละเอียดน้อยที่สุด และเช่นเดียวกับคำทำนายอื่น ๆ พระองค์ตรัสกับบรรดาศิษย์เท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์คิดว่า แม้คำทำนายนี้เป็นลำดับที่สองในโครงสร้างของพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโกก็จริงแต่คงจะเป็นพระวาจาโบราณที่สุดซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับพระวาจาที่พระเยซูเจ้าตรัส เพราะไม่ได้รับรายละเอียดเพิ่มเติมจากการเทศน์สอนของบรรดาอัครสาวกหลังจากที่พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ

- พระเยซูเจ้าเสด็จออกจากที่นั่นพร้อมกับบรรดาศิษย์ผ่านแคว้นกาลิลี นักบุญมาระโกคงจะเขียนประโยคนี้เพื่อเชื่อมโยงกับเหตุการณ์บางอย่างในพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าเข้าไว้ด้วยกัน และเพื่อประกาศว่าพระเยซูเจ้าทรงเริ่มออกเดินทางไปสู่กรุงเยรูซาเล็ม

- พระองค์ไม่ทรงต้องการให้ผู้ใดรู้ พระเยซูเจ้าทรงตัดสินพระทัยแน่วแน่ว่า เวลาแห่งการประกาศข่าวดีแก่สาธรณชนสิ้นสุดแล้ว และเวลาที่ยังคงเหลืออยู่บนแผ่นดินนี้ก็สั้นลง จึงพอพระทัยที่จะทรงอุทิศช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ เพื่ออบรมบรรดาศิษย์เท่านั้น โดยเตรียมใจเขาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้ยอมรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะนำความเศร้าสลดใจ เพราะพระองค์จะสิ้นพระชนม์

- ทรงสั่งสอนบรรดาศิษย์ และตรัสว่า “บุตรแห่งมนุษย์จะถูกมอบในเงื้อมมือของคนทั้งหลาย เขาจะประหารชีวิตพระองค์ แต่เมื่อถูกประหารแล้ว ในวันที่สามพระองค์จะกลับคืนชีพ”เช่นเดียวกับบทที่ 8:31พระเยซูเจ้าทรงใช้ภาพลักษณ์ของบุตรแห่งมนุษย์ดังที่เราพบในหนังสือประกาศกดาเนียล (เทียบ ดนล7:13-14, 25-27) คือผู้แทนประชากรผู้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงมอบไว้ในเงื้อมมือของผู้เบียดเบียน แล้วจะได้รับอำนาจปกครองมนุษย์ทุกคน หมายความว่าการรับทรมานและสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพระบิดาเจ้า ซึ่งจะสำเร็จไปอย่างสมบูรณ์ เมื่อยูดาสจะมอบพระเยซูเจ้าไว้ในเงื้อมมือของบรรดาหัวหน้าสมณะ (14:10,41) และคนเหล่านี้จะมอบพระองค์แก่ปีลาต (เทียบ15:1,10)ที่สุดปีลาตจะมอบพระองค์ให้กับบรรดาทหารนำไปตรึงบนไม้กางเขน เมื่อเราเปรียบเทียบคำทำนายครั้งที่สองนี้กับคำทำนายครั้งแรก จะเห็นได้ว่าคำทำนายในครั้งนี้เปลี่ยนมุมมอง ไม่ได้เน้นเพียงความจำเป็นที่พระองค์จะทรงต้องรับทรมาน แต่เน้นเหตุการณ์น่าเศร้าสลดใจที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้าคือ พระองค์ทรงถูกมอบในเงื้อมมือของคนทั้งหลายที่อาจทำทารุณกรรมกับพระองค์ได้ตามใจชอบ

- บรรดาศิษย์ไม่เข้าใจพระวาจานี้ แต่ก็ไม่กล้าทูลถาม บรรดาศิษย์ยึดมั่นในความคิดของคนร่วมสมัยว่า พระเมสสิยาห์จะทรงมีชัยชนะอยู่เสมอ แม้พระเยซูเจ้าทรงตำหนินักบุญเปโตรเพราะเขาไม่ยอมรับว่าพระองค์ในฐานะบุตรแห่งมนุษย์จะทรงต้องรับทรมาน (8:33)บรรดาศิษย์ก็ไม่ได้รับบทเรียนนี้ เขาไม่เข้าใจแผนการแห่งความรอดพ้น ซึ่งจะสำเร็จไปโดยที่พระเยซูเจ้าจะทรงรับทรมาน สิ้นพระชนม์และทรงกลับคืนพระชนมชีพ บรรดาศิษย์ไม่เข้าใจและไม่กล้าทูลถามพระองค์ เพราะยังไม่ยอมรับความเป็นไปได้ที่พระเมสสิยาห์จะทรงถูกประชาชนปฏิเสธ ดังนั้น พระเยซูเจ้าทรงรู้สึกว่าทรงอยู่โดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้นและไม่มีผู้ใดเชื่อฟังพระองค์