Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ตั้งแต่นี้ต่อไป อย่าให้ใครได้กินผลของเจ้าอีกเลย”

57. ต้นมะเดื่อเทศไร้ผล (2)
b) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
           1. “พระเยซูเจ้าทรงรู้สึกหิว” ครั้งก่อนเมื่อพระองค์เสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม เราเห็นว่าพระองค์ทรงต้องการสิ่งหนึ่ง นั่นคือลูกลา ลาเป็นสัตว์มีหน้าที่รับใช้มนุษย์ และการรับใช้เป็นวิธีแสดงความรักอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการจากมนุษย์คือความรัก เพราะพระองค์ทรงเป็นความรัก และความรักต้องการได้รับการตอบสนองจากความรัก

ในครั้งนี้ พระเยซูเจ้าทรงรู้สึกหิว ความหิวนี้สอดคล้องกับต้องการที่จะมีลูกลา พระเยซูเจ้าผู้เสด็จมาเยี่ยมสวนองุ่นของพระองค์ทรงหิวโหยอะไรบ้าง ทรงหิวโหยความรักจากประชากรของพระองค์อย่างแท้จริง นี่เป็นผลของต้นมะเดื่อเทศ ความหิวโหยของพระเจ้าหรือความปรารถนาของพระองค์ คือมนุษย์รู้จักรักกันดังที่พระองค์ทรงรักเรา น่าสังเกตว่า พระเจ้าทรงหิวโหยและทรงต้องการสิ่งเดียวจากมนุษย์คือความรัก ความหิวโหยและความต้องการสิ่งต้องการสิ่งเดียวนี้ยังเป็นความรอดพ้นของเราอีกด้วย หมายถึงความรักดังที่พระองค์ทรงรักเรา ความหิวโหยชวนเราให้คิดถึงบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับชีวิตและความตาย เพราะความหิวโหยชวนให้คิดถึงอาหาร ซึ่งถ้าเรากินก็จะมีชีวิต แต่ถ้าเราไม่กินก็จะนำความตาย ดังนั้น สำหรับพระเยซูเจ้า ความหิวโหยของพระองค์จะเป็นชีวิตหรือความตายขึ้นอยู่ว่าพระองค์จะทรงพบผลหรือไม่ ถ้าทรงพบผลก็จะมีชีวิต แต่ถ้าไม่ทรงพบผลก็จะต้องตาย โดยแท้จริงแล้ว พระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนซึ่งเป็นต้นไม้เพราะไม่ทรงพบผลแห่งความรัก ทรงพบเพียงความเห็นแก่ตัว

           2. “เมื่อทอดพระเนตรแต่ไกล ทรงเห็นมะเดื่อเทศต้นหนึ่งมีใบ จึงเสด็จเข้าไปทอดพระเนตรว่ามีผลหรือไม่ ทรงพบแต่ใบ” พระเยซูเจ้าทรงหิวจึงเสด็จไปดูว่ามีผลหรือไม่ แล้วพระองค์ทรงพบอะไร ทรงพบต้นมะเดื่อเทศและใบมากมาย โดยปกติ ใบไม้ในพระคัมภีร์ใช้เพื่อปิดบังความผิดบางสิ่งบางอย่าง เช่น เมื่ออาดัมและเอวาทำบาปแล้วรู้สึกอายเพราะรู้ตัวว่า “เปลือยกายอยู่ จึงเอาใบมะเดื่อมาเย็บเป็นเครื่องปกปิดร่างไว้” (ปฐก 3:7) เราทั้งหลายทำหลายสิ่งหลายหลายอย่างเพื่อปกปิดสิ่งเดียวที่ยังขาด เราขาดสิ่งจำเป็นหนึ่งเดียวคือความรักต่อพระเจ้าและต่อเพื่อนมนุษย์ ปราศจากความรักนี้ทุกอย่างไร้คุณค่า ทุกอย่างเป็นเพียงใบไม้ ทุกอย่างเป็นเพียงภาพปรากฏภายนอก พระเยซูเจ้าเสด็จมาแต่ไกล เราน่าจะถามพระเจ้าว่า ทำไมจึงเสด็จเข้ามาในโลก พระองค์คงจะตรัสตอบว่า เราสร้างโลก เราเคยเสด็จมาแล้วครั้งหนึ่ง ในตอนเย็นของวันแรก แต่มนุษย์ไม่ตอบสนองเรา เราจึงได้ซ่อนตัวระยะหนึ่ง และหลายปีต่อมาหลังจากได้อบรมมนุษย์ด้วยพระวาจา ก็มาดูว่าเขาทั้งหลายมีผลิตผลบ้างไหม พระองค์เสด็จมาพบประชากรหลายครั้งทรงเตรียมเขาไว้ และมีความหวังว่าเขาทั้งหลายจะยอมรับพระองค์ ดังนั้น พระเจ้าทรงหวังอะไรจากมนุษย์ พระองค์ทรงหวังที่จะพบมนุษย์ซึ่งเป็นบุตรของพระองค์ คือบุคคลที่รักผู้อื่นและรักพระองค์อย่างแท้จริง นี่แหละคือความปรารถนาแรงกล้าของพระเจ้าที่จะพบบางสิ่งบางอย่างในมนุษย์

              3. พระองค์จึงตรัสแก่มะเดื่อเทศต้นนั้นว่า “ตั้งแต่นี้ต่อไป อย่าให้ใครได้กินผลของเจ้าอีกเลย” นี่เป็นคำสาปยิ่งใหญ่ เป็นคำสาปแช่งแก่ผู้ที่ไม่มีความรัก ผู้ที่ไม่มีความรักก็ถูกสาปแช่ง ต้นไม้ที่ไม่มีผลเท่ากับว่าตายไปแล้ว นี่คือคำสาปแช่งที่ทำให้พระเยซูเจ้าต้องสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ทรงแบกคำสาปแช่งเพราะบาปและความตายของเรา แล้วเราจะได้รับชีวิตเป็นการแลกเปลี่ยน น่าสังเกตว่า นี่เป็นเพียงครั้งเดียวที่พระเยซูเจ้าทรงใช้พระอานุภาพเพื่อลงโทษต้นมะเดื่อเทศ ซึ่งเป็นการกระทำตรงกันข้ามกับการทำอัศจรรย์ พระองค์ทรงดุว่าต้นมะเดื่อเทศเพื่อดึงดูดความแข็งกระด้างให้ออกจากจิตใจเรา ทรงดุว่าความชั่วร้ายเพื่อทรงแสดงว่าจะทรงรับคำสาปแช่งเพื่อประทานผลแก่เรา

               4. เราจงภาวนาวอนขอพระเจ้าทรงช่วยเราให้รู้จักตอบสนองการเชื้อเชิญที่จะกลับใจ เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการฟังและการมอง ยอมรับความไร้ผลของตนเองในเรื่องความรักดังที่พระเยซูเจ้าทรงรักเรา และเวลาเดียวกัน ให้เรารู้จักขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับคำตักเตือนและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่พระองค์ประทานแก่เรา โดยแสดงความพากเพียรอดทนต่อเรา ซึ่งหลายครั้งเราเป็นเหมือนคนหูหนวกและตาบอด