Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

III. วันฉลองปัสกาและปังแห่งชีวิต

ชาวยิวต่อต้านพระเยซูเจ้ารุนแรงขึ้น

พระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์ทวีขนมปัง

1หลังจากนั้น พระเยซูเจ้าเสด็จข้ามทะเลสาบกาลิลี หรือทีเบเรียส  2ประชาชนจำนวนมากตามพระองค์ไป เพราะเห็นเครื่องหมายอัศจรรย์ที่ทรงกระทำแก่ผู้เจ็บป่วย  3พระองค์เสด็จขึ้นไปบนภูเขา ประทับที่นั่นพร้อมกับบรรดาศิษย์  4ขณะนั้นใกล้จะถึงวันฉลองปัสกาของชาวยิวa

5พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ ทอดพระเนตรเห็นประชาชนจำนวนมากที่มาเฝ้า จึงตรัสแก่ฟิลิปว่า “พวกเราจะซื้อขนมปังที่ไหนให้คนเหล่านี้กิน”  6พระองค์ตรัสดังนี้เพื่อทดลองใจเขา แต่พระองค์ทรงทราบแล้วว่าจะทรงทำประการใด  7ฟิลิปทูลตอบว่า “ขนมปังสองร้อยเหรียญแจกให้คนละนิดก็ไม่พอ”  8ศิษย์อีกคนหนึ่งคือ อันดรูว์ น้องของซีโมน เปโตร ทูลว่า  9”เด็กคนหนึ่งที่นี่มีขนมปังบาร์เลย์ห้าก้อนกับปลาสองตัว ขนมปังและปลาเพียงเท่านี้จะพออะไรสำหรับคนจำนวนมากเช่นนี้”  10พระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงบอกประชาชนให้นั่งลงเถิด” ที่นั่น มีหญ้าขึ้นอยู่ทั่วไป เขาจึงนั่งลง นับจำนวนผู้ชายได้ถึงห้าพันคน  11พระเยซูเจ้าทรงหยิบขนมปังขึ้น ทรงขอบพระคุณพระเจ้า แล้วทรงแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่นั่งอยู่ตามที่เขาต้องการ  พระองค์ทรงกระทำเช่นเดียวกันกับปลา  12เมื่อคนทั้งหลายอิ่มแล้ว พระองค์ตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “จงเก็บเศษขนมปังที่เหลือ อย่าให้สิ่งใดสูญไปเปล่า ๆ”  13บรรดาศิษย์จึงเก็บเศษขนมปังบาร์เลย์ห้าก้อนที่เหลือนั้น ได้สิบสองกระบุง  14เมื่อคนทั้งหลายเห็นเครื่องหมายอัศจรรย์ที่ทรงทำ ก็พูดว่า “ท่านผู้นี้เป็นประกาศกแท้ ซึ่งจะต้องมาในโลก” 15พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าคนเหล่านั้นจะใช้กำลังบังคับพระองค์ให้เป็นกษัตริย์ จึงเสด็จไปบนภูเขาตามลำพังbอีกครั้งหนึ่ง

 พระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินบนน้ำ

16เมื่อถึงเวลาเย็น บรรดาศิษย์ต่างลงไปยังทะเลสาบ  17และลงเรือข้ามฟากไปทางเมืองคาเปอรนาอุม ขณะนั้นมืดแล้ว พระเยซูเจ้า

ก็ยังไม่เสด็จมากับเขา  18ทะเลปั่นป่วนเพราะลมพัดจัด  19บรรดาศิษย์กรรเชียงเรือไปได้ราวสี่หรือห้ากิโลเมตร เห็นพระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินบนทะเล เข้ามาใกล้เรือ ก็ตกใจกลัว  20แต่พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “เราเอง อย่ากลัวเลย”c  21บรรดาศิษย์รับพระองค์ลงเรือด้วยความเต็มใจ ทันใดนั้นเรือก็ถึงฝั่งที่เขามุ่งจะไป

            พระเยซูเจ้าทรงเทศน์สอนในศาลาธรรมที่เมืองคาเปอรนาอุd

22วันรุ่งขึ้น ประชาชนที่ยังอยู่บนฝั่งตรงข้าม สังเกตเห็นว่า มีเรืออยู่ที่นั่นเพียงลำเดียว และจำได้ว่าพระเยซูเจ้ามิได้เสด็จลงเรือไปกับบรรดาศิษย์ บรรดาศิษย์ไปกันตามลำพังเท่านั้น  23แต่เรือลำอื่นจากเมืองทีเบเรียสมายังสถานที่ที่พวกเขาได้กินขนมปังe  24เมื่อประชาชนเห็นว่าทั้งพระเยซูเจ้า และบรรดาศิษย์ไม่อยู่ที่นั่นแล้ว ก็ลงเรือ มุ่งไปที่เมืองคาเปอรนาอุมเพื่อตามหาพระเยซูเจ้า  25เมื่อพบพระองค์ที่ฝั่งตรงข้าม จึงทูลถามว่า “พระอาจารย์ ท่านมาที่นี่เมื่อไร”  26พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า

“เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า

ท่านแสวงหาเรา มิใช่เพราะได้เห็นเครื่องหมายอัศจรรย์

แต่เพราะได้กินขนมปังจนอิ่ม

27อย่าขวนขวายหาอาหารที่กินแล้วเสื่อมสลายไป

แต่จงหาอาหารที่คงอยู่และนำชีวิตนิรันดรมาให้

อาหารนี้บุตรแห่งมนุษย์จะประทานให้fท่าน

เพราะพระเจ้าพระบิดาทรงประทับตราgรับรองบุตรแห่งมนุษย์ไว้แล้ว”

28เขาเหล่านั้นจึงทูลว่า “พวกเราจะต้องทำอะไรเพื่อให้กิจการของพระเจ้าสำเร็จ”  29พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “กิจการของพระเจ้าhก็คือให้ท่านทั้งหลายเชื่อในผู้ที่พระองค์ทรงส่งมา”  30ประชาชนจึงทูลถามว่า “ท่านกระทำเครื่องหมายอัศจรรย์ใดเพื่อพวกเราจะได้เห็น และจะได้เชื่อในท่าน ท่านทำอะไรเล่า  31บรรพบุรุษของเราได้กินมานนาiในถิ่นทุรกันดาร ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า พระองค์ประทานขนมปังจากสวรรค์ให้เขากิน”

32พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า

เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า

มิใช่โมเสสที่ให้ขนมปังจากสวรรค์แก่ท่าน

แต่เป็นพระบิดาของเราที่ประทานขนมปังแท้จากสวรรค์ให้ท่าน

33เพราะขนมปังของพระเจ้า

คือขนมปังซึ่งลงมาจากสวรรค์

และประทานชีวิตให้แก่โลก’

34ประชาชนจึงทูลว่า “นายขอรับ โปรดให้ขนมปังนี้แก่พวกเราเสมอเถิด”  35พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า

เราเป็นjปังแห่งชีวิต

ผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว

และผู้ที่เชื่อในเราจะไม่กระหายอีกเลยk

36เราบอกท่านทั้งหลายแล้วว่า

ท่านเห็นเราแล้ว แต่ไม่เชื่อ

37ทุกคนที่พระบิดาทรงมอบให้เรา จะมาหาเรา

และผู้ที่มาหาเรา

เราจะไม่ผลักไสไปเลยl

38เพราะเราลงมาจากสวรรค์

มิใช่เพื่อทำตามใจของเรา

แต่เพื่อทำตามพระประสงค์ของผู้ทรงส่งเรามา

39พระประสงค์ของผู้ทรงส่งเรามาก็คือ

เราจะไม่สูญเสียผู้ใด

ที่พระองค์ทรงมอบให้แก่เรา

แต่จะให้ผู้นั้นกลับคืนชีพในวันสุดท้าย

40พระประสงค์ของพระบิดาของเรา ก็คือ

ทุกคนที่เห็นพระบุตรmแล้วเชื่อในพระบุตร

จะมีชีวิตนิรันดร

และเราจะให้เขากลับคืนชีพในวันสุดท้าย

41ชาวยิวบ่นพึมพำnไม่เห็นด้วยกับพระเยซูเจ้า ที่ตรัสว่า “เราเป็นปังซึ่งลงมาจากสวรรค์”  42เขาพูดกันว่า “คนคนนี้ไม่ใช่ เยซู บุตรของโยเซฟหรือ เรารู้จักทั้งบิดาและมารดาของเขาดี แล้วเขาพูดได้อย่างไรว่า เราลงมาจากสวรรค์”  43พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เลิกบ่นพึมพำกันเสียทีเถิด”

44”ไม่มีใครมาหาเราได้

นอกจากพระบิดาผู้ทรงส่งเรามาจะทรงชักนำเขา

และเราจะทำให้เขากลับคืนชีพในวันสุดท้าย

45มีเขียนไว้ในหนังสือของบรรดาประกาศกว่า

ทุกคนจะได้รับคำสอนจากพระเจ้า

ทุกคนที่ได้ฟังพระบิดา

และเรียนรู้จากพระองค์

ก็มาหาเรา

46ไม่มีใครได้เห็นพระบิดา

นอกจากผู้ที่มาจากพระเจ้า

47เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า

ผู้ที่เชื่อในเรา ก็มีชีวิตนิรันดร

48เราเป็นปังแห่งชีวิต

49บรรพบุรุษของท่านทั้งหลายได้กินมานนาในถิ่นทุรกันดาร

แล้วยังตาย

50แต่ปังที่ลงมาจากสวรรค์เป็นอย่างนี้

คือผู้ที่กินปังนี้แล้วจะไม่ตาย

51เราเป็นปังทรงชีวิต ที่ลงมาจากสวรรค์

ใครที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป

และปังที่เราจะให้นี้

คือเนื้อของเราoเพื่อให้โลกมีชีวิต”p

52ชาวยิวจึงเถียงกันว่า “คนนี้เอาเนื้อของตนให้เรากินได้อย่างไร”  53พระเยซูเจ้าตรัสตอบเขาว่า เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า

ถ้าท่านไม่กินเนื้อของบุตรแห่งมนุษย์

และไม่ดื่มโลหิตของเขา

ท่านจะไม่มีชีวิตในตนเอง

54ผู้ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเรา

ก็มีชีวิตนิรันดร

เราจะทำให้เขากลับคืนชีพในวันสุดท้าย

55เพราะเนื้อของเราเป็นอาหารแท้

และโลหิตของเราเป็นเครื่องดื่มแท้

56ผู้ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเรา

ก็ดำรงอยู่ในเรา

และเราก็ดำรงอยู่ในเขาq

57พระบิดาผู้ทรงชีวิตทรงส่งเรามา

และเรามีชีวิตเพราะพระบิดาฉันใด

ผู้ที่กินเนื้อของเราจะมีชีวิตเพราะเราฉันนั้นr

58นี่คือปังที่ลงมาจากสวรรค์

ไม่เหมือนปังที่บรรดาบรรพบุรุษได้กินs

แล้วยังตาย

ผู้ที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป”

59พระองค์ตรัสเช่นนี้ขณะที่ทรงสอนในศาลาธรรมที่เมืองคาเปอรนาอุม  60เมื่อศิษย์หลายคนได้ยินพระองค์ตรัสดังนี้ ก็กล่าวว่า “ถ้อยคำนี้ขัดหูจริง ใครจะฟังได้”  61พระเยซูเจ้าทรงทราบด้วยพระองค์ว่าบรรดาศิษย์กำลังบ่นกันเรื่องนี้ จึงตรัสกับเขาว่า “เรื่องนี้ทำให้ท่านเคลือบแคลงใจเราหรือ  62แล้วถ้าท่านจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์กลับขึ้นสู่สถานที่ที่เคยอยู่แต่ก่อนเล่า ท่านจะว่าอย่างไร”

63‘พระจิตเจ้าเป็นผู้ประทานชีวิต

ลำพังมนุษย์ทำอะไรไม่ได้

วาจาที่เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายนั้น

ให้ชีวิต เพราะมาจากพระจิตเจ้าt

64”แต่บางท่านไม่เชื่อ” พระเยซูเจ้าทรงทราบตั้งแต่แรกแล้วว่าผู้ใดไม่เชื่อ และผู้ใดจะทรยศต่อพระองค์  65พระองค์ตรัสต่อไปว่า “ดังนั้น เราจึงบอกท่านทั้งหลายว่า ไม่มีผู้ใดมาหาเราได้ เว้นแต่ผู้ที่พระบิดาประทานให้เขามา”  66หลังจากนั้น ศิษย์หลายคนเปลี่ยนใจ ไม่ติดตามพระองค์อีกต่อไป

            เปโตรประกาศความเชื่อ

67พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับอัครสาวกสิบสองคนว่า “ท่านทั้งหลายจะไปด้วยหรือ”

 68ซีโมน เปโตรทูลตอบว่า “พระเจ้าข้า พวกเราจะไปหาใครเล่า พระองค์มีพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร  69พวกเราเชื่อ และรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า”u  70พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เราได้เลือกท่านทั้งสิบสองคนมิใช่หรือ แต่คนหนึ่งเป็นปีศาจ”  71พระองค์ทรงหมายถึงยูดาส บุตรของซีโมน อิสคาริโอท ซึ่งเป็นคนหนึ่งในบรรดาอัครสาวกสิบสองคน แต่เขาจะทรยศต่อพระองค์

เรียนพระคัมภีร์กับคุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร
พระวรสารนักบุญยอห์น บทที่ 6



6 a ปังที่พระเยซูเจ้าประทานให้จะเป็นการเลี้ยงฉลองปัสกาใหม่

b สำเนาโบราณบางฉบับว่า “หนีไป”

c สำเนาโบราณบางฉบับละ “อย่ากลัวเลย”

d ผู้อธิบายพระคัมภีร์บางคนคิดว่า คำปราศรัยเรื่องศีลมหาสนิท (ข้อ 51-58: พระเยซูเจ้าประทานพระกายและพระโลหิตเป็นอาหารเลี้ยงวิญญาณ ดู ข้อ 51 เชิงอรรถ p) ได้ถูกนำมาแทรกในเรื่องเล่า ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้ : (1) ชาวยิวขอ “เครื่องหมายอัศจรรย์” เหมือนกับเครื่องหมายอัศจรรย์เรื่องมานนา (ข้อ 30-31 ดู 1:21 เชิงอรรถ t) (2) พระเยซูเจ้าตรัสกับชาวยิวว่า ในฐานะที่ทรงถ่ายทอดคำสอนของพระองค์ (ดู 3:11 เชิงอรรถ e) พระองค์จึงทรงเป็นอาหารแท้ เป็นปังซึ่งผู้มีความเชื่อเท่านั้นรับได้” (ข้อ 32ฯ) (3) แต่ชาวยิวไม่เข้าใจ (ข้อ 60-66) (4) เปโตร และบรรดาศิษย์เท่านั้นยอมเชื่อ (ข้อ 67-71) ข้อ 31-58 อาจเป็นบทเทศน์ตามแบบ “มีดราช” ของชาวยิว คือ ข้อ 31 ยกข้อความจากพระคัมภีร์ “พระองค์ประทานปังจากสวรรค์ให้เขากิน” แล้วอธิบายความคิดแรก (ปังจากสวรรค์) ในข้อ 32-48 และอธิบายความคิดที่สอง (ให้เขากิน) ในข้อ 49-58 (คำสอนนี้จะเข้าใจได้อย่างดีที่สุดโดยคำนึงข้อความใน ฉธบ 8:3; สภษ 8:22-24; 9:1-6; บสร 24:3,17-21; ลก 11:29-32)

e สำเนาโบราณบางฉบับเสริมว่า “หลังจากที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงขอบพระคุณแล้ว”

f สำเนาโบราณบางฉบับว่า “ประทานให้”

g “ตรา” ที่พระเยซูเจ้าทรงได้รับเมื่อทรงรับพิธีล้างนั้น คือพระจิตเจ้า (มธ 3:16 เชิงอรรถ n) ผู้ทรงเป็นฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า และทำงานอยู่ใน “เครื่องหมายอัศจรรย์” ที่พระคริสตเจ้าทรงกระทำ เทียบ มธ 12:28; กจ 10:38; 2 คร 1:22; อฟ 1:13; 4:30

h ชาวยิวให้ความสำคัญแก่ “กิจการ” ที่มนุษย์ต้องทำเพื่อเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า แต่พระเยซูเจ้าทรงเน้นถึงความเชื่อที่เขาต้องมีต่อผู้ที่พระเจ้าทรงส่งมา

i มานนาใน อพย 16 เป็นอาหารที่พระเจ้าประทานให้แก่ประชากรในยุคของพระเมสสิยาห์ (สดด 78:23-24; 105:40) คริสตชนเข้าใจว่ามานนาเป็นสัญลักษณ์ของศีลมหาสนิท (1 คร 10:3-4) พระเยซูเจ้าทรงใช้ภาพมานนาที่นี่เป็นเครื่องหมายถึงความเชื่ออันเป็นอาหารที่แท้จริง (ข้อ 35-50) ซึ่งมาจากพระกายและพระโลหิตของพระองค์ และเป็นบ่อเกิดแห่งชีวิตนิรันดร (ข้อ 51-58 ดู มธ 4:4; 14:13-21)

j “เราเป็น” (กรีก ego eimi) ทำให้คิดถึงพระนาม ซึ่งพระเจ้าได้ทรงเผยให้แก่โมเสส (อพย 3:13 เชิงอรรถ g ดู ยน 8:24 เชิงอรรถ g) แต่ที่นี่ (และที่อื่นหลายครั้ง) เป็นสูตรที่พระเยซูเจ้าทรงใช้เมื่อเริ่มอธิบายอุปมา ในกรณีนี้ อุปมาไม่อยู่ในเรื่องเล่า แต่อยู่ในกิจการที่ทรงกระทำ การประทานมานนา และการทวีขนมปังเป็นอุปมาของการที่พระคริสตเจ้าประทานพระองค์เองเป็นขนมปังแท้แก่มนุษย์ (ดู ข้อ 41,48,51; 8:12; 10:7-11; 11:25; 15:1)

k พระเยซูเจ้าตรัสเหมือนกับที่พระปรีชาญาณเชื้อเชิญประชาชนทั้งหลายให้มาร่วมโต๊ะกับตน (สภษ 9:1ฯ) ยน คิดว่าพระเยซูเจ้าคือพระปรีชาญาณของพระเจ้า ซึ่งพันธสัญญาเดิม แสดงตนเป็นบุคคลได้บ้างแล้ว (ดู 1:1 เชิงอรรถ a; ลก 7:35; 1 คร 1:24) ความเข้าใจเช่นนี้พบได้แล้วในคำสอนของพระเยซูเจ้าตามที่บันทึกไว้ใน

พระวรสารสหทรรศน์ (มธ 11:19; ลก 11:31 //) แต่ ยน เข้าใจเรื่องนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนั้น ต้นกำเนิดของพระเยซูเจ้าจึงเป็นเรื่องลึกลับ (7:27-29; 8:14,19; เทียบ โยบ 28:20-28) พระองค์ผู้เดียวทรงทราบความลับของพระเจ้าและทรงเปิดเผยความลับนั้น (ยน 3:11-12, 31-32 เทียบ ปชญ 9:13-18; บรค 3:29-38; มธ 11:25-27 //) พระองค์ทรงเป็นปังที่ให้ชีวิตและทำให้ผู้กินอิ่มหนำอย่างที่สุด (ยน 6:35 เทียบ สภษ 9:1-6; บสร 24:19-22)

l “การมาหาพระคริสตเจ้า” คือ การเชื่อในพระองค์ ดังที่เห็นได้ชัดเจนใน มก 2:5; 5:34 ฯลฯ เป็นการแสดงความเชื่อ โดยไม่ต้องใช้คำพูด

m “การเห็น” พระบุตรคือการยอมรับว่า พระองค์เป็นพระบุตรที่พระบิดาทรงส่งมาอย่างแท้จริง (เทียบ 12:45; 14:9; 17:6 เชิงอรรถ g)

n ชาวยิวบ่นพึมพำไม่เห็นด้วยกับพระเยซูเจ้าเหมือนกับที่บรรพบุรุษของเขาได้กระทำในถิ่นทุรกันดาร (ดู อพย 16:2ฯ; 17:3; กดว 11:1; 14:27; 1 คร 10:10)

o สำเนาโบราณบางฉบับเสริมว่า “ที่เราจะให้” ไม่ว่าจะมีวลีนี้หรือไม่ ความหมายก็ชัดอยู่แล้ว วลีนี้ทำให้คิดถึง 1 คร 11:24 ที่ว่า “นี่คือกายของเรา เพื่อท่านทั้งหลาย” เทียบ ลก 22:19; เป็นการกล่าวถึงพระทรมาน

p พระเยซูเจ้าทรงเป็นปังแท้ เพราะเป็นพระวจนาตถ์ของพระเจ้า (ข้อ 32ฯ) และเพราะทรงเป็นเครื่องบูชา พระกายและโลหิตถูกถวายเป็นบูชาให้โลกมีชีวิต (ข้อ 51-58 เทียบ ข้อ 22 เชิงอรรถ d) คำว่า “เนื้อ” ทำให้เราเห็นความสัมพันธ์ระหว่างศีลมหาสนิทและการบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระวจนาตถ์ พระวจนาตถ์ผู้ทรงรับเอาเนื้อหนังเป็นมนุษย์” (1:4 เชิงอรรถ l) และเป็นอาหารแท้

q “การดำรงอยู่ใน” เป็นวลีจำเพาะของพระวรสารฉบับนี้ หมายถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิด แต่ความใกล้ชิดนี้จะมากหรือน้อย ก็ขึ้นกับธรรมชาติของบุคคลหรือสิ่งที่กำลังกล่าวถึง แต่ฝ่ายหนึ่งจะต้องใหญ่กว่าอีกฝ่ายหนึ่งเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกล่าวถึงพระบุคคลของพระเจ้า เป็นที่น่าสังเกต แม้ในกรณีที่ความสัมพันธ์สลับกันได้ เช่นในกรณีนี้ (10:38; 14:10,20; 15:4-7; 17:21-23; 1 ยน 2:24; 3:24; 4:12-16)

r ชีวิตซึ่งพระบิดาทรงถ่ายทอดให้กับพระบุตร ก็ถ่ายทอดต่อมายังผู้มีความเชื่อโดยทางศีลมหาสนิท

s สำเนาโบราณบางฉบับเสริมว่า “มานนา” หรือ “ในถิ่นทุรกันดาร”

t ข้อ 63 แปลตามตัวอักษรว่า “จิตเป็นผู้ให้ชีวิต เนื้อหนังไม่มีประโยชน์อะไร วาจาที่เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลาย เป็นจิตและชีวิต” “จิต เนื้อหนัง” เป็นสำนวนเซมิติก หมายถึง สองสิ่งที่ตรงกันข้าม “จิต” หมายถึง พลังอำนาจของพระเจ้า (พระจิตเจ้า” ส่วน “เนื้อหนัง” หมายถึง มนุษย์ในฐานะที่มีธรรมชาติอ่อนแอ พระวาจาของพระเยซูเจ้าเรื่องปังจากสวรรค์เปิดเผยให้เราทราบเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้า ซึ่งพระจิตเจ้าเท่านั้น (ดู 1:33 เชิงอรรถ x) สามารถช่วยเราให้เข้าใจได้ (ดู 14:26 เชิงอรรถ r) และความเข้าใจนี้เป็นบ่อเกิดแห่งชีวิตสำหรับมนุษย์ทุกคน

u “ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า” หมายถึง พระเมสสิยาห์ ผู้แทนของพระเจ้าที่พระองค์ทรงเลือกสรร ทรงเจิม และโปรดให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์อย่างพิเศษ (เทียบ 10:36; 17:19) สำเนาโบราณบางฉบับว่า “พระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้า” หรือ “พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต” (เทียบ มธ 16:16)

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย