Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2016

สัปดาห์ที่ 20 เทศกาลธรรมดา

อสค 37:1-14…
          1พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์อยู่เหนือข้าพเจ้า พระจิตของพระยาห์เวห์ทรงนำข้าพเจ้าออกมา และวางข้าพเจ้าไว้กลางหุบเขาที่มีกระดูกเต็มไปหมด 2พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าเดินไปโดยรอบใกล้ๆกระดูกเหล่านั้น ข้าพเจ้าเห็นว่ามีกระดูกมากมายทีเดียวในหุบเขานั้น เป็นกระดูกแห้งสนิท 3พระองค์ตรัสถามข้าพเจ้าว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้จะกลับมีชีวิตได้ไหม” ข้าพเจ้าทูลตอบว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ก็ทรงทราบอยู่แล้ว”

4พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า “จงประกาศพระวาจาเหนือกระดูกเหล่านี้ จงกล่าวแก่กระดูกเหล่านี้ว่า ‘กระดูกแห้งเอ๋ย จงฟังพระวาจาของพระยาห์เวห์เถิด 5พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่กระดูกเหล่านี้ว่า ดูซิ เราจะนำจิต เข้าไปในเจ้า และเจ้าจะมีชีวิตอีก 6เราจะวางเส้นเอ็นไว้บนเจ้า จะทำให้เนื้อขึ้นมา จะเอาหนังมาคลุมไว้ จะใส่จิตในเจ้า และเจ้าจะมีชีวิต แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์’” 7ข้าพเจ้าจึงประกาศพระวาจาตามที่ข้าพเจ้าได้รับพระบัญชา ขณะที่ข้าพเจ้าประกาศพระวาจาอยู่นั้น ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงกรุกกริก และเห็นกระดูกเหล่านั้นเข้ามาต่อติดกัน 8ข้าพเจ้ามองดูก็เห็นเส้นเอ็นอยู่เหนือกระดูก มีเนื้อขึ้นมา และหนังก็มาหุ้มไว้ แต่ยังไม่มีจิตในร่างเหล่านั้น 9แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงประกาศพระวาจาแก่จิตเถิด บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงประกาศพระวาจาและบอกจิตว่า ‘พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ จิตเอ๋ย จงมาจากทิศทั้งสี่และพ่นเข้าไปในผู้ที่ถูกฆ่าเหล่านี้ ให้เขามีชีวิตอีก’” 10ข้าพเจ้าประกาศพระวาจาตามพระบัญชา จิตก็เข้ามาในร่างเหล่านั้น เขาก็มีชีวิตและยืนขึ้น เป็นกองทัพใหญ่มหึมาจริงๆ

11แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้คือพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหลาย ดูซิ เขาทั้งหลายพูดว่า ‘กระดูกของเราแห้ง ความหวังของเราสูญหายไป พวกเราถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว’ 12เพราะฉะนั้น จงประกาศพระวาจาและบอกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ดูซิ ประชากรของเราเอ๋ย เรากำลังจะเปิดหลุมฝังศพของท่านและยกท่านขึ้นมาจากหลุมศพ นำท่านกลับมายังแผ่นดินอิสราเอล 13ประชากรของเราเอ๋ย ท่านจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เมื่อเราเปิดหลุมศพของท่าน และยกท่านขึ้นมาจากหลุมศพ 14เราจะให้จิตของเราเข้าไปในท่าน และท่านจะมีชีวิต เราจะให้ท่านตั้งหลักแหล่งในแผ่นดินของท่าน แล้วท่านจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เราได้พูดและได้ทำแล้ว – พระยาห์เวห์ตรัส”

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• “จงประกาศพระวาจา...”

• พ่ออ่านเอเสเคียลบทที่ 37 วันนี้เรื่อง “กระดูกแห้ง” ไร้ชีวิต เหมือนซากศพกองเต็มหุบเขา เปรียบเหมือนอิสราเอลที่สิ้นหวัง ไร้พลัง หมดสภาพ เพราะบาปและความผิด ดูว่า หมดกันสิ้นหวังแล้วจริงๆ เหมือนกองกระดูก เน้น “กระดูกแห้ง” จริงๆ

• พี่น้องอ่านพระคัมภีร์ดีๆ
o เราจะได้เห็นถ้อยคำนี้ สามครั้ง “จงประกาศพระวาจา”
o พระเจ้าสั่งประกาศกเอเสเคียลให้ประกาศพระวาจาแก่กระดูกแห้ง และแก่อิสราเอลที่สิ้นหวัง แล้วการประกาศพระวาจานั้น ทรงพลังและนำชีวิต นำจิตวิญญาณกลับมากสู่กระดูแห้งและสิ้นหวังของอิสราเอล ทำให้กลายเป็นดังกองทัพมหึมาอีกครั้ง...
o เราแกะรอยดูคำสั่งของพระเจ้ากันครับ เราจะพบพระบัญชาหรือคำสั่ง 3 ครั้งว่า “จงประกาศพระวาจา”
1. “จงประกาศพระวาจาเหนือกระดูกเหล่านี้ จงกล่าวแก่กระดูกเหล่านี้ว่า ‘กระดูกแห้งเอ๋ย จงฟังพระวาจาของพระยาห์เวห์เถิด พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่กระดูกเหล่านี้ว่า ดูซิ เราจะนำจิต เข้าไปในเจ้า และเจ้าจะมีชีวิตอีก เราจะวางเส้นเอ็นไว้บนเจ้า จะทำให้เนื้อขึ้นมา จะเอาหนังมาคลุมไว้ จะใส่จิตในเจ้า และเจ้าจะมีชีวิต แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์” (ข้อ 4-6)
2. “จงประกาศพระวาจาแก่จิตเถิด บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงประกาศพระวาจาและบอกจิตว่า ‘พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ จิตเอ๋ย จงมาจากทิศทั้งสี่และพ่นเข้าไปในผู้ที่ถูกฆ่าเหล่านี้ ให้เขามีชีวิตอีก’” (ข้อ 9)
3. “จงประกาศพระวาจาและบอกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ดูซิ ประชากรของเราเอ๋ย เรากำลังจะเปิดหลุมฝังศพของท่านและยกท่านขึ้นมาจากหลุมศพ นำท่านกลับมายังแผ่นดินอิสราเอล” (ข้อ 12)

• เมื่ออ่านแล้วทำให้พ่อต้องระลึกจริงๆ ถึงสภาพเหมือน “กระดูกแห้งของประชากรอิสราเอล” ที่เจริญชีวิตอย่างไรจิตวิญญาณยาวนา จนความพินาศมาถึง.. และต้องเนรเทศ ต้องไปเป็นเชลยอย่างน่าอับอายในบาบิโลน ริมแม่น้ำเคบาร์ที่พระเจ้าได้เริ่มตรัสกับเอเสเคียลเพื่อนำการกลับใจ เพื่อประกาศพระวาจา... เพื่อให้พระวาจาของพระเจ้ามีพลังเพื่อฟื้นฟูชีวิตและนำชีวิตกลับมาสู่สภาพที่ดีกว่าที่เคย...

• พ่อทึ่งกับการที่พระเจ้าสั่ง... “จงประกาศพระวาจา”
o พ่อกำลังคิดจริงๆว่า อะไรหนอที่ขาดไปในหมู่เราคริสตชนที่ สิ่งที่เราต้องการเพื่อเติมพลังจิตวิญญาณให้แก่เราคริสตชนให้ประเทศไทยของเราให้มีพลัง ให้มีชีวิต ให้มีจิตของพระเจ้า
o พ่อคิดว่า เราต้องเติมพลังจิตของพระเจ้า จิตวิญญาณแห่งการ “ประกาศข่าวดี”
o พ่อเชื่อว่า สิ่งที่พระสันตะปาปากำลังเน้นมากๆ เน้นให้กับพวกเรา โดยเฉพาะพระสงฆ์ให้ เทศน์ประกาศพระวาจาอย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่นั้น จำเป็น
o พระสันตะปาปาได้เน้น “การประกาศพระวรสารในรูปแบบใหม่” New Evangelization เพื่อประกาศความเชื่อและมอบชีวิตใหม่...

• พ่อเห็นว่า เรื่องกระดูกแห้งในประกาศกเอเสเคียลวันนี้ เตือนพ่อ เตือนเราจริงๆ
o ให้เราต้องหันกลับมากเอาจริงๆ กับการ “ประกาศพระวาจา” ของพระเจ้า ซึ่งถ้าถามจริงๆ ว่าเราเอาจริงๆเอาจังเพียงใด พระสงฆ์ พระสังฆราช ได้เอาจริงเอาจังกับการประกาศ การเทศน์สอน รักการเทศน์สอนเป็นชีวิตจิตใจเพียงใด ทุ่มเทเพียงใด้เพื่อการประกาศพระวาจาในพระคัมภีร์... น่าคิดครับ

• พ่อคิดว่า โลกและสังคมปัจจุบันและบ่อยครั้ง ก็เป็นสังคมคริสตชนของเราเอง ชุมชนวัดด้วยที่กำลังเป็นกองกระดูกแห้ง และแห้งแล้งไร้น้ำแห่งชีวิต เป็นทะเลทรายของโลกปัจจุบัน.. ครับ พระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ได้สอนไว้ใน “ประตูแห่งความเชื่อ” Porta Fidei พระองค์เน้นว่า โลกเราปัจจุบันกำลังเป็นทะเลทรายของยุคสมัย เราต้องประกาศ เราต้องออกไป ต้องกล้า พาพี่น้องของเราออกจากทะเลทรายไปสู่พุน้ำแห่งชีวิต คือ พระคริสตเจ้า....

• วันนี้เอเสเคียลเน้น เรื่อง การประกาศพระวาจา.. พ่ออยากให้พี่น้องได้อ่านสรุปพระดำรัสเตือนใจ “ความชื่นชมยินดีแห่งพระวรสาร” Evangelii Gaudium ที่พระสันตะปาปาเตือนสอนพระสงฆ์ ในเรื่องการเทศน์หน่อยครับ...

• พ่อคิดว่า การเทศน์ของพระสงฆ์ต้องได้รับการหล่อเลี้ยง ฟื้นฟู พัฒนาให้มีประสิทธิภาพ เพื่อนำจิตวิญญาณแห่งพระเจ้ามาสู่พี่น้อง
o ต้องเป็นเหมือนประกาศกเอเสเคียลที่เทศน์ประกาศพระวาจา และทำให้กระดูกแห้งทั้งหุบเขากลับมีชีวิต มีจิตวิญญาณ มีพลัง เหมือนเป็นกองทัพมหึมาแห่งอิสราเอลที่จะต่อสู้กับความชั่วร้ายและความอธรรมทั้งมวล
o คำสอนวันนี้ ต้องบาดลึกในหัวใจของพระสังฆราช พระสงฆ์ และสังฆานุกรทั้งหลายก่อน เพื่อให้พวกเขา ซึ่งทำหน้าที่เทศน์สอนโดยนิตินัย ได้ทำหน้าที่เทศน์สอนประกาศพระวาจาอย่างดีจริงๆ พ่อมีข้อคำสอนที่อยากเชิญชวนให้ทบทวนครับ
o ดังนั้น บรรพชิตทั้งหลายโดยเฉพาะบรรดาพระสงฆ์ของพระคริสตเจ้า และคนอื่นๆ เช่นสังฆานุกร และผู้สอนคำสอน ซึ่งมีหน้าที่ประกาศสั่งสอนพระวาจาตามนิตินัย จึงจำเป็นต้องใกล้ชิดกับพระคัมภีร์ โดยอ่านและศึกษาอย่างลึกซึ้งในรายละเอียดอยู่เสมอ ขออย่าให้ใครในพวกนี้กลายเป็น “ผู้ประกาศพระวาจาของพระเจ้าแก่ผู้อื่นอย่างว่างเปล่าด้วยเสียงเท่านั้น แต่ภายในจิตใจเขามิได้เป็นผู้ฟัง พระวาจาเลย” (น.ออกัสติน) (Dei Verbum ข้อ 25)
o และอีกส่วนหนึ่ง จากคำสอนเตือนใจของพระสันตะปาปาฟรังซิส.. Evangelii Gaudium
o พระสันตะปาปาฟรังซิส...พระองค์ชี้ทางให้อย่างพิถีพิถันมากๆ ในเรื่อง “การเทศน์” เพราะว่านี่เป็นเรื่อสำคัญมากและต้องไม่หลีกเลี่ยงเด็ดขาด (135)
1. บทเทศน์จะต้องสั้นกระชับและหลีกเลี่ยงการทำแบบให้บรรยายหรือการสอนเรียน (138)
2. ต้องเป็นการพูดสื่อสารกันแบบใจถึงใจ หลีกเลี่ยงการสอนแต่ศีลธรรมหรือการประกาศข้อความเชื่อเท่านั้น (142)
3. พระองค์ย้ำความจำเป็นของการเตรียมเทศน์ หมายความว่า ผู้เทศน์ที่ไม่เตรียมก็เป็นคนที่ขาดชีวิตจิต เป็นคนไม่ซื่อสัตย์และไร้ความรับผิดชอบจริง (145)
4. การเทศน์ต้องเน้นการพูดด้านบวกเสมอเพื่อจะได้เป็นการให้ความหวัง โดยไม่ทำให้ผู้ฟังติดบ่วงด้านลบกลับไป (159)
5. การนำเสนอการเทศน์จะต้องเน้น “การประกาศพระวรสาร” ซึ่งต้องมีลักษณะเป็นด้านบวกเสมอ หมายความว่า ผู้ฟังสามารถเข้าถึงได้ง่าย เป็นการโอกาสที่พร้อมจะให้เกิดการเสวนาต่อไป ก่อให้เกิดความมานะ มีการต้อนรับที่อบอุ่นในการเทศน์ และไม่เน้นการตัดสินแบบผู้พิพากษา (165)

• อ่านเอเสเคียลเรื่องกระดูกแห่งกลับมีเนื้อมีเอ็นติดกันและมีชีวิตจิตใจและทรงพลังแล้ว พ่อยอมรับว่าเมื่อผนวกกับคำสอนของพระศาสนจักร และความจำเป็นที่เราต้อง “ประกาศพระวาจา” ในปัจจุบัน พ่อคิดว่า
o พวกเราคริสตชน โดยเฉพาะบรรดาพระสงฆ์ทั้งหลายครับ เราคงต้องหันกลับมาให้การฟื้นฟู ให้ความสำคัญ กับเรื่อง “การประกาศพระวาจา” กันให้มากที่สุดครับ
o ทั้งนี้เพื่อพระศาสนจักร คริสตชน ที่อาจเจอกับความแห้งแล้ง เพราะขาดพระวาจา อาจจะกำลังแห้งแล้งเพราะการประกาศพระวาจาที่ขาดความเอาใจใส่แท้จริงของพวกเราพระสงฆ์เอง... หรือบรรดาครูคำสอน ฯลฯ อาจไม่ได้ใช้พระวาจาของพระเจ้าเป็นหัวใจเพื่อการประกาศข่าวดี เราอาจจะต้องหันกลับมาฟื้นฟู เพื่อเราจะมีชีวิตและมีพลังของพระเจ้าครับ...

• พ่อมีคำถามง่ายๆ เรียบๆ ตรงๆ แรงๆ เพื่อการไตร่ตรอง
1. พี่น้องไปวัด ฟังพระสงฆ์เทศน์ แล้วมีพลังกลับมาไหม มีเลือดเนื้อเป็นคริสตชนที่แสนดีมากขึ้นทุกครั้งทุกวันอาทิตย์หรือไม่
2. หรือคุณพ่อยิ่งเทศน์ เรายิ่งเป็นกระดูกแห้งเข้าไปทุกที... บรรดาพระสงฆ์ผู้เทศน์ทั้งหลาย การประกาศข่าวดีคือเวลาแห่งความสุขและจัดเตรียมที่สุดของพวกเราไหม เราได้เตรียมเทศน์สุดกำลัง สุดความสามารถ และเปี่ยมด้วยการภาวนาด้วยไหม
3. การเทศน์ของพระสงฆ์ เป็นพลังให้เกิดความหวังหรือไม่... พ่อเชื่อว่า พวกเราพระสงฆ์ ต้องทบทวนหน้าที่หลักของเราให้หนักที่สุด เพราะการเทศน์ คือ การประกาศพระวาจาของพระเจ้า และน่าจะเป็นการเทศน์นี้แหละที่หล่อเลี้ยงและทำให้เราคณะสงฆ์ มีชีวิตชีวาก่อนใครๆ จนเราอดไม่ได้ที่จะแบ่งปัน และประกาศ
4. ฟังคุณพ่อทั้งหลายเทศน์แล้ว พี่น้องมีชีวิต มีพลัง เป็นดังกองทัพของพระคริสตเจ้า กองทัพแห่งความรักขนาดมหึมาเพื่อต่อสู้กับความอธรรมในโลกปัจจุบันไหมครับ... พ่อคิดว่า เราต้องร่วมกันฟื้นฟู ปรับปรุง และพัฒนา พ่อเรียกร้องจากบรรดาพระสงฆ์ พระสังฆราชและสังฆานุกรก่อนอื่นใดตามนิตินัยที่พระศาสนจักรสอนไว้ (DV 25)
5. และเราทุกคน คริสตชนทั้งหลายด้วย ขอให้เราพยายามที่จะเป็นผู้ประกาศพระคริสตเจ้าด้วยความรักและความรู้ความเข้าใจต่อพระองค์ในพระวาจาเช่นเดียวกันนะครับ

• พ่อคิดว่าสิ่งที่เราต้องพยายามคือการใกล้ชิดกับพระคัมภีร์ให้มาก จนเรามีพลังของการประกาศข่าวดี... พ่อขอสรุป ด้วยคำสอนของ Dei Verbum ข้อ 25 ดังนี้
o “ในทำนองเดียวกัน สภาสังคายนานี้ขอเตือนอย่างหนักแน่นเป็นพิเศษให้คริสตชนทั้งหลาย โดยเฉพาะสมาชิกในคณะนักบวช อ่านพระคัมภีร์บ่อยๆ เพื่อจะได้เรียนรู้ “ความรู้ล้ำเลิศถึงพระเยซูคริสตเจ้า” (ฟป 3.8) “เพราะการไม่รู้พระคัมภีร์ คือการไม่รู้จักพระคริสตเจ้า” (น.เยโรม)
o ดังนั้น ให้เขายินดีสัมผัสกับตัวบทพระคัมภีร์โดยตรงทางพิธีกรรม ซึ่งอุดมด้วยพระวาจาของพระเจ้า หรือทางการอ่านบำรุงศรัทธา หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสมสำหรับการนี้ หรืออาศัยอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งในสมัยนี้แพร่หลายทั่วไปอย่างน่าชื่นชม ทั้งนี้โดยได้รับการเห็นชอบและสนับสนุนจากบรรดาผู้อภิบาลของพระศาสนจักร แต่ให้เขาระลึกด้วยว่าการอ่านพระคัมภีร์จะต้องมีการภาวนาควบคู่อยู่ด้วยเสมอ เพื่อจะเป็นการสนทนาของพระเจ้ากับมนุษย์ เพราะว่า “เราพูดกับพระเจ้าเมื่อเราภาวนา เราฟังพระองค์เมื่อเราอ่านพระวาจา” (น.อัมโบรส)

• พี่น้องที่รักครับ ให้เรารักพระวาจา รักการประกาศพระวาจา เพื่อนำจิตวิญญาณ ชีวิตของพระเจ้า กลับมาสู่ชีวิตของเรา มาเติมเต็มชีวิตของเราด้วยพลังแห่งพระจิตของพระเจ้า พลังแห่งความรักของพระเจ้า เป็นคริสตชน
o พวกเราจะเป็นกองกระดูกแห้งของปัจจุบันกาลไม่ได้นะครับ
o แต่พวกเราต้องมีชีวิตพระเจ้า มีพลังของพระเจ้า เป็นดังกองทัพของพระคริสตเจ้า ติดอาวุธคือความรักเมตตาเต็มพิกัด เพื่อออกไปประกาศความรักของพระเจ้าในปัจจุบันจริงๆครับ ขอพระเจ้าอวยพรครับ

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย