Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“พระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเหล่านี้”

51.พระเยซูเจ้าและเด็กเล็กๆ (มก 10:13-16)
1013มีผู้นำเด็กเล็กๆมาเฝ้าพระเยซูเจ้าเพื่อทรงสัมผัสอวยพรแต่บรรดาศิษย์กลับดุว่าคนเหล่านั้น14เมื่อทรงเห็นเช่นนี้พระองค์กริ้วตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ปล่อยให้เด็กเล็กๆมาหาเราเถิดอย่าห้ามเลยเพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเหล่านี้15เราบอกความจริงกับท่านว่าผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็กๆเขาจะไม่เข้าสู่พระอาณาจักรนั้นเลย” 16แล้วพระองค์ทรงอุ้มเด็กเหล่านั้นไว้ทรงปกพระหัตถ์และประทานพระพร


a) อธิบายความหมาย
        เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม แต่นักบุญมาระโกไม่ได้บันทึกว่าเกิดขึ้นที่ใด หลังจากที่พระองค์ทรงโต้เถียงกับชาวฟาริสีเรื่องการหย่าร้างแล้ว ยังทรงอธิบายต่อไปนี้ว่า มนุษย์จะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าคือจะบรรลุความสมบูรณ์ของตนได้ก็ต่อเมื่อทำตนเป็นเหมือนเด็กเล็ก ๆ

       นักบุญมาระโกเขียนข้อความ 2 ตอนที่เล่าว่าพระเยซูเจ้าทรงอุ้มเด็ก ข้อความแรกเราได้อ่านมาแล้ว เมื่อพระองค์ทรงสั่งสอนบรรดาศิษย์ให้ปฏิบัติตามกฎพื้นฐานของการรับใช้ผู้อื่น แล้วทรงจูงเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งมายื่นกลางกลุ่มพวกเขา ทรงโอบเด็กนั้นไว้ตรัสว่า “ผู้ใด ที่ต้อนรับเด็กเล็ก ๆ เช่นนี้ในนามของเรา ก็ต้อนรับเรา( 9:37) ส่วนข้อความตอนนี้เมื่อมีคนนำเด็กเล็ก ๆ มาเฝ้าพระเยซูเจ้าเพื่อทรงอวยพร บรรดาศิษย์พยายามขับไล่คนเหล่านั้นให้ออกไป แต่พระองค์ทรงอุ้มเด็กและประทานพระพร
นักบุญมาระโกคงบันทึกเรื่องนี้ไม่ใช่เพื่อแสดงว่าพระเยซูเจ้ามีพระทัยดีและอ่อนโยนต่อบรรดาเด็ก แต่เพื่อทรงสั่งสอนหลักเกณฑ์สำคัญของพระศาสนจักรในการติดต่อกับเด็ก ๆ

-มีผู้นำเด็กเล็กๆ มาเฝ้าพระเยซูเจ้า ตามขนบประเพณีของชาวยิว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันก่อนฉลองประจำปีการชดเชยบาป บิดามารดาจะนำบุตรเล็ก ๆ ของตนไปพบธรรมาจารย์เพื่อให้ปกมือ โอบและอวยพรบุตรของตน ยิ่งกว่านั้น คงเป็นเรื่องธรรมดาที่มารดาปรารถนาให้บุตรของตนได้รับพระพรจากธรรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่และเรืองนามคนหนึ่ง โดยเฉพาะในโอกาสครบรอบวันเกิดของเด็ก นักบุญมาระโกคิดว่ากรณีเช่นนี้เกิดขึ้นในพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าด้วย

- เพื่อทรงสัมผัสอวยพร ต้นฉบับภาษากรีกใช้กริยาคำเดียวคือ “เพื่อทรงสัมผัส” เท่านั้น แต่เรารู้จากข้อ 16 ว่าเจตนาของผู้นำเด็กมาพบพระเยซูเจ้าเพื่อต้องการให้พระองค์ทรงอุ้มเด็กไว้ ทรงปกพระหัตถ์ และประทานพระพร โดยทรงอธิษฐานภาวนาสั้น ๆ เช่นเดียวกับบรรดาธรรมาจารย์

-แต่บรรดาศิษย์กลับดุว่าคนเหล่านั้น โดยทั่วไป ชาวยิวมองบุตรของตนว่าเป็นพระพรจากพระเจ้า(เทียบ สดด127:3-5; 128:3-4)อย่างไรก็ตาม เด็กตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 12 ปี เขาไม่มีความสำคัญในสังคมเลย เพราะถือกันว่ายังไม่สามารถเข้าใจคำสั่งสอนตามธรรมบัญญัติของพระเจ้า ท่าทีของบรรดาศิษย์สะท้อนทัศนคติเช่นนี้อย่างชัดเจน

- เมื่อทรงเห็นเช่นนี้ พระองค์กริ้ว นี่เป็นครั้งเดียวที่นักบุญมาระโกเล่าว่าพระเยซูเจ้ากริ้วบรรดาศิษย์ ส่วนในกรณีอื่น ๆ พระองค์ทรงสำแดงความเมตตาสงสารต่อเขา พระองค์ทรงรู้สึกเช่นนี้เพราะบรรดาศิษย์ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงในการเป็นศิษย์ของพระองค์

- ตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ปล่อยให้เด็กเล็กๆ มาหาเราเถิด อย่าห้ามเลย ในวัฒนธรรมของชาวยิวโบราณ เด็กเล็ก ๆ ไม่เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาและความถ่อมตน แต่เป็นสัญลักษณ์ของความนอบน้อมเชื่อฟังและพร้อมเสมอที่จะรับใช้ในสถานการณ์ที่ยอมขึ้นกับผู้อื่นโดยสิ้นเชิง เด็กเล็ก ๆ จึงไม่มีความสำคัญใด ๆ เลย ผู้ใหญ่มักจะกีดกันมิให้เด็กร่วมพิธีกรรมทางศาสนาจนกว่าจะมีอายุครบ 13 ปีเมื่อเด็กชายเข้าพิธีสู่สภาวะความเป็นผู้ใหญ่คือพิธีบาร์ มิตซวาห์ (Bar mitsvah) จึงจะถือว่าเด็กหนุ่มได้กลายเป็นผู้ใหญ่ในสายตาของศาสนาและปฏิบัติศาสนกิจอย่างผู้ใหญ่ได้ บรรดาศิษย์จึงต้องการห้ามขัดขวางเด็กๆ มิให้มารบกวนพระเยซูเจ้า แต่พระองค์ตรัสว่า “ปล่อยให้เด็กเล็กๆ มาหาเราเถิด” ซึ่งแสดงว่าพระเยซูเจ้าทรงเอาพระทัยใส่เด็ก ๆ และผู้ที่ดูแลเขา ทรงสำแดงว่าพระองค์ทรงเป็นบุคคลที่มีความชื่นชมยินดี ทรงรู้จักยิ้มให้กับเด็ก ๆ

- เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเหล่านี้ พระอาณาจักรของพระเจ้าคือพระเยซูเจ้า ผู้เป็นพระบุตรของพระบิดาพระเยซูเจ้าทรงปฏิบัติต่อพระบิดาเสมือนเด็กที่รู้ว่าบิดารักตนอย่างมาก และรู้สึกอบอุ่นที่ความรักของบิดาปกป้องพระองค์ไว้ ดังนั้น บรรดาศิษย์ก็ต้องมีความไว้ใจในพระเจ้าเช่นเดียวกับเด็ก ๆ เพราะเพียงผู้ที่ยอมรับพระเจ้าว่าเป็นพระบิดาที่ดีของตนเท่านั้น จะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าได้

- เราบอกความจริงกับท่านว่า ผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็กๆ เขาจะไม่เข้าสู่พระอาณาจักรนั้นเลย” น่าสังเกตว่า พระเยซูเจ้าทรงวางกฎเกณฑ์ที่จำเป็นเพื่อเอาตัวรอด คือต้องทำตนเป็นเหมือนเด็กที่มีคุณสมบัติดังที่กล่าวมา พูดอีกนัยหนึ่ง พระเยซูเจ้าไม่ทรงเรียกร้องให้ผู้ปรารถนาเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าต้องมีความคิดเหมือนเด็ก ๆ แต่ทรงต้องการสอนว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของประทาน ซึ่งมนุษย์รับได้ถ้ายอมรับสภาพของตนว่าเป็นคนยากจน อ่อนแอและต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์

- แล้วพระองค์ทรงอุ้มเด็กเหล่านั้นไว้ ทรงปกพระหัตถ์ และประทานพระพร  อากัปกริยาเช่นนี้เป็นเครื่องหมายแสดงว่า พระอาณาจักรเป็นของประทานจากพระเจ้า