Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ความเชื่อของท่านช่วยท่านให้รอดพ้นแล้ว”

24. พระเยซูเจ้าทรงรักษาหญิงตกเลือด ทรงปลุกบุตรหญิงของไยรัสให้คืนชีพ (2 )
 - ประชาชนกลุ่มใหญ่ติดตามไปและเบียดเสียดพระองค์ ไยรัสปรากฏอยู่ในเรื่องเมื่อประชาชนชุมนุมกันเนืองแน่นรอบพระองค์ฉันใด หญิงตกเลือดก็มาใกล้พระองค์ขณะที่เสด็จไปยังบ้านของไยรัสโดยมีประชาชนติดตามไปและเบียดเสียดพระองค์ฉันนั้น 


- ขณะนั้น หญิงคนหนึ่งตกเลือดมาสิบสองปีแล้ว สภาพของหญิงผู้นี้คงจะทนทุกข์ทรมานเกือบจะไม่ไหวแล้วเพราะป่วยมาสิบสองปี ธรรมบัญญัติของชาวยิวกำหนดว่า การตกเลือดไม่ว่าจะเป็นประจำเดือนหรือเพราะความเจ็บป่วย ทำให้ผู้นั้นเป็นมลทินเขาจะร่วมพิธีกรรมไม่ได้ จนกระทั่งได้ชำระตนให้พ้นมลทิน โดยปฏิบัติกิจกรรมที่สลับซับซ้อน ยิ่งกว่านั้น หญิงที่เป็นมลทินจะทำให้ทุกอย่างที่นางสัมผัสไม่ว่าบุคคลหรือสิ่งของเป็นมลทินอีกด้วย

- ได้รับความทรมานมากจากการรักษาของแพทย์หลายคน เสียทรัพย์จนหมดสิ้น โรคก็มิได้บรรเทา ตรงกันข้ามกลับทรุดหนัก เพราะได้รับการทรมานมาก นางจึงหาทุกวิถีทางเพื่อรักษาตนให้หายป่วย นางได้ปรึกษากับแพทย์หลายคน แต่วิธีรักษาที่เขาใช้ไม่เกิดผล ตรงกันข้ามกลับทำให้นางต้องรับทรมานมากยิ่งขึ้น สูญเสียทรัพย์สมบัติจนหมดสิ้น อีกทั้งโรคก็ทรุดหนักกว่าเดิม วิธีเขียนของนักบุญมาระโกทำให้ผู้อ่านตั้งคำถามที่ว่า แล้วพระเยซูเจ้าจะทรงรักษาหญิงคนนี้ได้หรือไม่ นางเชื่อว่าได้ เพราะ

- นางได้ยินเขาพูดกันถึงเรื่องพระเยซูเจ้า ความเชื่อมาจากการเห็นและได้ฟังสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำและตรัสไว้ ถ้าคนหนึ่งไม่เคยได้ยินคำประกาศถึงพระเยซูเจ้าก็จะพบพระองค์ไม่ได้ นางเคยได้ยินเขาพูดกันถึงเรื่องพระเยซูเจ้า และต้องการพบกับพระองค์ แต่ไม่กล้าทำอย่างเปิดเผยเพราะรู้ว่าตนเป็นมลทิน

- จึงเดินปะปนกับประชาชนเข้ามาเบื้องหลัง และสัมผัสฉลองพระองค์ นางจึงเดินตามหลังพระเยซูเจ้าไม่กล้าให้พระองค์ทรงเห็นใบหน้าของเขา เพราะนางรู้ว่าธรรมบัญญัติห้ามตนให้สัมผัสพระองค์ 

- นางคิดว่า ”ถ้าฉันเพียงได้สัมผัสฉลองพระองค์เท่านั้น ฉันก็จะหายจากโรค” นางคิดเช่นเดียวกับชาวบ้านทั่วไปที่เชื่อว่า ผู้รักษาโรคมีอำนาจลึกลับหรือพลังจิตที่ทำให้ผู้ป่วยทุกคนที่สัมผัสเขา ไม่ว่าโดยตรงหรือทางอ้อมจะได้รับการรักษาให้หาย
- ทันใดนั้น เลือดก็หยุด นางรู้สึกว่าร่างกายหายจากโรคแล้ว แม้ดูเหมือนว่านางพยายามที่จะ "ขโมย" อัศจรรย์จากพระเยซูเจ้า อย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นการแสดงความเชื่อแบบหนึ่งของนาง เพราะมีความมั่นใจว่าพระเยซูเจ้าทรงมีอำนาจในการรักษาโรคที่ไม่มีผู้ใดรักษาให้หายได้ นักบุญมาระโกต้องการเน้นว่านางรู้ตัวที่ได้หายจากโรคทันที

- ขณะเดียวกัน พระเยซูเจ้าทรงรู้สึกว่ามีอิทธิฤทธิ์ออกจากพระองค์ไป นักบุญมาระโกเล่าเรื่องแบบชาวบ้านเพื่อชี้แจงอำนาจเหนือธรรมชาติในการกระทำอัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า ฤทธิ์นี้ดูเหมือนจะเป็นพลังที่ออกจากพระวรกายของพระเยซูเจ้ามารักษาโรคโดยการสัมผัส (เทียบ มก 1:41; 3:10; 6:56; 8:22) พระเยซูเจ้าทรงมีจิตสำนึกว่าได้ทรงกระทำอัศจรรย์ อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงใช้ภาษาที่หญิงคนนั้นได้ใช้เพื่ออธิบายแก่นางว่า ไม่ใช่การสัมผัสทางร่างกายเป็นเหตุทำให้นางได้รับการรักษาให้หาย แต่เพราะความเชื่อของนาง ซึ่งเป็นพลังหนึ่งเดียวที่ทำให้มนุษย์ได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้า

- จึงทรงหันมายังกลุ่มชน ตรัสว่า “ใครสัมผัสเสื้อของเรา พระวาจานี้ดูเหมือนเป็นคำตำหนิ โดยแท้จริงแล้ว พระเยซูเจ้าตรัสเช่นนี้เพื่อบังคับหญิงตกเลือดให้แสดงตน พระองค์จะได้ทรงแก้ไขความคิดและทรงบันดาลให้ความเชื่อของนางเข้มแข็งยิ่งขึ้น 

- บรรดาศิษย์ทูลว่า “พระองค์ทรงเห็นแล้วว่าผู้คนเบียดเสียดกันเช่นนี้ แล้วยังทรงถามอีกหรือว่า “ใครสัมผัสเรา” ประชาชนห้อมล้อม "เบียดเสียด" พระองค์ แต่มีเพียงผู้เดียวได้ "สัมผัส" ฉลองของพระองค์  พระเยซูเจ้าทรงต้องการแยกแยะท่าทีของผู้ที่สัมผัสพระองค์เพียงทางร่างกายแต่ไม่มีความเชื่อกับหญิงคนนั้นที่สัมผัสพระองค์และมีความเชื่อ

- พระองค์ทรงหันไปรอบๆ เพื่อทอดพระเนตรผู้ที่ทำเช่นนั้น พระเยซูเจ้าทรงพระประสงค์ให้นางเป็นอิสระจากความกลัวและความคิดที่ว่า นางได้ทำสิ่งที่ธรรมบัญญัติของชาวยิวห้ามไว้ จึงทรงเรียกนางให้ปรากฏตัวเพื่อให้กำลังใจแก่นาง 

- หญิงคนนั้นรู้สึกกลัวจนตัวสั่น เพราะรู้ดีว่าได้เกิดอะไรขึ้นแก่ตน จึงกราบลงเฉพาะพระพักตร์และทูลให้ทรงทราบความจริงทุกประการ บางทีความกลัวของหญิงคนนั้นไม่เพียงมาจากการกระทำผิดต่อธรรมบัญญัติเท่านั้น  แต่มาจากการที่ได้สัมผัสพระองค์อย่างลับ ๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อนางรู้ดีว่าได้เกิดอะไรขึ้นแก่ตน นางมีความรู้บุญคุณต่อพระเยซูเจ้า จึงมีชัยชนะเหนือความกลัว และยืนยันความจริงทุกประการที่เกิดขึ้นกับตน 

- พระองค์จึงตรัสว่า “ลูกเอ๋ย” การเรียกเช่นนี้แสดงทั้งความสุภาพอ่อนโยนและทัศนคติของพระเยซูเจ้า หญิงคนนั้นไม่เป็นเพียงผู้ป่วยที่หายจากโรคเท่านั้น  แต่ยังเป็นสมาชิกของครอบครัวใหม่ คือชุมชนของผู้ที่มีความเชื่อและได้รับความรอดพ้นจากพระเยซูเจ้า

- ความเชื่อของท่านช่วยท่านให้รอดพ้นแล้ว เป็นสำนวนที่พระเยซูเจ้าทรงใช้กับบารทิเมอัส คนขอทานตาบอด (เทียบ มก 10:52)

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย