Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“นี่มันเรื่องอะไร เป็นคำสั่งสอนแบบใหม่ที่มีอำนาจ”

7. พระเยซูเจ้าทรงเริ่มประกอบพระภารกิจ (3)

ข) พระเยซูเจ้าทรงรักษาคนถูกปีศาจสิง
          ถ้าพระวาจาของพระเยซูเจ้าเป็นที่ประทับใจของผู้ฟังในศาลาธรรม กิจการของพระองค์ยิ่งทำให้ “ทุกคนต่างประหลาดใจ” ก่อนที่พระเยซูเจ้าทรงสั่งสอนในศาลาธรรมไม่มีใครรู้ว่า ในที่นั้นมีชายคนหนึ่งถูก “ปีศาจสิงอยู่” ปีศาจแปลตามตัวอักษรว่า “จิตโสโครก” เป็นชื่อที่ศาสนายูดาห์ใช้กับปีศาจ ในทรรศนะของชาวยิวและคนโบราณทั่วไปคิดว่า ปีศาจเป็นจิตชั่วร้ายที่เมื่อเป็นกบฏกับพระเจ้าก็ตกลงมาจากสวรรค์และมีอำนาจปกครองโลกใต้แผ่นฟ้า  แผ่นฟ้านี้แยกสวรรค์คือที่อาศัยของพระเจ้ากับข้าราชบริพารออกจากท้องฟ้าและแผ่นดินของมนุษย์ ปีศาจมีจำนวนมาก โลกทั้งหมดและบรรยากาศรอบโลกจึงเต็มไปด้วยปีศาจซึ่งปกครองชีวิตมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย ปีศาจมักจะอยู่ในสถานที่โสโครก เช่น หลุมฝังศพ สถานที่แห้งแล้งหรือไม่มีน้ำสะอาด ถิ่นทุรกันดารและทะเลทราย ปีศาจมักจะมาทำร้ายมนุษย์เวลากลางวันแสก ๆ แม้ไม่ใช่ทุกโรคจะเกิดจากปีศาจ แต่มันสามารถทำให้คนเป็นใบ้ หูหนวก ตาบอด หรือเสียสติ

                ปีศาจซึ่งไม่เคยกลัวคำสอนของบรรดาธรรมาจารย์ผู้ประกาศความรอดพ้นในอนาคต ก็ตกใจเมื่อพระเยซูเจ้าทรงเปิดเผยความรอดพ้นที่เป็นจริงแล้วปัจจุบันจึง “ร้องตะโกนว่า ‘ท่านมายุ่งกับเราทำไม’” วลีนี้แปลตามตัวอักษรได้ว่า “มีอะไรระหว่างเรากับท่านด้วย” หมายถึงปีศาจทั้งหลายต่อต้านอย่างสิ้นเชิงกับพระเยซูเจ้า ปีศาจเข้าใจว่าวันที่จะต้องถูกทำลายมาถึงแล้ว “เยซู ชาวนาซาเร็ธ ท่านมาทำลายเราใช่ไหม” จึงร่ายคาถาเพื่อพยายามควบคุมพระองค์โดยใช้พระนามว่า “ท่านคือองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า” แต่ทำไม่สำเร็จ ในกรณีที่ต้องเผชิญกับพระเยซูเจ้า ปีศาจก็สูญเสียฤทธิ์อำนาจของตน

                น่าสังเกตความหมายตรงกันข้ามระหว่าง “จิตโสโครก” กับ “ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า” ปีศาจได้ชื่อว่า “จิตโสโครก” เพราะความอธรรมและการตีตัวออกห่างจากพระเจ้า ซึ่งทำให้กิจการต่าง ๆ ของมันชั่วช้า ส่วนพระเยซูเจ้าทรงมีพระนามว่า “ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า” ในความหมายที่ว่าพระองค์ผู้เดียวทรงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า ไม่มีผู้ใดเสมอหรือศักดิ์สิทธิ์มากกว่าพระองค์ พระเจ้าแต่พระองค์เดียวทรงเป็น “ผู้ศักดิ์สิทธิ์” และทุกสิ่งที่เป็นของพระองค์ก็ศักดิ์สิทธิ์ พระเยซูเจ้าในฐานะพระบุตรของพระเจ้าและพระเมสสิยาห์ที่พระบิดาทรงเลือกสรรและทรงแต่งตั้งเป็นหัวหน้า “ประชากรศักดิ์สิทธิ์” จึงสมควรได้รับชื่อว่าเป็น “ผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า” ปีศาจรู้ความจริงนี้ด้วยความหวาดกลัวและยอมรับว่า พระเยซูเจ้าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของทุกสิ่งทุกอย่าง

                  พระเยซูเจ้าไม่ทรงขับไล่ปีศาจโดยทำพิธีสลับซับซ้อนเหมือนชาวยิวที่ใช้เวทมนตร์คาถาเพื่อขับไล่ปีศาจออกจากผู้ถูกสิง แต่ตรัสเพียงพระวาจาเดียวว่า “จงเงียบ ออกไปจากผู้นี้” ในข้อความนี้ เราพบเป็นครั้งแรกที่พระเยซูเจ้าทรงห้ามไม่ให้ผู้ใดกระจายข่าวว่าพระองค์เป็นพระเมสสิยาห์ พระองค์ทรงห้ามทั้งปีศาจ (1:25, 34; 3:12) และผู้ที่พระองค์ทรงรักษาให้หายจากโรค (1:44; 5:43; 7:36; 8:26) แม้กระทั่งบรรดาอัครสาวก (8:30; 9:9) ทุกคนต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับจนกว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์และทรงกลับคืนพระชนมชีพ

                อำนาจของพระองค์ในการขับไล่ปีศาจไม่มาจากการร่ายเวทมนตร์ แต่มาจากพระองค์เองและ “เมื่อปีศาจทำให้ชายผู้นั้นชักและร้องเสียงดังแล้ว มันก็ออกไปจากเขา” พระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาถึงแล้วอย่างแท้จริง บัดนี้ ความรอดพ้นเป็นไปได้แล้ว ปฏิกิริยาของผู้อยู่ในศาลาธรรมค่อนข้างผิดหวัง เขาไม่ได้กลับใจและเชื่อฟังข่าวดีที่พระเยซูเจ้าทรงประกาศด้วยการเทศนาสั่งสอนและการขับไล่ปีศาจ เขาเพียงประหลาดใจและเกรงกลัวพระอานุภาพของพระเยซูเจ้า “ทุกคนต่างประหลาดใจจึงถามกันว่า ‘นี่มันเรื่องอะไร เป็นคำสั่งสอนแบบใหม่ที่มีอำนาจ เขาสั่งแม้กระทั่งปีศาจและมันก็เชื่อฟัง’

                  กระนั้นก็ดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นได้ผลดีบ้าง “แล้วกิตติศัพท์ของพระองค์ก็เลื่องลือไปทุกแห่งตลอดทั่วแคว้นกาลิลีทันที” ในกรณีนี้ ไม่ใช่พระเยซูเจ้าผู้ทรงประกาศข่าวดี แต่เป็นผู้อื่นที่ประกาศการเริ่มต้นข่าวดีเรื่องพระเยซูเจ้าไม่เพียงในเมืองคาเปอรนาอุมเท่านั้น แต่ทั่วแคว้นกาลิลี ข้อสังเกตนี้สะท้อนความเป็นจริงของกลุ่มคริสตชนสมัยแรกที่ประกาศข่าวดีต่อจากพระเยซูเจ้า