Get Adobe Flash player

2. ชุมชนคริสตชนย่อย (BEC) คืออะไรกันแน่?
ตอบ ชุมชนคริสตชนย่อย (BEC) เป็นเรื่องที่สามารถมองได้ 2 แบบ
       1. ชุมชนคริสตชนย่อยเป็นวิถีชีวิตที่คริสตชนทุกคนพึงเป็น อาศัยพระหรรษทานของพระเจ้า ในศีลล้างบาป คริสตชนเป็นลูกของพระเจ้า เป็นสมาชิกของพระศาสนจักร เป็นส่วนหนึ่งของพระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้า (เทียบ 1คร. 12:12-30) เป็นพี่น้องกัน มีพระเยซูคริสตเจ้าเป็นศูนย์กลางในการดำเนินชีวิต ซึ่งคริสตชนพบกับพระองค์ได้อย่างชัดเจนในพระวาจา และการรับศีลมหาสนิทในพิธีบูชาขอบพระคุณ นอกจากนั้นคริสตชนยังต้องดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า  เป็นหนึ่งเดียวกับเพื่อนพี่น้อง ด้วยการรักกันและกัน ช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอาใจใส่ดูแลและเสริมสร้างสังคมที่คริสตชนเป็นสมาชิก และเป็นประจักษ์พยานถึงพระเยซูคริสตเจ้าแก่ทุกคนรอบข้าง

         2. ชุมชนคริสตชนย่อยยังเป็นรูปแบบและแนวทางในการดำเนินชีวิตของคริสตชนที่พระศาสนจักรนำเสนอ (โดยให้พระศาสนจักรท้องถิ่นปรับให้เหมาะกับบริบทของตน) เพื่อให้พระหรรษทานของพระเจ้าในศีลล้างบาปได้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริงในชีวิตของคริสตชนทุกคนซึ่งเป็นสมาชิกของพระศาสนจักร เป็นส่วนหนึ่งของพระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้า (เทียบ 1คร. 12:12-30) โดยยึดเอารูปแบบของคริสตชนสมัยอัครสาวก (เทียบ กจ. 2:42-47 และ กจ. 4:32-35) เป็นรูปแบบในการดำเนินชีวิตของคริสตชนในสมัยปัจจุบัน

  
                ดังนั้น ชุมชนคริสตชนย่อย จึงเน้นไปที่ชุมชนวัดที่ทุกคน ทั้งฆราวาส นักบวช พระสงฆ์ มีส่วนร่วม เป็นชุมชนที่มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่ในภาคปฏิบัตินั้นเนื่องจากชุมชนคริสตชนของวัดนั้นเป็นชุมชนใหญ่ อาจจะทำให้การขับเคลื่อนการดำเนินชีวิตในรูปแบบนี้เป็นไปได้ช้า และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายก็อาจจะไม่เต็มที่นัก พระศาสนจักรจึงเสนอรูปแบบการจัดชุมชนคริสตชนในวัดเป็นกลุ่มย่อย ประมาณ 5-15 ครอบครัว ที่เป็นเพื่อนบ้านกันให้มารวมตัวกัน และในการพบปะกันทุกครั้งมีการแบ่งปันพระวาจาเป็นพื้นฐาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคริสตชนในกลุ่มย่อยนี้ดำเนินชีวิตด้วยกันโดยมีศูนย์กลางที่องค์พระเยซูคริสตเจ้า และได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยพระวาจาของพระองค์ แต่แน่นอนว่าการรวมกลุ่มกันไม่ใช่เป็นเพียงกลุ่มศรัทธาที่มาสวดภาวนาร่วมกัน  เพราะเหตุว่าชีวิตคริสตชนที่แท้จริงนั้นต้องเป็นชีวิตที่รัก แบ่งปัน และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ร่วมกันรับผิดชอบและพัฒนาสังคมที่ตนอาศัยอยู่  ดังนั้น การประชุมพบปะกันด้วยความเชี่อนี้จึงต้องมีแนวทางในการปฏิบัติร่วมกันซึ่งแสดงออกเป็นกิจกรรมแห่งความรักต่อเพื่อนพี่น้องทั้งฝ่ายกายและฝ่ายจิตอย่างเป็นรูปธรรม  และแน่นอนกลุ่มย่อยเหล่านี้ทำความดีเพื่อพระคริสตเจ้าในพระ ศาสนจักรของพระองค์ จึงเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนวัดที่ตนสังกัดและพระศาสนจักรสากล และด้วยการดำเนินชีวิตเช่นนี้ ชีวิตของคริสตชนจึงเป็นประจักษ์พยานถึงพระเยซูคริสตเจ้าแก่ทุกคนรอบข้าง