"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

พระคัมภีร์ การดลใจ และความจริง

19.      ไม่ต้องสงสัยว่า การดลใจ คือความคิดหลักเพื่อเข้าใจว่าข้อความในพระคัมภีร์เป็นพระวาจาของพระเจ้าในคำพูดของมนุษย์ ที่ตรงนี้เราอาจใช้การอุปมานได้ด้วย พระวจนาตถ์ของพระเจ้าทรงรับธรรมชาติมนุษย์ในพระครรภ์ของพระนางพรหมจารีมารีย์เดชะพระจิตเจ้าฉันใด พระคัมภีร์ก็เกิดจากครรภ์ของพระศาสนจักรเดชะพระจิตเจ้าด้วยฉันนั้น "พระคัมภีร์คือพระวาจาของพระเจ้า ที่ได้รับการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรโดยการดลใจของพระจิตเจ้า"[1] ด้วยวิธีนี้เราจึงยอมรับบทบาทสำคัญของมนุษย์ผู้เขียนข้อความที่ได้รับการดลใจ และในเวลาเดียวกันพระเจ้าเองก็ทรงเป็นผู้นิพนธ์แท้จริงของพระคัมภีร์ด้วย

ตามที่บรรดาพระสังฆราชแห่งสมัชชาได้กล่าวไว้ การพิจารณาเรื่องการดลใจเป็นหัวข้อสำคัญเพื่อเข้าถึงพระคัมภีร์ได้อย่างถูกต้องและอธิบายความหมายได้อย่างเหมาะสม[2] การนี้จะต้องอาศัยความช่วยเหลือของพระจิตเจ้าองค์เดียวกันกับที่ทรงดลใจให้เขียน[3] ถ้าเรามีสำนึกถึงการดลใจนี้ลดน้อยลงก็น่ากลัวว่า เราจะอ่านพระคัมภีร์เหมือนเป็นเพียงเอกสารฉบับหนึ่งเพื่อการศึกษาประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เป็นผลงานของพระจิตเจ้าที่เราอาจได้ยินพระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้า และยอมรับว่าพระองค์ประทับอยู่ในประวัติศาสตร์นี้ได้

บรรดาพระสังฆราชแห่งสมัชชายังย้ำด้วย ถึงความสัมพันธ์เรื่องการดลใจกับเรื่องความจริงของพระคัมภีร์[4] การศึกษาค้นคว้าให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นถึงขั้นตอนของการดลใจย่อมจะนำเราให้เข้าใจความจริงที่อยู่ในหนังสือต่างๆของพระคัมภีร์ได้ดีขึ้น ตามคำสอนของสภาสังคายนา หนังสือที่ได้รับการดลใจจากพระเจ้าย่อมสอนความจริง "เนื่องจากว่าทุกสิ่งที่ผู้นิพนธ์ได้รับการดลใจเขียนไว้ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่พระจิตเจ้าทรงกล่าวไว้เช่นเดียวกัน เราจึงต้องยอมรับว่าหนังสือต่างๆของพระคัมภีร์สอนความจริงอย่างหนักแน่น ซื่อสัตย์ และถูกต้องไม่ผิดหลง ความจริงนี้พระเจ้าทรงให้เขียนไว้ในพระคัมภีร์เพื่อความรอดพ้นของเรา ดังนั้น "พระคัมภีร์ทั้งหมดซึ่งได้รับการดลใจจากพระเจ้าจึงเป็นประโยชน์สำหรับสั่งสอนตักเตือน แก้ความผิดหลง และอบรมให้บรรลุถึงความชอบธรรม เพื่อให้คนของพระเจ้าเป็นผู้ครบครัน พร้อมที่จะประกอบกิจการอันดีงามทุกอย่าง" (2 ทธ 3:16-17)"[5]

ไม่ต้องสงสัยว่า การค้นคว้าทางเทววิทยาได้คิดคำนึงอยู่เสมอว่าการดลใจและความจริงเป็นความคิดสองประการ ที่เกี่ยวข้องกับการอธิบายความหมายของพระคัมภีร์ในพระศาสนจักร. ถึงกระนั้น เราก็ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนี้จำเป็นต้องศึกษาค้นคว้าเรื่องเหล่านี้อย่างเหมาะสมเพื่อตอบสนองความต้องการอธิบายตัวบทพระคัมภีร์ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงได้ ข้าพเจ้าจึงปรารถนาอย่างยิ่งให้มีการศึกษาค้นคว้าก้าวหน้ามากขึ้นในด้านนี้ จะได้บังเกิดผลทั้งในด้านการศึกษาพระคัมภีร์ทางวิชาการและด้านชีวิตจิตของบรรดาผู้มีความเชื่อ



[1] Ibid.,9.

[2] Cfr Propositiones 5. 12.

[3] Cfr Conc.Oecum.Vat.II, Const.dogm.de divina Revelatione Dei Verbum, 12.

[4] Cfr Propositio 12.

[5] Con.Oecum.Vat.II, Const.dogm. de divina Revelatione Dei Verbum, 11.

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก