"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2016

สัปดาห์ที่ 15 เทศกาลธรรมดา

อสย 38:1-6,21-22……………..
1สมัยนั้น กษัตริย์เฮเซคียาห์ประชวรหนักจนเกือบจะสิ้นพระชนม์ ประกาศกอิสยาห์ บุตรของอามอส เข้ามาเฝ้าพระองค์ ทูลว่า “พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ ‘จงจัดเรื่องในบ้านให้เรียบร้อย เพราะท่านจะต้องตาย ท่านจะไม่หาย’” 2กษัตริย์เฮเซคียาห์ทรงผินพระพักตร์เข้าข้างฝา อธิษฐานทูลพระยาห์เวห์ว่า 3“ข้าแต่พระยาห์เวห์ โปรดทรงระลึกเถิดว่าข้าพเจ้าได้ดำเนินชีวิตเฉพาะพระพักตร์พระองค์อย่างซื่อสัตย์และจริงใจ ทำตามที่พระองค์ทรงเห็นว่าถูกต้อง” แล้วกษัตริย์เฮเซคียาห์ทรงพระกันแสงอย่างหนัก


4พระยาห์เวห์ตรัสสั่งประกาศกอิสยาห์ว่า 5“จงไปทูลกษัตริย์เฮเซคียาห์ว่า ‘พระยาห์เวห์ พระเจ้าของกษัตริย์ดาวิด บรรพบุรุษของท่านตรัสดังนี้ เราได้ยินคำอธิษฐานและเห็นน้ำตาของท่านแล้ว เราจะต่ออายุให้ท่านอีกสิบห้าปี 6เราจะช่วยท่านและเมืองนี้ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของกษัตริย์อัสซีเรีย และจะปกป้องเมืองนี้
21ประกาศกอิสยาห์สั่งว่า “จงนำผลมะเดื่ออัดมาวางไว้บนพระยอด แล้วพระองค์จะทรงหายประชวร” 22กษัตริย์เฮเซคียาห์ตรัสถามว่า “มีเครื่องหมายใดบอกเราว่าเราจะขึ้นไปที่พระวิหารของพระยาห์เวห์ได้”
7ประกาศกอิสยาห์ทูลตอบว่า “พระยาห์เวห์จะประทานเครื่องหมายนี้ให้เห็นว่าจะทรงทำตามที่ทรงสัญญาไว้ 8ดูซิ เราจะทำให้เงาที่ดวงอาทิตย์ทอดบนขั้นบันไดที่ขึ้นไปบนดาดฟ้าของกษัตริย์อาหัสแล้วถอยหลังกลับไปสิบขั้น” ดวงอาทิตย์ก็ถอยหลังกลับสิบขั้นจากที่ได้ทอดเงาบนบันไดไปแล้ว

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• “อธิษฐานภาวนา อธิษฐานภาวนา อธิษฐานภาวนา”

• วันนี้ขอเทศนาเรื่อง “การอธิษฐานภาวนา” คำว่าอธิษฐานภาวนา ภาษาอังกฤษ คำว่า “Pray” ใช้ในปลายศตวรรษที่ 13 ความหมาย คือ
o การขอร้องอย่างหนักหน่วง
o การร้องขออย่างจริงใจ
o การภาวนาร้องขอต่อพระเจ้าหรือบรรดานักบุญ
o ความหมายของการอธิษฐานในพระคัมภีร์
1. การอธิษฐานภาวนาเป็นความตั้งใจ
2. ตั้งจิตปรารถนาที่จะติดต่อกับพระเจ้า และมุ่งผลอย่างใดอย่างหนึ่ง
3. เมื่อเราเชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้าแล้ว
4. และในเมื่อเราแต่ละคนเป็นบุตรของพระบิดาเจ้า เราย่อมมีความสัมพันธ์กับพระบิดาในการพูดคุย สนทนา ฟังเสียงของพระองค์ผ่านทางการอธิษฐานภาวนาอย่างแน่นอน....

• คำถามสำคัญคือ “ทำไมต้องอธิษฐาน” มีเหตุผลที่สนับสนุนการภาวนาดังต่อไปนี้....

• เป็นคำสั่งของพระเจ้า จากพระวาจาของพระองค์ พระคัมภีร์สั่งให้เราอธิษฐาน (1ธส.5:17 “จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ” พระเยซูเจ้าเองก็สอน สั่ง ให้บรรดาศิษย์ภาวนาไม่หยุดหย่อน) อันที่จริง การที่เราต้องภาวนานั้นสื่อความจริงแก่เราว่า....
o เป็นการยอมรับว่าเราอ่อนแอและต้องการความช่วยเหลือ เพราะว่ามีหลายเรื่องที่เกินกว่าความสามารถของเรา
o เราต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้า เพราะพระองค์มีความสามารถ พระองค์ทรงอานุภาพยิ่งใหญ่ในการช่วยเหลือกอบกู้เรา
o ดังนั้นถ้าจะสรุปจริงๆ ถึงการภาวนาของเราต่อพระเจ้านั้น อันที่จริงมีความหมายลึกมากๆว่า
1. เป็นการยอมรับสิทธิอำนาจของพระเจ้า โดยให้เหตุการณ์ทุกอย่างเป็นไปตามน้ำพระทัยพระเจ้า
2. ในฐานะบุตรของพระเจ้า จึงเป็นสิทธิที่เราจะอธิษฐานขอการช่วยเหลือจากพระเจ้า เราสามารถร้องขอพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงเป็นพระบิดาของเรา การภาวนาจึงเป็นความสามารถจริงของเราซึ่งเป็นบุตรของพระองค์
3. เราต้องการการช่วยเหลือให้พ้นจากการประจญ เราต้องการความช่วยเหลือให้รอดพ้นจากความโน้มเอียงให้ตกในบาป ให้เราไม่แพ้ต่อการประจญล่อลวง เหมือนลูกเล็กสามารถอธิษฐานเพื่อให้รอดพ้นจากการประจญให้ตกในบาป หรือในการกระทำที่ไม่ดีในแง่ต่างๆ

• เราภาวนาเพื่อชีวิตเราจะเกิดผลและชิดสนิทกับพระเจ้า เหมือนกิ่งองุ่นที่ติดอยู่กับเถา หรือติดกับลำต้น นั่นคือชีวิตของเราสนิทกับพระเจ้า และเราจะเกิดผลดีมากมาย (ยน.15:1-7)

• เราภาวนาเพื่อขอรับพระพรพิเศษ เพื่อความเติบโตและเจริญก้าวหน้า อาศัยพระพรและการช่วยเหลือของพระเจ้า ให้พระองค์นำทางเราและช่วยเหลือเราให้เติบโต (โยบ 8:6-7)

เราจะอธิษฐานขออย่างไร?
1. เราเริ่มต้นภาวนาด้วยการสรรเสริญพระเจ้า สรรเสริญความยิ่งใหญ่และความดีของพระเจ้า สรรเสริญเพราะพระองค์ควรแก่การสรรเสริญตลอดไป
2. เราขอบพระคุณพระเจ้า สำหรับชีวิต สำหรับพระพรนานาประการที่พระเจ้าประทานให้เรา โดยพระคุณแห่งการรู้จักและรักพระองค์ พระคุณแห่งการเป็นพระบิดา เป็นพระเจ้าของเรา เราต้องขอบพระคุณพระองค์สำหรับทุกสิ่งที่พระเจ้าประธานให้แก่เราเสมอมา
3. การสารภาพความผิดบาป การขอโทษพระองค์สำหรับความอ่อนแอ ความบกพร่องของเรา หรือความผิดพลาดในการดำเนินชีวิตที่เราอาจจะห่างจากพระองค์ เราอาจได้ละเมิดความรักของพระเจ้า ละเมิดความรักและความดีของเพื่อนพี่น้อง เราสำนึก เราเสียใจ และเราวางใจ เราต้องการประกาศความเสียใจ และความสุภาพถ่อมตนของเราเอง
4. สุดท้าย เรา “วอนขอ” วอนของจากพระเจ้า ขออย่างเจาะจงกับพระเจ้าในเรื่องที่เรามนุษย์ลูกของพระเจ้า เราต้องการในสิ่งที่เราขาด เราไม่สามารถ เกินกำลังขอเรา เราขอในสิ่งที่เกินกำลังของเรา เกินกว่าการเยียวยาตามธรรมชาติของเรา เพราะเราเชื่อในพระพรเหนือธรรมชาติของพระเจ้า... เราวอนขอเมื่อเราต้องการร้องขอในยามที่เราขาดจริงๆ เราขาดความสามารถ ขาดความเป็นไปได้... เราจึงหันหน้าเข้าพึ่งพระเจ้า เข้าพึ่งความช่วยเหลือของพระเจ้า ในสิ่งที่เราไม่สามารถพึ่งตนเองจริงๆ

• การอธิษฐาน คือ การพูดคุยกับพระเจ้าโดยคำพูดของเราเอง

• การอธิษฐานไม่ใช่การฝึกสมาธิ หรือการตั้งจิตปรารถนาให้เป็นไปตามความตั้งใจของเรา และ

• การอธิษฐานก็ไม่ได้เป็นเพียงแต่เป็นการการทูลขอสิ่งต่างๆ จากพระเจ้าเท่านั้น

• แต่การอธิษฐานภาวนาแท้จริงนั้น เมื่อเราสรรเสริญ ขอบพระคุณ ขอโทษ และวอนขอนั้น ทั้งหมดในการภาวนาเป็นการประกาศ “ความสัมพันธ์ระหว่างเรามนุษย์กับพระเจ้า”

• ดังนั้น
1. การอธิษฐานเปรียบเสมือนลมหายใจของเรามนุษย์
2. เป็นตัวจริงของเรา
3. เป็นชีวิตของเรา
4. เราต้องหายใจเข้าออกตลอดเวลาเพื่อจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ฉันใด เราก็ต้องอธิษฐานอยู่ตลอดเวลาเพื่อเราจะมีความสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้าฉันนั้น
5. ดังนั้น ไม่ว่าเราจะทำอะไร อยู่ที่ไหน เราก็สามารถคุยกับพระเจ้าได้ตลอดเวลาในชีวิตของเรา
6. ชีวิตและลมหายใจคือการสรรเสริญและอธิษฐานภาวนาถึงพระเจ้าตลอดเวลา
7. แท้จริงการภาวนาคือชีวิตจิตใจของคริสตชนทุกคน

• วันนี้พ่อเสนอเรื่องการภาวนาเพื่อความเจ้าใจและเห็นคุณค่าของการภาวนาแท้จริง เพราะว่า บ่อยครั้งเมื่อพวกเราเริ่มภาวนา เราก็เริ่มด้วยการ... ขอ ขอ ขอ และก็ขอ

• เราอาจลืมไปว่า อันที่จริง
1. การภาวนาคือการยืนยันว่าเรามีชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้า และ
2. การภาวนามีประสิทธิภาพมากมายในการสนทนากับพระเจ้า และ
3. การภาวนาเป็นโอกาสที่เราจะได้รับพระพรจากพระเจ้า “ตามพระประสงค์” ของพระองค์....

• ทำไมวันนี้พ่อเทศน์สอนเรื่องการภาวนาหรือ... เหตุลผลเพราะพระคัมภีร์วันนี้เราได้เห็นพลังของการภาวนาจากหนังสือประกาศกอิสยาห์ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราอ่านอิสยาห์ที่หนึ่ง และในบูชาขอบพระคุณประจำวัน วันนี้เราได้อ่านได้ฟังพระวาจาจากประกาศอิสยาห์นี้ เป็นหนังสือประกาศกอิสยาห์บทที่ 38 น่าอ่านมากครับ
o เป็นการหันหน้าเข้าเพื่อขอร้องและขอพึ่งพระเจ้า ขอพระพรจากพระเจ้า ในยามที่ไม่น่าจะรอดแล้วของกษัตริย์เฮเซคียาห์เมื่อทรงประชวรหนัก
o เฮเซคียาห์ได้หันหน้าในสภาพที่ตนป่วยหนักจริงๆ และได้รับการประกาศว่าจะไม่รอดจากความตายเพราะความเจ็บป่วยนี้... “กษัตริย์เฮเซคียาห์ทรงผินพระพักตร์เข้าข้างฝา อธิษฐานทูลพระยาห์เวห์ว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ โปรดทรงระลึกเถิดว่าข้าพเจ้าได้ดำเนินชีวิตเฉพาะพระพักตร์พระองค์อย่างซื่อสัตย์และจริงใจ ทำตามที่พระองค์ทรงเห็นว่าถูกต้อง” แล้วกษัตริย์เฮเซคียาห์ทรงพระกันแสงอย่างหนัก” ทำให้พระเจ้าโปรดปรานและประทานความช่วยเหลือ นี่คือความน่าทึ่งของการภาวนาสุดจิตใจ...
o ที่สุด พระยาห์เวห์ทรงพระกรุณา พระองค์ตรัสว่า “เราได้ยินคำอธิษฐานและเห็นน้ำตาของท่านแล้ว เราจะต่ออายุให้ท่านอีกสิบห้าปี เราจะช่วยท่านและเมืองนี้ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของกษัตริย์อัสซีเรีย และจะปกป้องเมืองนี้”

• ที่สุด นอกจากบทอ่านส่วนที่กล่าวถึงคำภาวนาของกษัตริย์เฮเซคียาห์แล้ว นอกจากน้ำตาของกษัตริย์ที่พระเจ้าทรงเมตตาแล้ว

• พ่อขอส่งท้าย โดยให้อ่านอีกส่วนที่ไม่มีในบทอ่านในมิสซามาให้อ่านด้วย คือ บทเพลงสรรเสริญขอบพระคุณพระเจ้าของเฮเซคียาห์ ในยามหายป่วย

• คำสรรเสริญนี้น่าอ่านจริงๆ น่าไตร่ตรองจริงๆ อ่านนะครับ และขอให้ชีวิตของเรา เข้าใจการภาวนาจริงๆ และให้การอธิษฐานภาวนาเป็นลมหายใจของเราคริสตชนจริงๆเสมอไปนะครับ

• ขอพระเจ้าอวยพรครับ พ่อภาวนาให้พระเจ้าอวยพรทุกท่านครับ

“บทเพลงสรรเสริญพระเจ้าของกษัตริย์เฮเซคียาห์”
10ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าจะต้องจากไป
เพียงเมื่อยังอยู่ในวัยกลางคน
ข้าพเจ้าจำต้องอยู่ที่ประตูแดนมรณะ
ตลอดเวลาชีวิตที่ยังเหลืออยู่ของข้าพเจ้า

11ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้เห็นพระยาห์เวห์
ในแผ่นดินของผู้เป็นอีกแล้ว
ข้าพเจ้าจะมองไม่เห็นมนุษย์แม้แต่คนเดียวอีก
ในหมู่ผู้อาศัยบนแผ่นดิน
12ชีวิตของข้าพเจ้าถูกถอนและทิ้งไปไกลจากข้าพเจ้า
เหมือนกระโจมของผู้เลี้ยงแกะ
ชีวิตของข้าพเจ้าถูกม้วน
เหมือนอย่างคนทอผ้าม้วนและตัดผ้าออกจากหูก
จากเช้าจรดค่ำข้าพเจ้าคิดว่าพระองค์ทรงนำข้าพเจ้ามาถึงจุดจบ

13ข้าพเจ้าร้องขอความช่วยเหลือ จนรุ่งเช้า
พระองค์ทรงหักกระดูกทั้งสิ้นของข้าพเจ้าเหมือนอย่างสิงโต
จากเช้าจรดค่ำข้าพเจ้าคิดว่าพระองค์ทรงนำข้าพเจ้ามาถึงจุดจบ
14ข้าพเจ้าร้องอย่างนกนางแอ่น
ข้าพเจ้าคร่ำครวญอย่างนกพิราบ
ดวงตาของข้าพเจ้ามองขึ้นเบื้องบนจนเหนื่อยอ่อน
ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพเจ้ากำลังถูกข่มเหง
โปรดเสด็จมาช่วยเหลือข้าพเจ้าเถิด

15ข้าพเจ้าจะพูดได้อย่างไร จะทูลอะไรแด่พระองค์
เพราะพระองค์ทรงทำเช่นนี้แล้ว
ข้าพเจ้าก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไปด้วยความขมขื่นใจ
16ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ใจข้าพเจ้าวางใจในพระองค์
โปรดประทานชีวิตแก่จิตของข้าพเจ้า
โปรดทรงรักษาข้าพเจ้าให้หายและคืนชีวิตแก่ข้าพเจ้าเถิด
17บัดนี้ความขมขื่นของข้าพเจ้าเปลี่ยนเป็นความสุขสบาย
พระองค์ทรงช่วยชีวิตของข้าพเจ้า
ให้พ้นจากความพินาศซึ่งเป็นเสมือนขุมลึก
เพราะพระองค์ทรงเหวี่ยงบาปทั้งหมดของข้าพเจ้าไปทางเบื้องหลังของพระองค์

18ไม่มีใครในแดนมรณะขอบพระคุณพระองค์ได้
บรรดาผู้ตายสรรเสริญพระองค์ไม่ได้
บรรดาผู้ที่ลงไปในเหวลึก
จะหวังในความซื่อสัตย์ของพระองค์ไม่ได้

19ผู้มีชีวิต ผู้มีชีวิตเท่านั้นขอบพระคุณพระองค์ได้
ดังที่ข้าพเจ้ากำลังทำอยู่ในวันนี้
บิดาจะแสดงให้บุตรของตนรู้ถึงความซื่อสัตย์ของพระองค์

20ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอดพ้น
ข้าพเจ้าทั้งหลายจะดีดพิณสรรเสริญพระองค์
จะขับร้องในพระวิหารของพระยาห์เวห์
ทุกวันตลอดชีวิตของข้าพเจ้าทั้งหลาย

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก