"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

อารัมภบททางประวัติศาสตร์a

29 1โมเสสเรียกชาวอิสราเอลทุกคนมาประชุมกัน กล่าวกับเขาว่า

“เมื่อท่านอยู่ในแผ่นดินอียิปต์ ท่านเห็นกับตาแล้วว่าพระยาห์เวห์ทรงกระทำกับกษัตริย์ฟาโรห์ กับข้าราชการและประชากรทั้งแผ่นดินอย่างไร 2ท่านเห็นกับตาแล้วว่า พระองค์ทรงกระทำเครื่องหมายอัศจรรย์และปาฏิหาริย์ยิ่งใหญ่มาทดลองเขา 3แต่จนกระทั่งวันนี้ พระยาห์เวห์ก็ยังไม่ได้ประทานสติปัญญาให้ท่านเข้าใจ ไม่ได้ประทานนัยน์ตาให้ท่านเห็น และไม่ได้ประทานหูให้ท่านได้ยิน”

4เรานำท่านเดินทางผ่านถิ่นทุรกันดารเป็นเวลาสี่สิบปีมาแล้ว เสื้อผ้าของท่านก็ยังไม่เปื่อยยุ่ย รองเท้าของท่านก็ไม่ได้สึกหรอ 5ท่านไม่ต้องทำขนมปังกิน ไม่ต้องทำเหล้าองุ่นหรือเหล้าอื่นๆ ดื่ม เราทำดังนี้เพื่อท่านจะได้รู้ว่า เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน

6เมื่อท่านมาถึงสถานที่แห่งนี้ กษัตริย์สิโหนแห่งเฮชโบน และกษัตริย์โอกแห่งบาชาน ได้ออกมาทำสงครามกับพวกเรา แต่เราก็ชนะเขา 7ยึดเอาแผ่นดินของเขามาแบ่งให้เป็นกรรมสิทธิ์ของชนเผ่ารูเบน เผ่ากาด และเผ่ามนัสเสห์ครึ่งเผ่า

8ท่านจะต้องปฏิบัติตามถ้อยคำของพันธสัญญานี้อย่างเคร่งครัด แล้วท่านจะประสบความสำเร็จในกิจการทุกอย่างที่ท่านทำ

พันธสัญญาในแผ่นดินโมอับ

9ในวันนี้ทุกท่านกำลังยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน คือบรรดาหัวหน้าเผ่าต่างๆ บรรดาผู้อาวุโส เจ้าหน้าที่ และชายชาวอิสราเอลทุกคน 10พร้อมกับบรรดาบุตร ภรรยา และคนต่างด้าวซึ่งอาศัยอยู่ในค่ายของท่าน มีหน้าที่ตัดฟืนหรือตักน้ำให้ท่านb 11ท่านมายืนอยู่ที่นี่ก็เพื่อจะทำพันธสัญญากับพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ดังที่ทรงกระทำกับท่านในวันนี้ โดยทรงสาบานว่าจะสาปแช่งท่าน หากท่านไม่ปฏิบัติตาม 12ดังนั้น พระองค์จะทรงแต่งตั้งท่านให้เป็นประชากรของพระองค์ และพระองค์จะทรงเป็นพระเจ้าของท่าน ดังที่ทรงสัญญาไว้แก่ท่าน และทรงสาบานไว้แก่บรรพบุรุษของท่าน คืออับราฮัม อิสอัค และยาโคบ 13ข้าพเจ้ากำลังทำพันธสัญญานี้ และประกาศคำสาปแช่งเช่นนี้ไม่เพียงแต่กับท่านเท่านั้น 14แต่กับทุกคน ทั้งที่อยู่ที่นี่พร้อมกับพวกเราเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราในวันนี้ และผู้ที่ไม่อยู่ที่นี่ร่วมกับพวกเราในวันนี้ด้วยc

15ท่านรู้ดีว่าพวกเราอาศัยอยู่ในแผ่นดินอียิปต์อย่างไร และเดินทางผ่านชนชาติต่างๆ มาอย่างไร 16ท่านได้เห็นรูปเคารพที่น่ารังเกียจทำด้วยไม้ หิน เงินและทองของเขาแล้ว

17อย่าให้ท่านผู้ใดไม่ว่าชายหรือหญิง ครอบครัวหรือเผ่าใด เปลี่ยนใจจากพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราในวันนี้ ไปรับใช้เทพเจ้าของชนชาติเหล่านั้น นี่จะเป็นดังรากที่จะงอกเป็นพืชขมและเป็นพิษ 18อย่าให้ผู้ใดที่ได้ยินถ้อยคำสาปแช่งเหล่านี้แล้วหลอกตนเอง คิดในใจว่า “แม้ข้าพเจ้าจะทำตามอำเภอใจตนเอง ทุกสิ่งก็จะดำเนินไปด้วยดี น้ำฝนย่อมทำลายความแห้งแล้งของแผ่นดิน”d 19พระยาห์เวห์จะไม่ทรงอภัยคนเช่นนี้เลย พระพิโรธและความหวงแหนของพระยาห์เวห์จะลุกเป็นไฟเผาผลาญคนเช่นนั้น คำสาปแช่งที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้จะตกอยู่กับเขา และพระยาห์เวห์จะทรงลบชื่อของเขา จนไม่มีใครระลึกถึงเขาอีกต่อไป 20พระยาห์เวห์จะทรงกันเขาออกจากเผ่าต่างๆ ของอิสราเอล จะทรงบันดาลให้ประสบภัยพิบัติตามคำสาปแช่งทั้งปวงของพันธสัญญาที่เขียนไว้ในหนังสือธรรมบัญญัติเล่มนี้

 ทรงขู่ว่าประชากรจะต้องถูกเนรเทศ

21เมื่ออนุชนรุ่นต่อไปในอนาคต ทั้งบุตรหลานที่จะมีชีวิตภายหลังท่าน และคนต่างด้าวที่จะมาจากแดนไกล เห็นภัยพิบัติและโรคร้ายที่พระยาห์เวห์ทรงลงโทษแผ่นดินนี้แล้ว เขาจะพูดว่า 22“แผ่นดินนี้แห้งแล้ง มีแต่กำมะถันและเกลือ หว่านอะไรไม่งอก ปลูกอะไรไม่ขึ้นแม้กระทั่งหญ้า เป็นภัยพิบัติเหมือนที่เกิดกับเมืองโสโดมและโกโมราห์ เมืองอัดมาห์และเศโบยิม ซึ่งพระยาห์เวห์ทรงทำลายเมื่อทรงพระพิโรธอย่างมาก” 23ชนชาติทั้งปวงจะถามว่า “เหตุใดพระยาห์เวห์จึงทรงกระทำกับแผ่นดินของเขาเช่นนี้ ทำไมจึงทรงพระพิโรธเป็นไฟเช่นนี้”

24แล้วเขาก็จะตอบว่า “เพราะเขาทั้งหลายละเมิดพันธสัญญาที่พระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษของเขาทรงกระทำไว้ เมื่อทรงนำเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์ 25เขาไปรับใช้และกราบไหว้เทพเจ้าอื่นที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน และที่พระยาห์เวห์ไม่ทรงอนุญาตให้กราบไหว้ 26ดังนั้น พระยาห์เวห์จึงทรงพระพิโรธแผ่นดินนี้ ทรงบันดาลให้คำสาปแช่งทุกประการที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้น” 27พระยาห์เวห์จะทรงพระพิโรธอย่างมาก น่าสะพรึงกลัว จึงทรงถอนเขาขึ้นมาจากแผ่นดินของเขา แล้วขว้างไปต่างแดนดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ 28สิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่เป็นของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา แต่สิ่งที่ทรงเปิดเผยให้รู้เป็นของเราและของลูกหลานของเราตลอดไป เพื่อเราจะได้ปฏิบัติตามถ้อยคำของธรรมบัญญัตินี้ทุกประการ

 

29 a ข้อความในบทที่ 29-30 เขียนขึ้นตามสูตรโครงสร้างของสนธิสัญญา (ดู 10:12 เชิงอรรถ c; 28:1 เชิงอรรถ a) คำปราศรัยนี้เริ่มด้วยการทบทวนเหตุการณ์ในสมัยอพยพ (ข้อ 1-7; ดู 1:4; 4:46-47; 8:2-4) ตามด้วยการที่ประชากรรับรองสนธิสัญญา (ข้อ 9-14) แล้วจึงมีคำเทศน์ตามมา (ข้อ 15-20) คำเทศน์นี้ดูเหมือนจะมีต่อใน 30:11-14 คำอวยพรและคำสาปแช่ง ซึ่งปกติจะรวมอยู่กับสนธิสัญญา พบได้ใน 30:15-20; ส่วนข้อความใน 29:21-30:10 ประกอบด้วยเรื่องราวต่างๆ และดูเหมือนจะสอดแทรกเข้ามาในภายหลังโดยผู้เรียบเรียง ฉธบ

b ผู้ทำหน้าที่ต่ำต้อยเช่นนี้มักจะเป็นชนต่างด้าว (ยชว 9:27)

c ในข้อนี้เห็นได้ชัดกว่าที่ใดทั้งหมดว่าโมเสสเป็นคนกลางระหว่างพระยาห์เวห์และอิสราเอลในการทำพันธสัญญา สูตรของพันธสัญญานี้พบได้ในข้อ 12 (ดู 26:16 เชิงอรรถ e) ข้อ 13-14 ขยายข้อตกลงไปครอบคลุมผู้ที่ไม่ได้อยู่ที่นั่น ทำให้พันธสัญญานี้มีผลถาวรตลอดไป

d “น้ำฝนย่อมทำลายความแห้งแล้งของแผ่นดิน” ต้นฉบับภาษาฮีบรูไม่ชัดเจน คำพังเพยนี้อาจหมายถึง ความพอใจของผู้ที่ได้ทุกอย่างที่ต้องการ แต่ยังแปลได้อีกว่า “จะทำลายทั้งดินที่มีน้ำและดินแห้ง” ถ้าแปลเช่นนี้ คำพังเพยนี้จะหมายถึงการถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ต้นฉบับภาษากรีกว่า “เพื่อว่าคนบาปจะได้ไม่ถูกทำลายพร้อมกับคนไม่มีบาป”

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก