"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

ข. ดาวิดขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองทั้งยูดาห์และอิสราเอล

 

ดาวิดรับเจิมเป็นกษัตริย์แห่งอิสราเอล

5 1ชาวอิสราเอลทุกเผ่ามาเฝ้ากษัตริย์ดาวิดที่เมืองเฮโบรนทูลว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นสายเลือดเดียวกันกับพระองค์ 2ในอดีตเมื่อกษัตริย์ซาอูลทรงปกครอง พระองค์ทรงนำชาวอิสราเอลออกรบ พระยาห์เวห์ตรัสแก่พระองค์ว่า ‘ท่านจะเลี้ยงดูอิสราเอลประชากรของเรา ท่านจะเป็นเจ้านายเหนืออิสราเอล’” 3บรรดาผู้อาวุโสชาวอิสราเอลจึงมาเฝ้ากษัตริย์ที่เมืองเฮโบรน และกษัตริย์ดาวิดทรงทำพันธสัญญากับเขาเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ที่เมืองเฮโบรน เขาจึงเจิมดาวิดขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองอิสราเอล

4ดาวิดมีพระชนมายุสามสิบพรรษาเมื่อทรงขึ้นครองราชย์ และทรงเป็นกษัตริย์อยู่เป็นเวลาสี่สิบปี 5พระองค์ทรงปกครองชนเผ่ายูดาห์aที่เมืองเฮโบรนเป็นเวลาเจ็ดปีหกเดือน ทรงปกครองชาวอิสราเอลทุกเผ่าและชนเผ่ายูดาห์ที่กรุงเยรูซาเล็มเป็นเวลาสามสิบสามปี

 

กษัตริย์ดาวิดทรงยึดกรุงเยรูซาเล็มb

6กษัตริย์ดาวิดเสด็จพร้อมกับบรรดาทหารเข้าโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม โจมตีชาวเยบุสที่อยู่ในแผ่นดินนั้น ชาวเยบุสกล่าวกับกษัตริย์ดาวิดว่า “ท่านไม่มีวันจะเข้ามาที่นี่ได้ คนตาบอดและคนพิการก็ยังจะกันท่านไว้ได้c คล้ายกับกล่าวว่า ดาวิดจะเข้าไปที่นั่นไม่ได้เลย 7แต่กษัตริย์ดาวิดทรงยึดป้อมศิโยน คือเมืองของดาวิดไว้ได้ 8วันนั้น กษัตริย์ดาวิดทรงประกาศว่า “คนที่ต้องการโจมตีชาวเยบุสจงขึ้นไปทางอุโมงค์ส่งน้ำ...d ไปฆ่าคนตาบอดและคนพิการจึงเป็นศัตรูของดาวิด”e ด้วยเหตุนี้เขาจึงพูดกันว่า คนตาบอดและคนพิการจะเข้าไปในพระราชวังไม่ได้ 9กษัตริย์ดาวิดทรงเข้าไปประทับในป้อมนั้น และทรงตั้งชื่อว่าเมืองของดาวิดf พระองค์ทรงสร้างกำแพงล้อมป้อมไว้ตั้งแต่มิลโลเข้าไปข้างในg 10นับวันกษัตริย์ดาวิดยิ่งทรงมีพระอำนาจมากขึ้น พระยาห์เวห์พระเจ้าจอมจักรวาลสถิตกับพระองค์

11ฮีรามกษัตริย์แห่งเมืองไทระทรงส่งทูตมาเฝ้ากษัตริย์ดาวิดพร้อมกับถวายซุงไม้สนสีดาร์ ทรงส่งช่างไม้และช่างปูนมาสร้างพระราชวังให้กษัตริย์ดาวิด 12กษัตริย์ดาวิดทรงทราบว่าพระยาห์เวห์ทรงรับรองพระองค์เป็นกษัตริย์แห่งอิสราเอล และทรงทำให้อาณาจักรของพระองค์รุ่งเรืองเพราะเห็นแก่อิสราเอลประชากรของพระยาห์เวห์

 

พระโอรสของกษัตริย์ดาวิดที่เกิดในกรุงเยรูซาเล็ม

13หลังจากกษัตริย์ดาวิดทรงย้ายมาจากเมืองเฮโบรนแล้ว ทรงมีนางสนมและมเหสีอื่นๆ ในกรุงเยรูซาเล็มด้วย และมีพระโอรสและพระธิดาเพิ่มขึ้น 14นามของพระโอรสที่เกิดในกรุงเยรูซาเล็มคือ ชัมมุวา โชบับ นาธาน ซาโลมอน 15อิบฮาร์ เอลีชูวา เนเฟก 16ยาเฟีย เอลีชามา เอลียาดา และเอลีเฟเลท

 

กษัตริย์ดาวิดทรงรบชนะชาวฟีลิสเตียh

17เมื่อชาวฟีลิสเตียรู้ว่า ดาวิดได้รับเจิมขึ้นเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล จึงไปจับพระองค์ กษัตริย์ดาวิดทรงทราบข่าวนี้จึงเสด็จลงไปที่ป้อมปราการi 18ชาวฟีลิสเตียมาถึงหุบเขาเรฟาอิมj และยึดสถานที่นั้นไว้ 19กษัตริย์ดาวิดทูลถามพระยาห์เวห์ว่า “ข้าพเจ้าจะไปโจมตีชาวฟีลิสเตียดีหรือไม่ พระองค์จะทรงมอบเขาไว้ในมือของข้าพเจ้าหรือไม่” พระยาห์เวห์ทรงตอบดาวิดว่า “ไปเถิด เราจะมอบชาวฟีลิสเตียไว้ในมือของท่านอย่างแน่นอน” 20กษัตริย์ดาวิดจึงเสด็จไปที่บาอัลเปราซิม และทรงรบชนะชาวฟีลิสเตียที่นั่น พระองค์ตรัสว่า “พระยาห์เวห์ทรงบันดาลให้ข้าศึกแตกไปต่อหน้าข้าพเจ้า เหมือนถูกกระแสน้ำพัดไป” เพราะเหตุนี้ สถานที่แห่งนั้นจึงมีชื่อว่าบาอัลเปราซิมk 21ชาวฟีลิสเตียละทิ้งรูปเคารพของตนไว้ที่นั่น กษัตริย์ดาวิดและบริวารจึงเก็บเอาไป 22ชาวฟีลิสเตียกลับมายึดหุบเขาเรฟาอิมอีก 23กษัตริย์ดาวิดทูลถามพระยาห์เวห์ พระองค์ตรัสตอบว่า “อย่าเข้าโจมตีจากที่นี่ แต่จงอ้อมไปโจมตีจากข้างหลัง ด้านหน้าป่าละเมาะต้นยางหอม 24เมื่อท่านได้ยินเสียงเหมือนคนเดินlจากยอดต้นยางหอม จงเข้าโจมตีทันที เพราะขณะนั้นพระยาห์เวห์กำลังเสด็จนำหน้าท่านเข้าโจมตีกองทัพชาวฟีลิสเตีย” 25กษัตริย์ดาวิดทรงกระทำตามที่พระยาห์เวห์ทรงบัญชา ทรงรบชนะชาวฟีลิสเตียตั้งแต่เมืองเกบาจนถึงทางเข้าเมืองเกเซอร์m

 

5 a ดาวิดซึ่งได้รับการเจิมเป็นกษัตริย์จากชาวยูดาห์มาก่อนหน้านั้น (2:4) บัดนี้ ได้รับการยอมรับจากชาวอิสราเอล แต่คนสองกลุ่มยังคงแบ่งออกเป็นสองพวก (ดาวิดเป็นกษัตริย์ของ “ทั้งอิสราเอลและของยูดาห์”) ความขัดแย้งภายในของสองกลุ่มนี้จะเป็นปัญหารบกวนรัชสมัยของกษัตริย์ดาวิดและซาโลมอนจนถึงการแบ่งออกเป็นสองอาณาจักร ที่เป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายที่ไม่รอบคอบของเยโรโบอัมที่ 1 ประมาณปี 931 ก่อนคริสตศักราช (ดู 1 พกษ 12)

b เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากรบชนะชาวฟีลิสเตียที่มีเล่าไว้ในข้อ 17-25

c พวกเขาถือว่าอยู่ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่ดีมากจนไม่มีทางที่ใครจะบุกเข้าทำลาย แม้แต่คนพิการยังรักษาเมืองได้

d “ขึ้นมา” เป็นการแปลตามการคาดคะเน ถ้าแปลตามต้นฉบับภาษาฮีบรู จะได้ความว่า “โจมตี” หรือ “มาถึง” ประโยคน่าจะจบลงดังนี้ “จะได้รับรางวัลอันนั้นๆ” แต่ต้นฉบับไม่ชัดเจน ส่วนคำว่า “ทางใต้ดิน” ถ้าคำในต้นฉบับหมายถึงอย่างนั้นจริง ก็จะหมายถึงอุโมงค์ที่ขุดทะลุเนินเขาของเยรูซาเล็มเก่า เมื่อตัดเป็นทางไปน้ำพุกิโฮนโดยไม่ต้องออกจากเมือง (1 พกษ 1:33) คนที่ตั้งใจแน่วแน่จะสามารถไต่ไปตามอุโมงค์เพื่อเข้าไปในเมือง ต้นฉบับของ 1 พศด 11:6 จะอ่านง่ายกว่า “คนแรกที่ฆ่าคนเยบุสได้จะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองทัพและเจ้าชาย” โยอาบเป็นคนแรกที่ขึ้นไป

e ถ้อยคำเหล่านี้อยู่นอกบริบท ไม่มีเขียนไว้ใน 1 พศด 11:4-8

f การเลือกของดาวิดมีเหตุผลจากการที่เยรูซาเล็มตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างเผ่าทางเหนือและเผ่าทางใต้ ชื่อเมืองนี้มีหลักฐานกล่าวถึงตั้งแต่ปี 2000 ก่อนคริสตศักราช เมืองเยบุสเก่า (ฉธบ 7:1 เชิงอรรถ a) ตั้งอยู่บนภูเขาโอเฟลระหว่างหุบเขาไทโรเปโดนและหุบเขาขิดโรน ทางทิศเหนือมีภูเขาศิโยนตั้งตระหง่านบังอยู่ ต่อมา ดาวิดจะสร้างแท่นขึ้นที่นั่น (24:16) และซาโลมอนจะสร้างพระวิหาร (1 พกษ 6) ส่วนราชวังของซาโลมอน (1 พกษ 7:1-12) สร้างขึ้นทางทิศใต้ของพระวิหาร หลังจากนั้นเป็นเวลานาน เมืองถึงได้แผ่ขยายออกครอบคลุมทั่วเนินเขาใหญ่ทางทิศตะวันตก โดยกำแพงทางทิศเหนือต้องขยายขึ้นไปทางเหนือสองครั้ง (2 พกษ 14:13 เชิงอรรถ a) มีการปรับปรุงระบบการส่งน้ำ (ข้อ 8 เชิงอรรถ d) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยของกษัตริย์เฮเซคียาห์ (2 พกษ 20:20 เชิงอรรถ k) ในปี 587 เนบูคัดเนสซาร์ได้ทำลายเมือง (2 พกษ 25) หลังจากนั้น มีการสร้างพระวิหารใหม่เสร็จในปี 515 (อสร 6:15) ส่วนกำแพงได้รับการบูรณะเสร็จในปี 445 (นหม 2-6) อันทิโอคัส เอปิฟาเนสสร้างป้อมอาร์คาไว้ตรงข้ามกับพระวิหาร (1 มคบ 1:33 เชิงอรรถ o) และตระกูลฮัสโมนีได้ใช้เป็นราชวัง แต่กษัตริย์เฮโรดจะสร้างตำหนักที่พักเยื้องออกไปทางตะวันตก และเฮโรดยังได้บูรณะป้อมเก่าของพระวิหาร (นหม 7:2) ให้เป็นปราการขนาดใหญ่ เรียกว่าอันโทนีอา และสร้างพระวิหารขึ้นใหม่ (ยน 2:20) ในที่สุด เมืองนี้ถูกทิตัสทำลายจนราบคาบในปี ค.ศ. 70 (ดู ลก 21:20) กรุงเยรูซาเล็มถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในความสัมพันธ์กับสมณะ-กษัตริย์ของเมือง ซึ่งได้แก่ เมลคีเซเดค (ปฐก 14:18 เชิงอรรถ g) ซึ่งจะกลายเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและศาสนาในสมัยของกษัตริย์ดาวิด (ศิโยน) จะถูกนำมาใช้เป็นภาพเพื่อหมายถึงประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรร (อสย 62; อสค 23) นี่เป็นที่พำนักของพระยาห์เวห์ (สดด 76:2 เชิงอรรถ b) และของผู้รับเจิมของพระองค์ (สดด 2 และ 110) ในอนาคตจะเป็นสถานที่พบปะของประชาชาติทั้งหมด (อสย 2:1-5; 60) หนังสือพระคัมภีร์จบ (วว 21) ด้วยการบรรยายภาพของนครเยรูซาเล็มใหม่ (อสย 54:11)

g “กำแพง” ในบางต้นฉบับจะอยู่ในข้อ 11 “ช่างตัดหินสำหรับทำกำแพง” เกี่ยวกับมิลโล ดู 1 พกษ 9:15 กำแพงที่พูดถึงในที่นี้อาจมีแนวไปทางไทระเฟโอน

h ขณะที่ดาวิดยังเป็นกษัตริย์ของยูดาห์ที่เฮโบรน เขาเป็นบริวารของชาวฟีลิสเตีย (1 ซมอ 27:5-6) เวลานี้ที่เขามีอำนาจมากขึ้น อำนาจของเขาก็เริ่มเป็นการท้าทายต่ออำนาจของฟีลิสเตีย

i คงจะไปยังอดุลลัม (1 ซมอ 22:1-5) ในตอนนั้น กรุงเยรูซาเล็มยังไม่ถูกยึดครอง (ดู 5:6 เชิงอรรถ b)

j ที่ราบต่ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเยรูซาเล็ม (ยชว 15:8; 18:16 ดู ฉธบ 2:10)

k peretz แปลว่า “รอยแยก” (ดู ปฐก 38:29)

l การย่างก้าวเข้าไปของพระยาห์เวห์

m “กิเบโอน” ตาม 1 พศด 14:16 และต้นฉบับภาษากรีก ส่วนต้นฉบับภาษาฮีบรูจะใช้คำว่า “เกบา” เมืองเกเซอร์ตั้งอยู่ในดินแดนของชาวฟีลิสเตีย ศัตรูได้ถูกกดดันให้ถอยกลับเข้าไปในดินแดนของตนเอง

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก