"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพุธที่ 20 กรกฎาคม 2016

สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

ยรม 1:1,4-10…
1ถ้อยคำของเยเรมีย์ บุตรของฮิลคียาห์ สมณะคนหนึ่งซึ่งอยู่ที่หมู่บ้านอานาโธท ในแผ่นดินของชนเผ่าเบนยามิน

4พระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า
5“ก่อนที่เราปั้นท่านในครรภ์มารดา เราก็รู้จักท่านแล้ว
ก่อนที่ท่านจะเกิด เราก็แยกท่านไว้เป็นของเรา แล้ว
เราแต่งตั้งท่านให้เป็นประกาศกสำหรับนานาชาติ”

6ข้าพเจ้าทูลว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ องค์พระผู้เป็นเจ้า จะเป็นไปได้อย่างไร พระองค์ทรงเห็นแล้วว่าข้าพเจ้ายังพูดไม่เป็น ข้าพเจ้ายังเป็นเด็ก”

7แต่พระยาห์เวห์ตรัสตอบว่า
“อย่าพูดว่าท่านยังเป็นเด็กเลย
เราส่งท่านไปหาผู้ใด ก็จงไปเถิด
เราสั่งให้ท่านพูดอะไร ก็จงพูดเถิด
8อย่ากลัวเขาเลย เพราะเราอยู่กับท่าน เพื่อป้องกันท่าน”
พระยาห์เวห์ตรัส

9แล้วพระยาห์เวห์ทรงยื่นพระหัตถ์มาสัมผัสปากของข้าพเจ้า พระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า
“ดูซิ เราใส่ถ้อยคำของเราในปากของท่านแล้ว
10ดูซิ วันนี้เราตั้งท่านเหนือนานาขาติและเหนืออาณาจักรต่างๆ
เพื่อถอนรากและทำให้พังทลาย
เพื่อทำลายและรื้อลง
เพื่อจะได้ก่อสร้างและปลูกขึ้นใหม่”

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• “Pastores Dabo Vobis” (อ่าน ปาสโตแรส ดาโบ โวบีส) แปลว่า “เราจะให้นายชุมพาบาลแก่ท่าน”
o เสียงของพระเจ้าจากประกาศกเยเรมีย์ประโยคนี้งดงามจริงๆ ประชากรของพระเจ้า เหลวไหล หลงและเหลิงเจิ้งไปกับความยิ่งใหญ่ ไปกับกระแสโลก ความมั่งคั่ง (แม้ไม่มั่นคง) แต่ชอบมั่งคั่ง รุ่งเรือง และหลงลืมพระยาห์เวห์พระเจ้าเที่ยงแท้ของตนเอง แต่ทุกยามย่ำแย่ของชีวิต ทุกยามตกต่ำซ้ำทรุดของชาติและศาสนาอีกทั้งประชากร “พระเจ้าก็ทรงเมตตา”
o พระยาห์เวห์ได้ประกาศเรียก “ประกาศก” และส่งพวกเขาไปให้เป็น “Pastores” เป็นนายชุมพาบาล เพื่อพานำฝูงแกะหลงทางกลับบ้านให้ได้ พากลับมาสู่หนทางที่ถูกต้องเสมอมิไดขาด เราได้ฟังเรื่องราวประกาศก อาโมส โฮเชยาห์ อิสยาห์ มีคาห์ เป็นระยะ และวันนี้ เราได้ฟังเสียงพระเจ้าเรียก “เยเรมีย์” เพื่อประชากรของพระองค์

• เรามาเริ่มรู้จักประกาศกเยเรมีย์และพยายามจดจำท่านกันสักหน่อยครับ....
o ชื่อในภาษาฮีบรู יִרְמְיָהוּ Yirməyāhū, ภาษากรีก Ἰερεμίας, อาราบิก إرميا Irmiya)
o แปลว่า “ยาห์เวห์ทรงก่อตั้งขึ้นมา”"Yah Exalts", บ่อยครั้งท่านได้รับนามว่า “ประกาศกผู้ร้องไห้” "Weeping prophet",
o เยเรมีย์เกิดในปี 650 BC (ก่อนคริสตกาล) เกิดในครอบครัวสมณะ
o ในช่วงเวลาของเยเรมีย์ ตั้งแต่ก่อนเยเรมีย์เกิด นับจากช่วงการปกครองของกษัตริย์มานัสเสห์ (ปี 687-642 ก่อนคริสตกาล)
o ในช่วงเวลานั้น อาณาจักรยูดาห์เป็นดังภาชนะของอัสซีเรีย ศาสนาขึ้นกับการเมือง การเอาพระเจ้าของพวกเมโสโปเตเมีย เทพเจ้าแห่งดวงดาวดาราในรูปแบบต่างๆ และพระเท็จเทียมของพวกคานาอันก็ปะปนกันเข้ามากับเรื่องของพระยาห์เวห์ เอามาปะปนกันจนมั่วไปหมด
o กษัตริย์อาโมนพ่อของโยสิยาห์ถูกฆ่าในปี 640 กษัตริย์โยสิยาห์รับช่วงปกครองต่อจากบิดาเมื่อโยสิยาห์อายุเพียง 8 พระชันษา
o เรื่องศาสนาก็เข้าสู่ยุคของการผสมนิยมอย่างรุนแรงเหมือนกันในช่วงของโยสิยาห์ (640-609 ก่อนคริสตกาล)
o ปี 622-621 ได้มีการค้นพบหนังสือกฎหมายหรือธรรมบัญญัติในพระวิหาร โยสิยาห์จึงประกาศการปฏิรูปศาสนาเพื่อชำระและเอาพระเท็จเทียมออกไป ประชาชนส่วนใหญ่ยังซื่อสัตย์ต่อพระยาห์เวห์ การปฏิรูปจึงเริ่มการชำระและล้มทำลายแท่นและสถานของพระเท็จเทียมลงทั่วไป
o ปี 609 สงครามที่เมกกิโด กษัตริย์โยสิยาห์ถูกปลงพระชนม์
o กษัตริย์เยโฮอาฮาซครองราชย์และถูกเนเทศไปอียิปต์ และจากนั้นเยโฮยาคิมครองราชย์แทน เยโฮยาคิมเป็นคนเห็นแก่ตัวที่สุด ฆ่าประกาศกมากมาย และกดขี่ผู้ที่มีความซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า และหันไปหาพระบาอัลอีก ทำให้เกิดความปนเปทางความเชื่อมั่วกันไปอีกในอาณาจักรยูดาห์ (ไม่รู้จบสิ้นจริงๆ ความมั่วปนและหลงไปกับความเท็จเทียม
o จนที่สุดอาณาจักรบาบิโลนเข้ามายึดครองเยรูซาเล็มโดยเนบูคัสเนสซาร์ ทำให้เยรูซาเล็มตกเป็นเมืองขึ้น และเยโฮยาคิมสิ้นชีวิตและเยโอยาคินครองราชย์แทน
o และกษัตริย์เองถูกเนรเทศไปบาบิโลน ในปี 597 และเนบูคัสเนสซาร์อาณาจักรแห่งบาบิโลนจึงได้ใช้อำนาจของตนจัดการ โดยตั้งให้เซเดคียาห์ขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองแผ่นดินยูดาห์แทนเยโฮยาคิน.... 597-587 ก่อนคริสตกาล

• พี่น้องครับ พ่อได้เล่ามาให้ฟังจนดูว่ายุ่งเหยิงและยากไปหมด แต่ที่ต้องเล่าประวัติศาสตร์ของประชากรของพระเจ้าช่วงนี้นั้น ก็เพื่อมาถึงจุดสำคัญ

• คือ ในช่วงเวลาของกษัตริย์เซเดคียาห์นี้เอง ที่ประกาศกเยเรมีย์ได้ให้คำปรึกษาแก่เซเดคียาห์ แต่ประชาชนผู้มีอำนาจไม่เห็นด้วย และเรียกร้องให้เซเดคียาห์กบฏต่อบาบิโลน ต่อเนบูคัสเนสซาร์ และก็เช่นเคย
o กษัตริย์เชื่อฟังเสียงของคนพวกนั้น และ
o ไม่ฟังเยเรมีย์
o ดังนั้น โดยการแก้แค้นและศอกกลับ เนบูคัสเนสซาร์ได้ทำลายกรุงเยรูซาเล็มเสียเลย (ปี 587 ก่อนคริสตกาล)
o เยรูซาเล็ม พระวิหารที่แสนรักและเป็นหัวใจที่สุด... สร้างมาตั้งแต่สมัยกษัตริย์ซาโลมอนถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง (นี่ถ้าฟังเสียงเตือนของพระเจ้ากันบ้าง ชาวยิวคงไม่ต้องมายืนภาวนาร่ำไห้ที่กำแพงร้องไห้ดังเช่นปัจจุบันก็เป็นได้)
o นอกจากพระศอกกลับอย่างแรงที่เนบูคัสเนสซาทำให้กับพระวิหารแล้ว ยังเรียกว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด คือประชาชนในอาณาจักรยูดาห์ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยที่บาบิโลนเสียหมดเลย
o และคนจำนวนหนึ่งหนีไปอียิปต์และเอาเยเรมีย์ไปด้วยเพื่อหนีจากเนบูคัสเนสซาร์

• ในท่ามกลางความโกลาหลเช่นนี้ พระยาห์เวห์ได้เรียกเยเรมีย์เป็นประกาศกเพื่อประกาศแก่ชาวอาณาจักรยูดาห์ในยามวุ่นวายเช่นนี้
o “อย่าพูดว่าท่านยังเป็นเด็กเลย เราส่งท่านไปหาผู้ใด ก็จงไปเถิด เราสั่งให้ท่านพูดอะไร ก็จงพูดเถิด อย่ากลัวเขาเลย เพราะเราอยู่กับท่าน เพื่อป้องกันท่าน”
o พระยาห์เวห์ “เรียก” เยเรมีย์ เพื่อไปประกาศ เพื่อไปเป็นประกาศกให้นำประชากรของพระเจ้าให้กลับใจมาหาพระองค์ ให้พวกเขาฟังเสียงของพระองค์ แม้เยเรมีย์จะรู้สึกว่าตนเองยังเด็ก แต่พระยาห์เวห์ย้ำแก่เยเรมีย์ว่าเป็นพระบัญชาของพระเจ้าให้ออกไป ให้กล้าไปเพื่อประกาศกับประชากร
o พระยาห์เวห์ได้ยืนพระหัตถ์มาสัมผัสริมฝีปากของเยเรมีย์เป็นเครื่องหมายว่าพระเจ้าได้ประทานพระวาจาของพระองค์ในปากของประกาศกเยเรมีย์ ดังนั้น ท่านมีพระวาจาของพระเจ้าในปากของท่าน ทำให้ท่านมีอำนาจของประกาศก มีอำนาจที่จะประกาศพระประสงค์ของพระเจ้าแก่ประชากรของพระองค์...

• พ่ออ่านพระวาจาวันนี้ และได้ไตร่ตรองเรื่องราวขอประกาศกเยเรมีย์ การเรียกประกาศกเยเรมีย์ กับสภาพของประชากรของพระเจ้า ทำให้พ่อรู้สึกว่า
o เราต้องเริ่มต้นไตร่ตรองความเป็น “ประกาศก” ของเราทุกคน

• พี่น้องครับ ศีลล้างบาปที่เราได้รับ ทำให้เราได้มีพระพรและพลังของการเป็น “ประกาศก”
o และปัจจุบันนี้พ่อเชื่อตามที่พระสันตะปาปาฟรังซิสสอนเราจริงๆว่า “เสียงประกาศกต้องดังขึ้นจริงๆ
o พ่อคิดว่า การเริ่มต้นอ่านประกาศกเยเรมีย์นี้ต้องทำให้เราไม่ลืมบทบาทความเป็นประกาศกของเราแต่ละคน...
o พ่อขอคัดประเด็นสำคัญๆในเรื่องการเป็นประกาศกในพระดำรัสเตือนของพระสันตะปาปาฟรังซิสเรียกมาให้เราทบทวนชีวิตของเราคริสตชนดีๆ อีกครั้ง
o อ่านเยเรมีย์ อ่านคำสอนของพระสันตะปาปา... และขอให้เรากล้าเป็นคริสตชนที่เป็นประกาศกอย่างแท้จริง ด้วยวาจาและกิจการชีวิตของเรา... อ่านและไตร่ตรองคำสอนของพระสันตะปาปาด้วยกันครับ

o “คริสตชนทุกคน ทุกคนจริงๆ ต้องรู้สึกให้ได้ถึงความจำเป็น รู้สึกจริงๆว่าต้องนำความรักของพระคริสต์ไปยังผู้อื่น และต้องทำให้เป็น “พันธกิจถาวร” ของเราทุกคน เราต้องเอาชนะความยากของปัจจุบัน คือ โลก กระแสโลก ที่หยิบยื่นปัจเจกนิยมให้กับเรา แต่เราต้องเอาชนะด้วยการออกไปเพื่อนำความรักไปจริงๆ”(EG 2)
o พระสันตะปาปาฟรังซิสทรงเรียกร้อง เพื่อให้คริสตชนทุกคนได้ค้นพบความสดชื่นแท้จริงที่มาจากพระวรสาร... ต้องค้นพบหนทางใหม่ที่สร้างสรรค์ โดยไม่ทำให้ข่าวดีของพระเยซูเจ้าต้องถูกเก็บเงียบไปเป็นอันขาด (EG 11)
o เราทุกคนได้รับเรียกสู่การออกเดินทางธรรมทูตครั้งใหม่ คริสตชนทุกคนและชุมชนทั้งหมด จะร่วมกันพิเคราะห์แยกแยะว่า หนทางใดที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเรียกร้องเรา อย่างไรก็ตาม เราทุกคนได้รับเชิญให้ยอมรับเสียงเรียกนี้ คือ การออกจากความสะดวกสบายปลอดภัยของตนเอง และมีความกล้าหาญที่จะไปยังทุกพื้นที่ที่ต้องการแสงสว่างแห่งพระวรสาร (EG 20-24)
o พระสนตะปาปาย้ำว่า เราทุกคน คือ “ประกาศก” เสียงของประกาศกต้องดังขึ้น
o เราจำเป็นต้องต่อสู้อย่างหนักแน่นกับการกระทำที่ทำให้เสียงของคนยากจนต้องเงียบงันและจำนน และต่อสู้กับกลุ่มคนที่ไม่ให้โอกาสหรือไม่ให้เกียรติแก่คนยากจน (218)
o เราคริสตชนต้อง “กล้า” ประกาศความใหม่เสมอของพระวรสาร ประกาศด้วยความ “ชัดเจน” (Boldness: Parrhesia) ในทุกเวลา ทุกสถานที่ แม้ในยามที่ถูกต่อต้านหรือคัดค้าน (259)

• พี่น้องที่รักครับ... เราทุกคนได้อ่านเยเรมีย์แล้ว เราได้อ่านคำสอนของพระสันตะปาปาร่วมสมัยของเราในประเด็นสำคัญแล้ว พ่อขอให้เราพยายามเป็นคริสตชนที่เป็นประกาศกมากขึ้นทุกวันนะครับ สังคมปัจจุบันของเราต้องการประกาศกที่ชัดเจนมากขึ้นเสมอ ในความดี และความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประกาศกแห่งความรัก... ข้อปฏิบัติที่เป็นประจักษ์พยานสำหรับพ่อที่คิดว่าใช่คือ...
1. เราจงเจริญชีวิตในความจริงแห่งความเชื่อ ศีลธรรมและจริยธรรม
2. เราจงรักในความจริง
3. เราจงเป็นคนที่จริงใจใสซื่อในความรัก
4. เราจงเป็นคนที่มีความหวังในทุกคน... อย่าหมดหวัง เพราะคนเราพัฒนาได้ เราเปลี่ยนแปลงได้ มีใครบ้างไม่เคยทำผิด และมีใครบ้างเมื่อทำผิดแล้วไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจและอภัย... (คิดดีๆ ก่อนที่จะตัดสิน สั่งประหารชีวิต สั่งตายใครต่อใครด้วยคำพูด และการกระทำหรือแม้แต่เจตคติ)
5. เราจงเป็นคนที่คนอื่นมีความหวังในเราได้เช่นกัน อ่อนโยนในความเมตตากรุณาเสมอไปเพราะพระเจ้าของเราทรงเมตตากรุณา
6. เราจงซื่อสัตย์ แข็งแรงในความจริง อย่าอ่อนแอไปตามกระแสเสียงเรียกร้องของความเท็จและพวกมากลากไป.. แต่เสียงที่เราจะฟังด้วยกันคือ “พระสุรเสียงแห่งความรักและเมตตาของพระเยซู ในพระวาจาของพระองค์”
7. เราจงเป็นประกาศกแห่งความเชื่อ ความรัก และความหวังด้วยกัน ไส้ตะเกี่ยงที่ริบหรี่อยู่ขอเราอย่าดับความหวังของพี่น้อง ไม้อ้อที่ช้ำแล้วขอเราอย่าหัก แต่พยุพยุงรักษากันและกันด้วยความรัก
8. เราจงเป็น “เยเรมีย์” “พระยาห์เวห์ทรงก่อตั้งขึ้นมา” คือ ขอให้เราเสริมสร้างกันและกัน อย่าทำลายกันเลย แต่สร้างสรรค์กันและกันในความดีเสมอ... ขอพระเจ้าอวยพร

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก