"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2016

สัปดาห์ที่ 8 เทศกาลธรรมดา

ยด 1:20-25…

20ท่านที่รักทั้งหลาย จงเสริมสร้างตนเองจากพื้นฐานความเชื่อศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของท่าน จงอธิษฐานภาวนาในพระจิตเจ้า 21จงมีความรักอย่างมั่นคงในพระเจ้า ขณะที่รอคอยพระกรุณาของพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา เพื่อจะได้รับชีวิตนิรันดร 22จงสงสารคนที่อ่อนแอ 23จงช่วยเขาให้รอดพ้นโดยดึงเขาออกมาจากไฟ จงสงสารคนอื่นด้วย แต่ต้องมีความระมัดระวัง จงอยู่ห่างแม้กระทั่งเสื้อที่เปื้อนมลทินของเขา


24แด่พระองค์ผู้ทรงปกป้องท่านทั้งหลายไว้มิให้พลาดพลั้ง และทรงประคองให้ยืนด้วยความยินดีปราศจากตำหนิเฉพาะพระสิริรุ่งโรจน์ 25แด่พระองค์แต่เพียงพระองค์เดียวผู้ทรงเป็นพระเจ้า ผู้ทรงช่วยเราให้รอดพ้น อาศัยพระบารมีของพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระสิริรุ่งโรจน์ พระบารมียิ่งใหญ่ พระเดชานุภาพและพระฤทธานุภาพ จงมีแด่พระองค์ ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตตลอดนิรันดร
อาแมน

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• “รัก รัก รัก คืออะไร??? และต้องรักอย่างไร”
o พ่อเคยเสนอคำสอนของนักบุญเปาโลในเรื่องผลของพระจิตเจ้า ที่เป็นดังบันไดเก้าขั้น เพื่อไปถึงความรักนั่นคือ ผลของพระจิตเจ้าได้แก่
1. ความรัก
2. ความชื่นชม
3. ความสงบ
4. ความอดทน
5. ความเมตตา
6. ความใจดี
7. ความซื่อสัตย์
8. ความอ่อนโยนและ
9. การรู้จักควบคุมตนเอง
o จะเห็นว่าบันไดเพื่อก้าวไปสู่ความรักทั้งก้าวขั้น ตรงกลาง ขั้นที่ 5 คือ “ความเมตตา” หรือความ “สงสาร”
o วันนี้เรามาทำความเข้าใจคำว่าความเมตตากันหน่อยจะดีไหมครับ....วันนี้พ่อขอเสนอการค้นคว้าความหมายในพระคัมภีร์ ศึกษาเชิงลึกหน่อยในเรื่องความเมตตา เพื่อความคนที่รักจริงนั้น ต้องรักที่แสดงออกเป็นความเมตตากรุณาครับ....

ความหมายของ “ความเมตตา” (misericordia ภาษาลาติน อ่าน มีเซรีกอร์ดีอา)

• รากศัพท์นี้พบในพันธสัญญาใหม่ คือ คำว่า “eleein” หรือ “eleos” (เราเคยได้ยินคว่า เอเลอีซอน รากเดียวกันเลยครับ) ดังนั้นเราจะเน้นพิจารณา รากศัพท์ที่สำคัญคือ “เมตตา” รากนี้ในรูปคุณศัพท์ “เมตตา” (elemon) ในพระวรสารพบในพันธสัญญาใหม่ เฉพาะ 2 ครั้ง คือ มธ 5:7 และ ฮบ 2:17 และพบในคำแปลพันธสัญญาเดิมฉบับภาษากรีก 30 ครั้ง

• ฮบ 2:17 กล่าวถึงพระเยซูเจ้าในฐานะที่เป็นมหาสมณะ “จึงจำเป็นที่พระองค์จะต้องทรงเป็นเหมือนกับบรรดาพี่น้องทุกประการ เพื่อพระองค์จะทรงเป็นมหาสมณะที่เพียบพร้อมด้วยพระกรุณาและทรงซื่อสัตย์ในการติดต่อกับพระเจ้า” นี่เป็นครั้งแรกที่พระเยซูเจ้าถูกเรียกว่า “มหาสมณะ” (เป็นคำที่ใช้เรียกพระเยซูเจ้าในจดหมายถึงชาวฮีบรูฉบับนี้โดยเฉพาะ 17 ครั้ง)

• มหาสมณะ ได้รับการกล่าวถึงลักษณะเฉพาะเจาะจง คือ เมตตากรุณาและซื่อสัตย์ โดยเน้นความที่พระองค์ทรงเป็นคนกลางเชื่อมโยงพระเจ้ากับมนุษย์ และในข้อที่ 18 เราพบว่าความเมตตากรุณาของพระเยซูเจ้านั้น แสดงออกโดยการยอมรับความทุกข์ยากและการทดลอง

• คุณลักษณะเช่นนี้ของพระเยซูเจ้าเราจะพบอีกครั้งใน ฮบ 4:15f “15เพราะเหตุว่าเราไม่มีมหาสมณะที่ร่วมทุกข์กับเราผู้อ่อนแอไม่ได้ แต่เรามีมหาสมณะผู้ทรงผ่านการทดลองทุกอย่างเหมือนกับเรา ยกเว้นบาป 16ดังนั้น เราจงเข้าไปสู่พระบัลลังก์แห่งพระหรรษทานด้วยความมั่นใจเพื่อรับพระกรุณา และพบพระหรรษทานเกื้อกูลในยามที่เราต้องการ” ดูเหมือนสองอย่างที่คู่กันอย่างแยกกันไม่ออก สองประการ คือ
o พระกรุณา (Compassion) และ
o การเกื้อกูลด้วยความเข้าใจ (Comprehension)

• ความเมตตากรุณาของพระเยซูคริสตเจ้า มหาสมณะอันที่จริงนั้นคือสาระสำคัญที่สุดเช่นเดียวกับความสุภาพอ่อนโยน ความหมายของคำว่า “ใจเมตตา” (misericordia= Miser+Cordia) หัวใจที่เปี่ยมด้วยความสงสาร เราเห็นในข้อนี้ว่า ทัศนคติของมนุษย์และการกระทำของพระเจ้านั้นถูกแสดงออกด้วยคำที่มีรากศัพท์เดียวกันอย่างแท้จริง “ใจเมตตา และพระเมตตา”

• ภาษากรีกโดยทั่วไปทางโลกใช้คำนี้ “eleison” เพื่อหมายถึง “Compassion” และที่สำคัญคำว่า “Compassion” นี้ใช้ในพันธสัญญาใหม่เพื่อหมายถึง “การให้ทาน หรือให้สิ่งที่จำเป็นจริงๆ แก่ผู้ที่มีความต้องการที่สุด” สังเกตคำว่า “Compassion= Com+passion หรือ ภาษาลาติน cum+passio”

• ในพระวรสารเน้น “ความเมตตา” เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกร้องจากมนุษย์ และดูเหมือนพระเยซูเจ้าจะสอนเรื่องนี้โดยเรียกร้องอย่างมากเช่นกัน และที่สำคัญ พระองค์เรียกร้องความเมตตา ไม่ใช่เครื่องบูชา

• เมื่อฟาริสีสะดุดเพราะพระเยซูเจ้าทรงนั่งร่วมโต๊ะกับคนเก็บภาษีและคนบาป (มธ 9:10-13) พระองค์ทรงยืนยันว่า “จงไปเรียนรู้ความหมายของพระวาจาที่ว่า ‘เราพอใจความเมตตากรุณา มิใช่พอใจเครื่องบูชา’ เพราะเราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่มาเพื่อเรียกคนบาป”

• ทรงตำหนิฟาริสีที่กล่าวว่าศิษย์ของพระองค์ที่เก็บรวงข้าวในวันสับบาโต “ถ้าท่านเข้าใจความหมายของข้อความที่ว่า ‘เราพอใจความเมตตากรุณา มิใช่พอใจเครื่องบูชา’ ท่านคงจะไม่กล่าวโทษผู้ไม่มีความผิด เพราะบุตรแห่งมนุษย์เป็นนายเหนือวันสับบาโต” (มธ 12:7)

• ข้อสังเกต พระวรสารเน้นการแสดงความเมตตานี้โดยเฉพาะกับบรรดาผู้ที่อยู่ชายขอบสังคม หรือผู้ที่มีความต้องการมากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องสะมาเรียผู้ใจดี (ลก 10) เราพบว่า เนื้อหาสาระของ “ความเมตตา” สรุปได้คือ
o ความอ่อนแอหรือความจำเป็นของเพื่อนพี่น้อง
o ความสงสาร “Compassion”
o การช่วยเหลือสุดความสามารถ

• ดังนั้น พ่อสรุปว่า จดหมายนักบุญยูดาวันนี้ อ่านนะครับ จดหมายสั้นๆนี้ก็เช่นกัน สอนเราให้ “รู้จักรักเป็น” รักอย่างไร ความรักคือความเมตตาสงสาร คำสำคัญที่อยู่ตรงกลางของบันได 9 ขั้นสู่มุ่งความรัก ดังนั้น คนที่มีความรักแบบคริสตชนจริงๆ ต้องมีใจเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณาและสงสารเสมอ แบบพระเยซูเจ้า ทรงเป็นมหาสมณะเปี่ยมด้วยความเมตตาตลอดนิรันดร อ่านจดหมายของยูดาจะชัดขึ้นครับ....พระเจ้าอวยพรครับ

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก