"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2015
สัปดาห์ที่ยี่สิบสาม เทศกาลธรรมดา
ลก 6:6-11…

6วันสับบาโตอีกวันหนึ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในศาลาธรรมและทรงสั่งสอนที่นั่น มีชายคนหนึ่งมือขวาลีบ 7บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีคอยจ้องดูว่าพระองค์จะทรงรักษาชายมือลีบในวัน สับบาโตหรือไม่เพื่อจะหาเหตุกล่าวโทษพระองค์ 8แต่พระองค์ทรงทราบความคิดของเขาจึงตรัสกับชายมือลีบว่า “ลุกขึ้น มายืนตรงกลางนี่ซิ” เขาก็ลุกขึ้นยืน 9พระเยซูเจ้าตรัสกับคนทั้งหลายว่า “เราถามท่านว่า ในวันสับบาโต ควรทำความดี หรือทำความชั่ว ควรช่วยชีวิตหรือทำลายชีวิต” 10แล้วพระองค์ทอดพระเนตรเขาทุกคนและตรัสกับชายมือลีบว่า “จงเหยียดมือออกซิ” เขาก็ทำตามและมือของเขาก็หายเป็นปกติ 11บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีรู้สึกโกรธแค้นมาก จึงปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรกับพระเยซูเจ้า

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง 
• “สายตาที่จ้องจับผิด” มีความสุขไหม? วันสับบาโต พ่ออธิบายมาหลายครั้งหลายรอบแล้ว และชี้ให้เห็นว่า สับบาโตคือวันแห่งการเป็นอิสระ ไม่ทำงาน เป็นกฎหมายทางศาสนาสำคัญมาก และพระเยซูเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งที่ในสายตาของชาวยิว ฟาริสี ธรรมาจารย์นั้น ถือว่าขัดใจมาก เพราะพวกเกรงจะผิดกฎ และจ้องจับผิดคนที่ผิดกฎหมายทางศาสนาเพื่อจะได้หาโอกาสตำหนิ หรือแม้แต่ลงโทษทางศาสนาด้วย


• พระวรสารโดยนักบุญลูกาบันทึกโดยเจตนา... “วันสับบาโตอีกวันหนึ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในศาลาธรรมและทรงสั่งสอนที่นั่น มีชายคนหนึ่งมือขวาลีบ บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีคอยจ้องดูว่าพระองค์จะทรงรักษาชายมือลีบในวัน สับบาโตหรือไม่เพื่อจะหาเหตุกล่าวโทษพระองค์”

o ลูกาเน้นให้เห็นเลยว่า วันสับบาโตอีก

o และเรื่องราวนี้ไม่ได้เกิดในที่สาธารณะ แต่ “ในศาลธรรม” คือสถานที่ศาสนา สถานที่ประกาศความเชื่อ “เรียกว่าวัดสำหรับเราคริสตชนก็ว่าได้”

o และฟาริสีธรรมาจารย์ได้เห็นคนมือลีบ... แน่นอน ลูกาเน้นคนด้อยโอกาส และคนเหล่านี้ในสายตาของฟาริสี คือ “คนบาป” แน่ๆ ชาวฟาริสีมองว่าพวกตนเป็นคนดี คนชอบธรรม และถูกต้อง ไม่มีความบกพร่อง นิสัยไม่ดีจริงๆ ของฟาริสีคือการจ้องจับผิด จ้องหาเหตุทางศาสนาเพื่อลงโทษคนอื่นๆ ยิ่งประนามยิ่งลงโทษคนอื่น ดูเหมือนว่าพวกตนเองเป็นคนชอบธรรมกว่าใครๆ

o วันนั้น ในศาลาธรรม ใน(วัด)สถานที่ศาสนาแท้ พวกเขาก็จ้องจับผิด...พระเยซู

• วันพ่ออยากชี้ประเด็นตรงนี้จริงๆ พ่อก็เคยดูละครอยู่บ้าง และละครไทยก็มักจะมีมุมของศาสนา ภาพในวัด ในโบสถ์หรือศาลาศพ มีบ่อยๆ บ่อยมากๆ ขณะที่พระสวดไป บรรดาตัวแสดงก็มักจะมีอาการ นั่งพนมมือแต่สายตาเชือดเฉือน ปากวิจารณ์นินทา และทำร้ายกันด้วยสายตา เอ พี่น้องเคยดูละครไทยเห็นฉากแบบนี้บ้างใช่ไหมครับ...พ่อว่าธรรมดามาก บ่อยครั้งมือพนมฟังพระสวด พระท่านก็ทำหน้าที่ของท่านอย่างดี แต่ในภาพคือคนที่นั่งแถวหน้า ใส่สูท แต่งตัวดี ต่างก็ใช้สายตาเย่อหยิ่ง ข่มขู่ และเชือกัน วิจารณ์กันขณะพระสวดนั่นแหละ... ภาพนี้ธรรมดาจริงๆ

• ในวัดของเราคาทอลิกเป็นเช่นนี้ไหมหนอ... 

o บ่อยครั้งในวัด ในบ้านพระเจ้าแท้ๆ เราอาจมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งที่นั่ง กันที่นั่ง ไม่ต้องรับ ไม่มีที่สำสำหรับคนยากจน คนที่ด้อยโอกาส หรือคนที่ไม่เป็นที่ต้องการของสังคม 

o หรือนั่งมองกันวิจารณ์กัน วิภากษณ์การแต่งกาย ความหรูหรา หรือตำหนิกันในรูปแบบต่างๆ มีไหมเอ่ย บางทีอาจเป็นกลุ่ม ชมรม สภาอภิบาล หรือตระกูลที่ไม่ชอบกัน ไม่พอใจกัน เกลียดชังกัน เข้ามาวัดด้วยกันแท้ แต่จิตใจเชือดเฉือนกันเอง ไม่ดีเลยนะครับ 

o นี่พ่อยังไม่ได้ถามถึงความสัมพันธ์ของนักบวช พระสงฆ์ สัตบุรุษในวัด บางทีอาจเป็นเหมือนกัน ในวัดแท้ๆ เราก็มองกันด้วยสายตาไม่เป็นมิตร... ทั้งที่ตอนมอบสันติสุข ภาษาเดิม “แสดงความเป็นมิตรต่อกัน” ไม่เป็นไร แสดงได้สบายมาก ไม่ได้จากใจจริง ไหว้ไปอย่างนั้น ... 

o มีไหมเอ่ย... ฟังเทศน์ไปก็ตำหนิทุกคน หรือหนิผู้เทศน์ด้วย หรือผู้เทศน์ก็ไม่ถูกใจกับผู้ฟังบางคนด้วย... อาการมนุษย์แบบนี้ก็น่าจะมีอยู่เนืองๆ

• ฟาริสี ธรรมาจารย์ ในศาลาธรรมวันนี้เป็นบทสอนเราได้ดีมากๆ กับการใช้ศาลาธรรม ใช้วัดเพื่อการสรรเสริญพระเจ้า เพื่อการกระทำความดีอย่างที่สุด เวลาศาสนกิจน่าจะเป็นเวลาที่ดีที่สุด เวลาแห่งความดี เวลาแห่งความรักเมตตามากที่สุด ไม่ใช่สถานที่ ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาใช้เพื่อตัดสินกัน เพื่อวิภากษณ์วิจารณ์กัน หรือแบ่งพรรคแบ่งพวกัน จนกระทั่ง...เหมือนฟาริสีที่ไม่ได้คิดถึงคนมือลีบคนนั้นที่เขามือลีบและเข้า มาศาลาธรรม เขาก็คงอยากจะหายจากอาการมือลีบดังกล่าวที่เป็นมา แต่กลับถูกตัดสินเช่นนั้น... ไม่เหมาะสมใดๆเลยโดยเด็ดขาด...

• วันนั้น ที่ศาลาธรรม พ่อเห็นอาการลีบสองประเภท...

1. ชายมือลีบ เขากระทำอะไรด้วยมือไม่ได้เพราะมือเขาลีบ เขายื่นมือออกไปไม่ได้ ไม่สามารถยื่นมือออกได้...
2. ฟาริสีธรรมาจารย์ใจลีบ “อาการใจลีบ ใจปิดสนิท ลีบสนิท ไม่สามารถเปิดใสจ ยื่นใจออกไปได้เลย” พ่อว่า อาการใจลีบใจปิดของธรรมาจารย์และฟาริสีนี่มีอาการหนักมาก... ร่างกายดีทุกประการ และอยู่นำแหน่งผู้นำทางศาสนาด้วย แต่เขาไม่มีใจเลย ใจลีบปิดสนิท และถามยังพยายามจะจ้องจับผิดปิดใจคนอื่นไปด้วย พวกเขาไม้ต้องการให้พระเยซูเจ้ารักษา จ้องจับผิดการทำผิดทางกฎหมายของศาสนา... เขาจึงพยายามมากที่จะจับผิดพระเยซูว่าพระองค์จะทำผิดกฎไหม ความคิดของพ่อคิดแล้วขำ และขำแบบลึกๆบาดเจ็บหน่อยครับ... คือ ฟาริสีธรรมจารย์จ้องจำผิดพระเยซูเจ้าว่า “จำทำความดีหรือไม่” น่าคิดนะครับ

• พระเยซูเจ้าจึงถามขึ้นมาว่า “เราถามท่านว่า ในวันสับบาโต ควรทำความดี หรือทำความชั่ว ควรช่วยชีวิตหรือทำลายชีวิต”

o แน่นอนคำถามนี้ไม่มีใครตอบ และถ้ามี คำตอบก็ต้องออกมาว่า วันสับบาโตมีไว้เพื่อกระทำความดีแน่นอนง.. ต้องช่วยชีวิต ไม่ใช่ทำลายชีวิต 

o พ่อมั่นใจจากคำถามของพระเยซูเจ้า และอยากให้เราได้ใช้ความหมายนี้กับวันพระเจ้าของเรา กับชีวิตคริสตชนของเรา กับกฎเกณฑ์ต่างๆของเราให้ชัดเจนให้มากที่สุด... พ่ออยากให้เราเห็นคุณค่าของวันพระเจ้าให้มากที่สุด เพื่อความดี ชีวิตศาสนาก็เพื่อความดีและเพื่อชีวิตของทุกคนเสมอ

• พระองค์ในที่สุดสั่งคนมือลีบ “จงเหยียดมือออกซิ”

o เขาสามารถยืดมือออกได้ สามารถหลุดพ้นจากความลีบของมือที่ทำให้ไม่สามารถกระทำความดีด้วยมือของตนเอง

o พ่ออยากขอเชิญชวนให้เราได้ฟังคำสั่ง ฟังพระวาจาของพระเจ้า อ่านบทเทศน์อ่านพระวาจาแล้ว ขอให้เราไม่มือลีบ ไม่เท้าลีบ ไม่สมองลีบ และที่สำคัญ “ไม่ใจลีบ” แต่เราต้องยื่นมือ เปิดใจ และก้าวออกไปหาเพื่อนพี่น้องของเราทุกคนได้อย่างแท้จริง

o อย่าให้ใจของเราลีบปิดเลยนะครับ เปิดใจ เผยใจของเรา ต้อนรับเพื่อนพี่น้องของเรารอบข้าง... เราสามารถ และต้องสามารถถือศาสนา ถือวันพระเจ้า และทุกวัน ให้เป็นโอกาสให้เราสามารถเปิดใจของเราไปหาทุกคน ยื่นมือของเราไปช่วยเหลือทุกคนรอบข้างให้ได้

• พี่น้องที่รักครับ... ขอให้เราได้หายขาดจากความลีบทั้งใจและกายและจิตวิญญาณ เพื่อเราจะสามารถยื่นมือ เปิดใจของเราออกไปเพื่อช่วยเหลือทุกคนรอบข้างได้อย่างแท้จริง ขอให้เราไม่ต่อต้านความดีต่อเพื่อนพี่น้อง ใช่ครับ ฟาริสี ธรรมาจารย์โกรธมาก และพยายามทำร้ายพระเยซู ไม่ยอมเพราะใจปิดและใจลีบของพวกเขาจริงๆ 


• พี่น้องที่รัก... ขอให้เราเหยืยดมือเปิดใจไปหาเพื่อนพี่น้องเขาที่ด้อยโอกาสเป็นพิเศษนะ ครับ... โดยเฉพาะในเขตวัดของเรา(ศาลาธรรม) ไปเพื่อทุกคนได้รับความรักจากพระเจ้าครับ.. ขอพระเจ้าอวยพรครับ

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก