"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“เมื่อนั้นประชาชนทั้งหลายจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ”

69. การเสด็จมาของบุตรแห่งมนุษย์ (มก 13:24-27)
       
13 24“ในวันเหล่านั้นเมื่อทุกขเวทนาผ่านไปแล้ว ดวงอาทิตย์จะมืดไป ดวงจันทร์จะไม่ทอแสง 25ดวงดาวจะตกจากท้องฟ้า และอานุภาพบนท้องฟ้าจะสั่นสะเทือน 26เมื่อนั้นประชาชนทั้งหลายจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ 27เมื่อนั้น พระองค์จะทรงใช้ทูตสวรรค์ไปรวบรวมผู้ที่ทรงเลือกสรรจากทั้งสี่ทิศ จากปลายแผ่นดินจนสุดขอบฟ้า


อธิบายความหมาย
           การประกาศว่าบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาอย่างรุ่งโรจน์เพื่อช่วยมนุษย์ทุกคนให้รอดพ้น เป็นประเด็นสำคัญที่สุดของคำปราศรัยเรื่องอันตวิทยาของพระเยซูเจ้า ซึ่งเริ่มต้นในบทที่ 13 ข้อ 5 และเป็นคำตอบที่พระเยซูเจ้าประทานแก่ศิษย์สี่คนที่เคยถามว่า “จะมีเครื่องหมายใดบอกว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้น” (เทียบ 13:4) แม้คริสตชนจะต้องผ่านการทดลองมากมายอันน่าสะพรึงกลัว รวมทั้งความทุกข์เวทนาอย่างใหญ่หลวง (เทียบ 13:14-20) แต่เหตุการณ์เหล่านี้มุ่งไปสู่การเสด็จมาอย่างรุ่งโรจน์ของพระคริสตเจ้า ผู้ทรงไถ่กู้มนุษยชาติและนำความชื่นชมยินดีแก่ทุกคน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า “เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด” (เทียบ 13:4) เราจะพบคำตอบในบทสรุปของคำปราศรัย (เทียบ 13:28-37)

- ในวันเหล่านั้นเมื่อทุกขเวทนาผ่านไปแล้ว บางคนคิดว่าจนถึงตรงนี้ พระเยซูเจ้าตรัสถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในเขตแดนจำกัดของแคว้นยูเดีย เช่น การที่กรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย แต่ในการปราศรัยต่อไป พระองค์ตรัสถึงเหตุการณ์ในวาระสุดท้ายของโลก เมื่อพระอาณาจักรของพระเจ้าจะสำเร็จอย่างสมบูรณ์ คือเมื่อทุกสิ่งทั้งที่มองเห็นได้และมองไม่เห็น จะรวมเป็นหนึ่งเดียวรอบ ๆ บุตรแห่งมนุษย์

- ดวงอาทิตย์จะมืดไป ดวงจันทร์จะไม่ทอแสง ดวงดาวจะตกจากท้องฟ้า และอานุภาพบนท้องฟ้าจะ สั่นสะเทือน ประโยคดังกล่าวนี้ล้วนคัดมาจากหนังสือของบรรดาประกาศก เช่น “ดวงดาวในท้องฟ้าและดาวไถจะไม่ส่องแสงอีก ดวงอาทิตย์ก็จะมืดเมื่อขึ้น ดวงจันทร์จะไม่ทอแสง” (อสย 13:10) “ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวจะสลายไป ท้องฟ้าจะม้วนเหมือนม้วนหนังสือ ดวงดาวจะร่วงหล่น เหมือนใบไม้ร่วมจากเถาองุ่น เหมือนใบไม้หล่นจากต้นมะเดื่อเทศ” (อสย 34:4; เทียบ ยรม 4:23-24; อสค 32:7-8) “แผ่นดินสั่นไหว ท้องฟ้าสั่นสะเทือน ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มืดไป ดวงดาวก็อับแสง” (ยอล 2:10; เทียบ 3:4; 4:15; อมส 8:9; วว 6:12-14; 8:12)

- เมื่อนั้นประชาชนทั้งหลายจะเห็นบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาในก้อนเมฆ ข้อความนี้มาจากหนังสือดาเนียล 7:13-14 ซึ่งชวนให้คิดถึงการกระทำของพระเจ้า ผู้เสด็จมาช่วยประชากรของพระองค์ให้พ้นจากอำนาจการเมืองที่ใช้ความรุนแรง พระเยซูเจ้าจะทรงใช้ข้อความนี้เพื่อตอบคำถามของมหาสมณะ ซึ่งจะเป็นเหตุผลที่พระองค์ทรงถูกลงโทษประหารชีวิต (เทียบ 14:62)

- บุตรแห่งมนุษย์ เราพบวลีภาษาเซเมติกนี้เพียงในพระวาจาที่พระเยซูเจ้าตรัส (เทียบ 2:10, 28; 8:31,38; 9:9, 12, 31; 10:33, 45; 14:21, 41, 62) วลีนี้ยังชวนเราให้คิดถึงคำบรรยายเรื่องผู้รับใช้ที่รับทรมาน (เทียบ อสย 52:13-53; มธ 17:9, 22; 20:18; 26:2, 24, 45)

- ในก้อนเมฆ เป็นสถานที่แห่งการเปิดเผยของพระเจ้า พระองค์ทรงส่องแสงเจิดจ้า จนกระทั่งสายตามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ จึงทรงสำแดงพระองค์ในก้อนเมฆซึ่งเป็นเหมือนผ้าม่านกำบังแสง นอกจากนั้น ตามความคิดของพระคัมภีร์ ก้อนเมฆเปรียบได้กับขบวนนำเสด็จพระเจ้า (เทียบ อพย 16:10; 19:9; 24:15; 34:5; ลนต 16:2; กดว 11:25; ฯลฯ) วลีนี้จึงแสดงว่าบุตรแห่งมนุษย์มีลักษณะของพระเจ้า และความคิดนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากถ้อยคำที่ว่า ทรงพระอานุภาพและพระสิริรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ (เทียบ 8:39; 14:62; มธ 26:64)

- เมื่อนั้น พระองค์จะทรงใช้ทูตสวรรค์ ต่างจากข้อความอื่น ๆ ที่กล่าวถึงวาระสุดท้ายของโลก ในที่นี้ ไม่ได้พูดถึงการทำลายซาตานและผู้ต่อต้านพระคริสตเจ้า (เทียบ วว 20:10; 2 ธส 2:8) และไม่พูดถึงการพิพากษาประมวลพร้อม (เทียบ มธ 13:36-43; 25:31-46) แต่กล่าวถึงเพียงภารกิจของทูตสวรรค์

- ไปรวบรวมผู้ที่ทรงเลือกสรร พระเจ้าทรงรวบรวมประชากรของพระองค์ที่กระจัดกระจาย (เทียบ ฉธบ 30:4; อสย 11:11, 16; 27:12-13; 43:5; อสค 39:25-29; ศคย2:10) ไม่กล่าวถึงการพิพากษาหรือการตัดสินลงโทษ ผู้เลือกสรรหมายถึงผู้ที่มั่นคงในความเชื่อจนถึงที่สุด และพระเจ้าทรงให้วันของความทุกข์ทรมานสั้นลง เพราะความรักที่ทรงมีต่อเขา (เทียบ 13:20) เมื่อพระเยซูเจ้าทรงใช้ข้อความนี้ที่คัดมาจากพันธสัญญาเดิมก็ทรงเปลี่ยนความหมายด้วย เพราะพระเจ้าไม่ทรงรวบรวมเพียงประชากรอิสราเอลเท่านั้น แต่ทรงรวบรวมมนุษย์ทุกคนที่ได้รับเลือกสรร คือผู้มีความเชื่อเดียวกันในพระคริสตเจ้า น่าสังเกตว่า ตามความคิดของนักบุญยอห์น (เทียบ ยน 11:52) และนักบุญเปาโล (เทียบ รม 15:16) การรวบรวมให้เป็นหนึ่งเดียวนี้เกิดขึ้นแล้วบ้าง เมื่อบรรดาอัครสาวกออกไปเทศน์สอนและชนทุกชาติได้รับการประกาศข่าวดี

- จากทั้งสี่ทิศ จากปลายแผ่นดินจนสุดขอบฟ้า น่าสังเกตว่า วลี “จากทั้งสี่ทิศ” ไม่เพียงพอเพื่อบรรยายการรวบรวมผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร แต่ยังเพิ่มเติมว่า “จากปลายแผ่นดินจนสุดขอบฟ้า” เพื่อสอนเราให้มั่นใจว่า พระเจ้าจะไม่ทรงลืมมนุษย์ผู้ใดเลย

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก