"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ตั้งแต่นี้ต่อไป อย่าให้ใครได้กินผลของเจ้าอีกเลย”

57. ต้นมะเดื่อเทศไร้ผล (มก 11:12-14)
        1112วันรุ่งขึ้น ขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จออกจากหมู่บ้านเบธานีพร้อมกับบรรดาศิษย์ พระองค์ทรงรู้สึกหิว 13เมื่อทอดพระเนตรแต่ไกล ทรงเห็นมะเดื่อเทศต้นหนึ่งมีใบ จึงเสด็จเข้าไปทอดพระเนตรว่ามีผลหรือไม่ ทรงพบแต่ใบ เพราะมิใช่ฤดูมะเดื่อเทศ 14พระองค์จึงตรัสแก่มะเดื่อเทศต้นนั้นว่า “ตั้งแต่นี้ต่อไป อย่าให้ใครได้กินผลของเจ้าอีกเลย” บรรดาศิษย์ได้ยินพระวาจานี้


a) อธิบายความหมาย
         พระวรสารสหทรรศน์เล่าอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อเทศไร้ผลไม่ตรงกัน นักบุญมาระโกเล่าเหตุการณ์นี้สองขั้นตอน (ข้อ 12-14 และ ข้อ 20-25) เป็นเหมือนกรอบสำหรับเรื่องพระเยซูเจ้าทรงขับไล่พ่อค้าออกจากพระวิหาร (ข้อ 13-19) ตามวิธีเขียนแบบโพงพางซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเขา ส่วนนักบุญมัทธิวเล่าอุปมาเรื่องนี้รวมเป็นขั้นตอนเดียวหลังจากที่พระเยซูเจ้าทรงขับไล่พ่อค้าออกจากพระวิหาร (เทียบ มธ 21:18-19) เราไม่พบเรื่องนี้ในพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกา แต่เขาเล่าอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อเทศไร้ผลในบริบทที่พระองค์ทรงตักเตือนมนุษย์ให้กลับใจขณะที่พระเจ้าทรงแสดงความเพียรทน

        เหตุการณ์ที่เล่านี้แปลกมากเพราะพระองค์ทรงสาปแช่งต้นมะเดื่อเทศไร้ผล ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ฤดูออกผล โดยแท้จริงแล้ว พระเยซูเจ้าทรงประพฤติเหมือนบรรดาประกาศกในพันธสัญญาเดิม ผู้เคยทำกิจการแปลก ๆ เป็นสัญลักษณ์เพื่อกล่าวหาประชากรอิสราเอลที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า เช่น วันหนึ่ง ประกาศกเยเรมีย์ไปซื้อไหดินเผาใบหนึ่งและทุบไหใบนั้นให้แตกต่อหน้าทุกคนที่อยู่กับเขา แล้วพูดว่า “พระยาห์เวห์จอมจักรวาลตรัสดังนี้ เราจะทำให้ประชากรและชาวเมืองนี้แตก” (ยรม 19:11) ประกาศกเอเสเคียลจัดเตรียมข้าวของเพื่อออกเดินทาง เจาะช่องในกำแพงบ้านของตน แล้วกลางคืนออกจากช่องนั้นไม่ใช่ทางประตูบ้าน แล้วอธิบายแก่ชาวกรุงเยรูซาเล็มว่า เขาทั้งหลายจะต้องออกเดินทางถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยในแดนเนรเทศ (เทียบ อสค 12:1-11)

         ในทำนองเดียวกัน บรรดาประกาศกเคยใช้ภาพต้นมะเดื่อเทศและสวนองุ่น เพื่อประณามพฤติกรรมของประชากรอิสราเอลที่ได้ละทิ้งพระเจ้าและไม่ปฏิบัติธรรมบัญญัติ โดยใช้ถ้อยคำกล่าวหาและคำคร่ำครวญน่าสะกิดใจ เพราะอิสราเอลไม่เป็นประชากรที่เกิดผลสำหรับพระเจ้าของตนอีกแล้ว “ไม่มีผลองุ่นเหลืออยู่บนเถาองุ่น ไม่มีผลมะเดื่อเทศเหลืออยู่บนต้นเลย” (ยรม 8:13) ประกาศกมีคาห์บันทึกพระวาจาของพระเจ้า ผู้ทรงคร่ำครวญเพราะไม่ทรงพบผลใด ๆ เลยว่า “ไม่มีพวงองุ่นเหลือให้กินได้สักพวงเดียว ไม่มีผลมะเดื่อเทศสุกรุ่นแรกที่ข้าพเจ้าชอบเหลืออยู่เลย คนดีมีธรรมสูญหายไปจากแผ่นดิน ไม่มีผู้ชอบธรรมเหลืออยู่ในหมู่มนุษย์เลยแม้เพียงคนเดียว” (มคา 7:1-2) ประกาศกโฮเชยาบันทึกพระวาจาตักเตือนประชากรว่า พระเจ้าทรงระลึกถึงสมัยแรกเริ่มของประชากรอิสราเอล ตรัสว่า “เราพบอิสราเอลเหมือนพบพวงองุ่นในถิ่นทุรกันดาร เราเห็นบรรพบุรุษของท่านเหมือนเห็นผลแรกของมะเดื่อเทศบนต้น” (ฮชย 9:10) แต่บัดนี้ “รากของเขาเหี่ยวแห้งไป เขาทั้งหลายจะไม่ผลิตผลอีก” (ฮชย 9:16) พระเยซูเจ้าก็เช่นกัน เป็นเวลานานแล้วที่พระองค์ทรงประกาศข่าวดีของพระเจ้าว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว จงกลับใจ และเชื่อข่าวดีเถิด” (มก 1:15) แต่การประกาศของพระองค์ไม่เกิดผล หัวหน้าชาวยิววางแผนประหารชีวิตพระองค์ พระองค์ทรงทราบ และในวันนั้น ขณะที่กำลังทรงพระดำเนินกลับกรุงเยรูซาเล็ม ทรงคิดเรื่องนี้ด้วยความเศร้าพระทัย

- วันรุ่งขึ้น เป็นวันที่สอง คือวันจันทร์ในสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นวันต่อจากวันที่พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่า

- ขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จออกจากหมู่บ้านเบธานีพร้อมกับบรรดาศิษย์ พระองค์ทรงรู้สึกหิว พระเยซูเจ้าทรงพักแรมในบ้านของลาซารัสและทรงออกเดินทางในตอนเช้า บางทีพระองค์อาจยังไม่ได้เสวยพระกระยาหารเลย จึงทรงรู้สึกหิว

- เมื่อทอดพระเนตรแต่ไกล ทรงเห็นมะเดื่อเทศต้นหนึ่งมีใบ จึงเสด็จเข้าไปทอดพระเนตรว่ามีผลหรือไม่ นักบุญมาระโกไม่ได้บอกอย่างเจาะจงว่า เวลานั้นเป็นฤดูใด แต่ในบทที่ 14 เขาบอกว่าวันปัสกาอยู่ใกล้แล้ว ดังนั้น เราจึงรู้ว่าอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ เป็นเวลาที่ต้นมะเดื่อเทศในปาเลสไตน์เริ่มแตกใบอ่อน แล้วผลมะเดื่อเทศจะเริ่มปรากฏในเดือนพฤษภาคมและจะสุกในฤดูร้อน คือเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าฤดูมะเดื่อเทศยังมาไม่ถึง แต่ก็เป็นไปได้ที่มะเดื่อเทศอาจออกผลนอกฤดูกาล หรือยังมีผลแห้งติดค้างอยู่ที่กิ่งตั้งแต่ฤดูหนาว

- ทรงพบแต่ใบ เพราะมิใช่ฤดูมะเดื่อเทศ พระองค์ทรงพบแต่ใบไม่มีผลใดเลย ต้นมะเดื่อเทศนั้นอาจเป็นหมันเช่นเดียวการกระทำของอิสราเอลต่อพระองค์ จึงทรงตัดสินลงโทษต้นไม้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประชากรอิสราเอล

- พระองค์จึงตรัสแก่มะเดื่อเทศต้นนั้นว่า “ตั้งแต่นี้ต่อไป อย่าให้ใครได้กินผลของเจ้าอีกเลย” พระวาจานี้ฟังดูแล้วเหมือนเป็นคำสาปแช่งต้นไม้ แต่โดยแท้จริง เป็นการตัดสินพฤติกรรมของอิสราเอลว่าใช้ไม่ได้เลย แต่ไม่เป็นการตัดสินลงโทษตลอดไป เป็นพียงการพูดแบบประกาศก ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะเขย่าเขาทั้งหลายให้รู้ตัวเพื่อกลับใจ

- บรรดาศิษย์ได้ยินพระวาจานี้ น่าสังเกตว่า ผู้ที่ฟังพระวาจานี้ ไม่ใช่ผู้ปฏิเสธไม่ยอมรับพระเยซูเจ้า แต่เป็นบรรดาศิษย์ พระองค์ทรงกระทำกิจการแปลกประหลาดสำหรับเขา และในตอนต่อไปจะทรงอธิบายเหตุผลของการกระทำนี้ (เทียบ 11:20-25) ดังนั้น พระเยซูเจ้าไม่ทรงแสดงเพียงพระอานุภาพของพระองค์ท่านั้น แต่ยังทรงช่วยบรรดาศิษย์ให้เข้าใจว่า ชะตากรรมของอิสราเอลถูกกำหนดไว้แล้ว เพราะเขาปฏิบัติศาสนกิจเพียงภายนอกเหมือนใบไม้ โดยไม่มีผลของกิจการดี

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก