"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม 2017
สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดา
ลก 10:25-37….
       25ขณะนั้น นักกฎหมายคนหนึ่งยืนขึ้นทูลถามเพื่อจะจับผิดพระองค์ว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าจะต้องทำสิ่งใดเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร” 26พระองค์ตรัสถามเขาว่า “ในธรรมบัญญัติมีเขียนไว้อย่างไร ท่านอ่านว่าอย่างไร” 27เขาทูลตอบว่า “ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดกำลัง และสุดสติปัญญาของท่าน ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง” 28พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ท่านตอบถูกแล้ว จงทำเช่นนี้ แล้วจะได้ชีวิต”


      29ชายคนนั้นต้องการแสดงว่าตนถูกต้องจึงทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “แล้วใครเล่าเป็นเพื่อนมนุษย์ของข้าพเจ้า” 30พระเยซูเจ้าจึงตรัสต่อไปว่า “ชายคนหนึ่งกำลังเดินทางจากกรุงเยรูซาเล็มไปยังเมืองเยรีโค เขาถูกโจรปล้น พวกโจรปล้นทุกสิ่ง ทุบตีเขา แล้วก็จากไป ทิ้งเขาไว้อาการสาหัสเกือบสิ้นชีวิต 31สมณะผู้หนึ่งเดินผ่านมาทางนั้นโดยบังเอิญ เห็นเขาและเดินผ่านเลยไปอีกฟากหนึ่ง 32ชาวเลวีคนหนึ่งผ่านมาทางนั้น เห็นเขาและเดินผ่านเลยไปอีกฟากหนึ่งเช่นเดียวกัน 33แต่ชาวสะมาเรียผู้หนึ่งเดินทางผ่านมาใกล้ๆ เห็นเขาก็รู้สึกสงสาร 34จึงเดินเข้าไปหา เทน้ำมันและเหล้าองุ่นลงบนบาดแผลแล้วพันผ้าให้ นำเขาขึ้นหลังสัตว์ของตนพาไปถึงโรงแรมแห่งหนึ่งและช่วยดูแลเขา 35วันรุ่งขึ้นชาวสะมาเรียผู้นั้นนำเงินสองเหรียญออกมามอบให้เจ้าของโรงแรมไว้ กล่าวว่า ‘ช่วยดูแลเขาด้วย เงินที่ท่านจะจ่ายเกินไปนั้น ฉันจะคืนให้เมื่อกลับมา’ 36ท่านคิดว่าในสามคนนี้ใครเป็นเพื่อนมนุษย์ของคนที่ถูกโจรปล้น” 37เขาทูลตอบว่า “คนที่แสดงความเมตตาต่อเขา” พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า “ท่านจงไปและทำเช่นเดียวกันเถิด”

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• บัญญัติเอก รักพระเจ้าสุดดวงใจ รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับชาวยิว เพราะเขาเคารพยำเกรงพระเจ้าที่สุดแล้ว ไม่มีใครเกินพวกเขาละ ในความเคารพยำเกรงพระเจ้า... โดยเฉพาะพวกธรรมาจารย์ ฟาริสี นักกฎหมายชาวยิว พวกเขารู้ดีที่สุดแล้วเรื่องเหล่านี้ ไม่มีข้อสงสัย และไม่ควรมีข้อสงสัยแต่อย่างใดเลย
o ชาวยิวรักพระเจ้าสุดๆ รักมากจนออกจะเวอร์ด้วยซ้ำไป เครื่องบูชาเยอะแยะมากมาย และการแสดงออกทางศาสนาก็สุด... ถ้าไปที่กำแพงร้องไห้ ณ ปัจจุบันเราจะเห็น การพิธีสวดภาวนาส่วนตัว ส่วนรวม
o เครื่องแต่งกายสำหรับสวดภาวนาที่เรียกว่าเครื่องประดับประดานั้น ต้องใช้ภาษาวัยรุ่นอธิบายว่า “เยอะ” ครับ เวลาพ่อไปยืนดูพ่อก็ว่า “เยอะ” ถ้าสามารถพูดได้ก็จะบอกว่า “อย่าเยอะๆๆๆ” เพราะเยอะจริงๆกับเรื่องพระเจ้า เรื่องกฎเกณฑ์เกี่ยวกับพระเจ้า เพราะเขาต้องการประกาศว่าเขารักพระเจ้า

• ธรรมเนียมเหล่านี้เพิ่มขึ้น ไม่มีลดครับ มีแต่เพิ่ม ยิ่งนานวันยิ่งเพิ่ม สมัยพระเยซูเจ้าก็เยอะอยู่แล้ว และปัจจุบัน การอธิบาย ตีความและการพยายามความหยุมหยิม ยิ่งเยอะไปกันใหญ่ เพราะเขาคิดว่าเรื่องของพระเจ้านั้น ต้อง “เยอะ” เข้าไว้ แล้วพระเจ้าจะพอพระทัย พระองค์จะเมตตา เพาะพวกเขาประกาศ “รักพระเจ้าสุดดวงใจ” นี่เอง ถ้าพ่อเป็นพระเจ้า พ่อคงจะรู้สึกแบบประสบการณ์มนุษย์ที่เยอะเกิน เรียกว่า “รักจนน่ารำคราญ” ยุ่งไปทุกเรื่อง วุ่นไปทุกอย่าง คิดแทนทุกอย่าง และเรียกว่ารัก จนขาดอิสรภาพไปกันหมด... พ่อคงจะบอกกับคนรักที่กำลังวุ่นไปทุกเรื่องว่า “อย่าเยอะๆๆ” ครับ

• วันนี้ นักกฎหมายมาถามพระเยซูเรื่องชีวิตนิรันดร... ขำครับ เขาเป็นนักกฎหมาย คือ กฎหมายของโมเสส และพวกก็รู้ว่า ชีวิตนิรันดรสำรหับพวกเขาจะได้มาจากการถือกฎหมาย แต่เขามาถามพระเยซู...ตรงนี้พระวรสารต้องการให้เราเห็นและรู้ว่า พระเยซูเจ้าคือบัญญัติที่ยิ่งใหญ่กว่า พระองค์ยิ่งใหญ่กว่าโมเสสต้นตำรับกฎหมายของชีวินของพวกเขาเลยครับ
o “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าจะต้องทำสิ่งใดเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร”
o พระองค์ตอบ “ในธรรมบัญญัติมีเขียนไว้อย่างไร ท่านอ่านว่าอย่างไร”
o เขาทูลตอบว่า “ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดกำลัง และสุดสติปัญญาของท่าน ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง”

• สรุปว่า ถูกต้อง ยอดเยี่ยม และพระองค์ถูกถามเช่นนี้ และถูกเรียกว่า “พระอาจารย์” เป็นที่เห็นเด่นชัดในเจตนาของลูกาว่า “พระเยซูเจ้ายิ่งใหญ่กว่าโมเสส และพระองค์เท่านั้นที่ทรงเป็นพระอาจารย์แท้จริง”

• พวกเขา นักกฎหมาย ฟาริสี ธรรมาจารย์ เคารพรักโมเสสมาก มุ่งกฎหมายมากมาย รู้กฎหมายดีมาก... ประกาศว่าตนเองสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้ามากๆ อาศัยการถือกฎหมาย “เยอะๆ”
o แต่พวกเขาอ่อนในความสัมพันธ์กับพี่น้อง บ่อยครั้งไม่ได้รักพี่น้องที่ไม่ถือกฎหมาย คนบาป ถ้าไม่ถือกฎหมายก็ไม่คบหาสมาคมด้วย ถือว่าสายเลือดบริสุทธิ์ก็ไม่ต้องคบ ฯลฯ
o ดังนั้น เขาสอบตกในความสัมพันธ์กับพี่น้องจริงๆ ศาสนาทำให้พวกเขารู้สึกถึงพระเจ้า แต่ไม่ได้รู้สึกรู้สากับเพื่อนพี่น้องโดยเฉพาะคนบาปในสายตาของเขา

• เขาจึงถามพระเยซูแบบ “เขลาเบาปัญญา” ว่า “ใครเล่าคือเพื่อนมนุษย์ของข้าพเจ้า” ความจริงคำตอบไม่น่ายาก ก็ “มนุษย์อย่างไรล่ะ” แต่เขาไม่คิดว่าคนที่ไม่มีพระเจ้า คนต่างชาติ ต่างศาสนา โดยเฉพาะชาวสะมาเรียกที่ต้นสายเลือดเดียวกับตน เพียงแต่สะมาเรียตกเป็นของคนต่างชาติ และแต่งงานกับคนต่างชาติที่ไม่ใช่อิสราเอล... ทั้งๆที่เป็นพี่น้องกันมาก่อน แต่กลับไม่เห็นพวกเขาเป็น “เพื่อนมนุษย์” แรงมาก รักพระแต่ไม่ยอมรับเพื่อนมนุษย์ และประกาศว่าตนถูกต้อง...
o “ชายคนนั้นต้องการแสดงว่าตนถูกต้องจึงทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “แล้วใครเล่าเป็นเพื่อนมนุษย์ของข้าพเจ้า””
o ถามโง่ๆ แบบนี้ พระเยซูเจ้าจึงเล่าเรื่องชาวสะมาเรีย ให้เขาคิด ชาวสะมาเรียกใจดีกว่า สมณะ ใจดีกว่าเลวีชนชั้นสูงทางศาสนาของเขา ชาวสะมาเรียต่างหากที่เป็นเพื่อนมนุษย์ของคนที่โชคร้ายโดนปล้นและทำร้าย
o แต่นักกฎหมายก็ตอบ แบบไม่เอ่ยชื่อ “ชาวสะมาเรียด้วย” “ท่านคิดว่าในสามคนนี้ใครเป็นเพื่อนมนุษย์ของคนที่ถูกโจรปล้น” เขาทูลตอบว่า “คนที่แสดงความเมตตาต่อเขา” พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า “ท่านจงไปและทำเช่นเดียวกันเถิด””

• ชายคนนี้ไม่ตอบว่า “ชาวสะมาเรีย” เพราะชาวยิวเกลียดชัง เป็นอริ และรู้สึกว่า ชาวสะมาเรียเป็นมลทิน ไม่แม้แต่จะเอ่ยคำว่า “ชาวสะมาเรียคนนั้น” เขาจึงเลี่ยงแล้วตอบพระเยซูเจ้า คือ “คนที่แสดงความเมตตาต่อเขา” พระวาจาประโยคนี้มีความหมายมากครับ
o ชาวยิวไม่ชอบ ไม่เอ่ยชื่อชาวสะมาเรียก และไม่เคยถือเป็น “พี่น้อง” เลย รักพระเจ้า แต่เกลียดพี่น้อง แม้เขาทำดี ยังไม่ได้รับเกียรติในสายตาชาวยิว นักกฎหมายด้วย อาการหนัก ถือศาสนาเคร่งครัดแบบนี้
o “คนที่แสดงความเมตตาต่อเขา” เป็นคำตอบชัดว่า เพื่อได้พระอาณาจักรสวรรค์ ต้องปฏิบัติกิจการเมตตา พระเยซูเจ้าจึงสั่งนักกฎหมายคนนั้นว่า “จงไปและทำเช่นเดียวกัน”

• พี่น้องที่รัก เป็นคนศาสนา เป็นคริสตชน
o เรื่องกฎ เรื่องพิธีรีตอง การแต่งกาย เสื้อผ้าหน้าผม เครื่องทรงองค์เอวสิ่งประดับพริ้งพราว เรื่องมุ๊งมิ๊งฟรุ๊งฟริ๊งทั้งหลายนั้น... ขอละครับว่า “อย่าเยอะ อย่าเยอะ”
o แต่เรื่องการเมตตา รับใช้ การรักเพื่อนพี่น้อง เอาใจใส่ ใฝ่คุณธรรม รักเมตตา กรุณาปราณี แบ่งปันในรูปแบบต่างๆ ให้เกียรติ ส่งเสริม... เหล่านี้ขอละครับ ขอว่า.. “เยอะๆ เยอะๆ เยอะขึ้นไม่รู้จบได้เลย”

• พี่น้องที่รักครับ ขอให้เราเป็นคนเหมือน “ชาวสะมารียผู้ใจดี” เรื่องเล่าคลาสสิกตลอดกาลของพระเยซู... รัก เมตตา ให้ ให้มากกว่าและจะกลับมาใช้หนี้ทางโรงแรมให้อีกด้วยถ้าจ่ายเกินกว่าที่ให้ไว้ ถ้าสิ่งที่ให้เพื่อความสุขความรอดพ้นของร่างกาย จิตใจ และความรอดพ้นนี้จำเป็น... เราจงกล้าช่วยเหลือและให้แบบชาวสะมาเรียครับ..
o “วันรุ่งขึ้นชาวสะมาเรียผู้นั้นนำเงินสองเหรียญออกมามอบให้เจ้าของโรงแรมไว้ กล่าวว่า ‘ช่วยดูแลเขาด้วย เงินที่ท่านจะจ่ายเกินไปนั้น ฉันจะคืนให้เมื่อกลับมา’”
o ดูสิ แม่มีไม่พอ แต่รู้ว่า กลับมาจะมีพอ แต่ก็ให้ไว้หมด ติดไว้ก่อนถ้าจำเป็นเพื่อคนๆนั้นจะได้รอดปลอดภัย และเขารู้ตัวว่าเมื่อกลับมาจะมีเงินพ่อจะชดเชยให้เพื่อความดี...
o มีคนดีแบบนี้ แบบชาวสะมาเรียจริงๆ อ่านเรื่องเล่าขอพระเยซูเจ้า และลงมือนะครับ...ชาวสะมาเรียก คนธรรมดา คนบาปในสายตาชาวยิว แต่ดีเหลือเกิน

• มาไป อ่านไปรำพึงไป ก็เข้าตัว... พระสงฆ์ เลวีล่ะ หายไปไหน พวกเขาเห็นคนเจ็บคนนั้นที่ถูกปล้น เป็นยิวด้วย เป็นพวกตนด้วย แต่แล้วก็เดินเลยไป หรือเดินข้ามถนนไปอีกฟาก ไม่ช่วย เพราะเป็นสมณะเป็นเวลี เป็นคนชั้นสูงในศาสนากระนั้นหรือ... แย่แล้วง..แย่แน่ ถ้าเป็นเช่นนี้
o เรื่องนี้ สอนพ่อ พระสงฆ์ สามเณร นักบวช พระสังฆราชด้วย สอนได้เยอะเลยครับ
o อย่าเยอะๆ ในส่วนที่ไม่จำเป็น แต่ส่วนที่จำเป็นที่เป็นคุณค่าความเมตตาแก่พี่น้องรอบข้างนั้น เราจงเยอะๆ เยอะกว่ามากๆในการเสียสละ คุณธรรมและการแบ่งปันชีวิตนะครับ

• พี่น้องที่รัก ให้เรามาเป็นชาวสะมาเรียผู้ใจดี เป็นคริสตชน นักบวช พระสงฆ์ พระสังฆราช ผู้ใจดีจริงๆ กันเถิดนะครับ ขอพระเจ้าอวยพรครับ

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก