"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวดีให้มนุษย์ทั้งปวง”  
89. พระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพทรงสำแดงพระองค์ (4) 

- คือจะขับไล่ปีศาจในนามของเรา หนังสือกิจการอัครสาวกเล่าว่า เมื่อฟีลิปไปในแคว้นสะมาเรีย “คนหลายคนที่ถูกปีศาจสิงอยู่ร้องเสียงดังแล้วปีศาจก็ออกไป” (กจ 8:7) และเมื่อนักบุญเปาโลมาถึงเมืองฟีลิปปี เขาสั่งจิตที่เข้าทรงทาสหญิงคนหนึ่งให้ออกไปจากนาง “ทันใดนั้น จิตก็ออกไป” (กจ 16:18)

- จะพูดภาษาใหม่ๆ ได้ หนังสือกิจการอัครสาวกได้เล่าอีกว่า ในวันเปนเตกอสเต “ทุกคนได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม และเริ่มพูดภาษาอื่นๆ ตามที่พระจิตเจ้าประทานให้พูด” (กจ 2:4; เทียบ 2:11) เมื่อนักบุญเปโตรปราศรัยที่บ้านของโครเนลิอัส ชาวยิวผู้มีความเชื่อที่มากับเปโตร “ได้ยินคนต่างศาสนาพูดภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ และสรรเสริญพระเจ้า” (กจ 10:46) และเมื่อนักบุญเปาโลประกอบพิธีศีลล้างบาปแก่บรรดาศิษย์ของยอห์น ผู้ทำพิธีล้างที่เมืองเอเฟซัส และปกมือเหนือเขา “พระจิตเจ้าก็เสด็จลงมาประทับอยู่ด้วย เขาจึงพูดภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจและกล่าวคำทำนาย”(กจ 19:6) ทำนองเดียวกัน นักบุญเปาโลเขียนจดหมายถึงชาวโครินธ์อธิบายว่า พระพรพิเศษประการหนึ่งจากพระจิตเจ้าคือให้ “พูดภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ” (1คร 12:6) และ “ผู้พูดภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ” (1คร 12:28) ในบทที่ 14 นักบุญเปาโลยังอธิบายอย่างละเอียดว่า ทั้งพระพรพิเศษของคนที่พูดภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ และพระพรพิเศษของผู้ที่อธิบายข้อความเหล่านั้นที่ไม่มีใครเข้าใจ (เทียบ 1คร 14:2-40)

- จะจับงูได้ นักบุญลูกาบันทึกว่า พระเยซูเจ้าตรัสกับศิษย์ทั้งเจ็ดสิบสองคนที่กลับมาจากการเทศน์สอนด้วยความชื่นชมยินดีว่า “เราให้อำนาจแก่ท่านที่จะเหยียบงูและแมงป่อง มีอำนาจเหนือกำลังทุกอย่างของศัตรู ไม่มีอะไรจะทำร้ายท่านได้” (ลก 10:19) และในหนังสือกิจการอัครสาวกเขายังเล่าว่า เมื่อนักบุญเปาโลมาถึงเกาะมอลตา งูพิษตัวหนึ่งมากัดติดมือเปาโล เขาจึง “สลัดงูลงไปในกองไฟและไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ประการใด” (กจ 28:5)    

- และถ้าดื่มยาพิษก็จะไม่ได้รับอันตราย นี่เป็นเครื่องหมายประการเดียวที่ไม่เคยมีเรื่องเล่ามาก่อนในประวัติศาสตร์ของคริสตชนกลุ่มแรก ๆ แต่มีเรื่องเล่าในสมัยต่อมา ซึ่งข้อเขียนนอกสารบบพระคัมภีร์เป็นพยาน รวมทั้งข้อความของ Papias ที่นักบุญเอวเซบีอุสบันทึกไว้ 

- เขาจะปกมือเหนือคนเจ็บ คนเจ็บเหล่านั้นก็จะหายจากโรคภัย” หนังสือกิจการอัครสาวกยังเล่าอีกเล่าว่า เมื่อนักบุญเปโตรและนักบุญยอห์นที่ถูกหัวหน้าชาวยิวจับกุม ก็ได้รับการปลดปล่อยอย่างน่าอัศจรรย์ บรรดาศิษย์อธิษฐานภาวนาว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า...โปรดแสดงพระอานุภาพในการรักษาโรค ให้เครื่องหมายอัศจรรย์และปาฏิหาริย์เกิดขึ้น เดชะพระนามพระเยซูเจ้า ผู้รับใช้ศักดิ์สิทธ์ของพระองค์เถิด” (กจ 4:30) และเมื่อ “ประชาชนจากเมืองต่าง ๆ รอบกรุงเยรูซาเล็มมาชุมนุมกัน นำผู้ป่วยและผู้ที่ถูกปีศาจชั่วร้ายทรมานมาที่นั่นด้วย ทุกคนได้รับการรักษาให้หาย” (กจ 5:16) และเมื่อฟีลิปไปในแคว้นสะมาเรีย “คนหลายคนที่ถูกปีศาจสิงอยู่ร้องเสียงดังแล้วปีศาจก็ออกไป คนอัมพาตและคนง่อยจำนวนมากหายจากโรค” (กจ 8:7)

- เมื่อพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า เพียงในเวลานี้เท่านั้น ผู้เขียนข้อความดังกล่าวชี้แจงว่า พระเยซูเจ้าเป็นประธานของเรื่องเล่าโดยเรียกพระองค์เองว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า” พระนามนี้แสดงความเชื่อทั้งหมดของบรรดาศิษย์ในพระคริสตเจ้า ผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ ขณะที่กำลังเสด็จสู่สวรรค์เพื่อจะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ที่จะทรงใช้เพื่อจะแสดงอย่างชัดเจนแก่มนุษย์ทุกคนว่า ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสากลโลก (เทียบ กจ 2:36)

- ตรัสดังนี้แล้ว นักบุญมาระโกใช้วลีนี้บ่อยๆ เพื่อแสดงว่าเขากำลังเล่าอีกเหตุการณ์หนึ่ง แต่ไม่จำเป็นต้องตีความหมายว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับว่าพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ในวันเดียวกับที่ทรงกลับคืนพระชนมชีพ ผู้เขียนทราบดีว่าพระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระองค์หลายครั้ง ในช่วงเวลาสี่สิบวัน หลังจากที่ทรงกลับคืนพระชนมชีพ (เทียบ กจ 1:3)

- พระเจ้าทรงรับพระองค์ขึ้นสู่สวรรค์ น่าสังเกตว่า เป็นพระบิดาผู้ทรงบันดาลให้พระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ แต่ยังมีข้อความอื่นที่กล่าวว่า พระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ ในแง่ที่เป็นกิจการของพระองค์เอง (เทียบ กจ 2:34; อฟ 4:8-10)

-  ให้ประทับ ณ เบื้องขวา วลีนี้ชวนคิดถึงคำเริ่มต้นของเพลงสดุดีบทที่ 110 ที่ว่า “พระดำรัสของพระยาห์เวห์แก่องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า ‘จงประทับทางขวาของเรา จนกว่าเราจะทำให้ศัตรูของท่านเป็นดังแท่นวางเท้าของท่าน’” พระเยซูเจ้าเคยอ้างเพลงสดุดีนี้ด้วย (เทียบ 12:35-36; 14:62) นักบุญมาระโกจึงคิดว่าการที่พระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ไม่เป็นเพียงขั้นตอนสุดท้ายในภารกิจของพระเยซูเจ้าบนแผ่นดินนี้ แต่ยังเป็นความสมบูรณ์ของพระธรรมล้ำลึกปัสกา คือพระคริสตเจ้าผู้ทรงมีชัยชนะเหนือความตาย ทรงเริ่มปฏิบัติพระอานุภาพนำความรอดพ้นและสันติสุขแก่มนุษย์ทั้งหลาย อาศัยการเทศน์สอนของบรรดาศิษย์ที่พระองค์จากสวรรค์ทรงนำและทรงบันดาลให้เกิดผล

- บรรดาศิษย์ก็แยกย้ายกันออกไปเทศนาสั่งสอนทั่วทุกแห่งหน พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโกจบลงโดยอ้างว่า บรรดาได้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระเยซูเจ้า บรรดาศิษย์ไปประกาศข่าวดีแห่งความรอดพ้นแก่มนุษย์ทุกคนทั่วโลก โดยไม่แยกชนชาติและวัฒนธรรม

- องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำงานร่วมกับเขา และทรงรับรองคำสั่งสอนโดยอัศจรรย์ที่ติดตามมา อย่างไรก็ตาม นักบุญมาระโกยอมรับว่า บรรดาอัครสาวกและผู้ร่วมงานเผยแผ่ข่าวดีก็ปฏิบัติภารกิจ โดยมีพระหรรษทานของพระเจ้าช่วยเหลือเขา ผู้ที่ทำให้คำพูดของบรรดาศิษย์มีคุณค่าและบังเกิดผลก็เป็น “พระเยซูเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้า” อยู่เสมอ และพระองค์ผู้เดียวเท่านั้นผู้ประทับ ณ เบื้องขวาของพระเจ้า ทรงทำงานพร้อมกับบรรดาศิษย์ ทรงค้ำจุน ประทานพละกำลังแก่เขา ทรงทำให้เขามั่นคง และทรงบันดาลให้เขาทำเครื่องหมายอัศจรรย์ เพื่อแสดงพระอานุภาพของพระองค์

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก