"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันจันทร์ที่ 25กรกฎาคม 2016

ฉลองนักบุญยากอบ อัครสาวก

• “ชีวิตทั้งหมด สิ่งที่ทำมาทั้งหมดเพื่อใคร” ถ้าไม่ใช่เพื่อพระเยซู???
• วันนี้เราฉลองนักบุญอัครสาวก ยากอบ เหมือนกับบรรดาอัครสาวกองค์อื่นๆ เมื่อเราฉลองอัครสาวก เรากำลังคิดถึงกิจการอัครสาวก หรือกิจการของบรรดาศิษย์ใกล้ชิดของพระเยซูเจ้า อัครสาวกทั้ง 12 องค์เป็นพิเศษ และบรรดาอัครสาวกนี้ก็รวมเปาโลด้วยอย่างแน่นอน เพราะท่านคืออัครสาวกแห่งการประกาศข่าวดีอย่างพิเศษเพื่อพระอาณาจักรของพระเจ้า
o ในทุกครั้งที่เราฉลองอัครสาวกเช่นนักบุญยากอบวันนี้ พ่อคิดว่า เราน่าจะทบทวนความหมายของชีวิตและการประกาศข่าวดี
o ดั้งนั้น วันนี้เราน่าจะคิดถึงเหตุผลแห่งกรประกาศข่าวดีของเรา ชีวิตที่ต้องเป็นข่าวดีของเรา สิ่งนี้ท้าทายเราอย่างมากๆ

• พ่อกำลังคิดว่าวันนี้เราไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่า พิจารณาเหตุผลที่เขียนไว้โดยท่านนักบุญเปาโล เหตุผลในการประกาศข่าวดีของท่าน น่าฟังมากๆ
o ให้เราอ่านพระวาจาจากบทจดหมายของนักบุญเปาโลวันนี้อย่างดี และไตร่ตรองเพื่อเข้าถึงความหมายของการประกาศข่าวดีให้มากเป็นพิเศษสักหน่อย จะเป็นการดีอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของเรา ลองอ่านพระคัมภีร์วันนี้ดีๆนะครับ
o พ่อคัดมาให้อ่านมากกว่าในมิสซาฉลองนักบุญยากอบหน่อยนะครับ.... พ่อจะคัดมาให้อ่านอย่างเป็นระบบที่อ่านเข้าใจง่ายๆ นะครับ วันนี้พ่อไม่เขียนอะไรมาก เพียงอยากให้อ่านพระคัมภีร์ และคิดถึงการประกาศข่าวดี และชีวิตเราต้องประกาศข่าวดีนะครับ...

2คร 4:7-15…

• เมื่อเรารับภารกิจนี้จากพระเมตตาของพระเจ้า เราจึงไม่ท้อถอย
o เราละทิ้งการกระทำเร้นลับที่น่าอับอาย
o เรามิได้ใช้เล่ห์กลหลอกลวง
o และมิได้บิดเบือนพระวาจาของพระเจ้า ตรงกันข้าม
o เราประกาศความจริงอย่างเปิดเผยเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า
o เสนอตนให้มนุษย์ทุกคนตัดสินความประพฤติของเรา
o ถ้าข่าวดีที่เราประกาศมีสิ่งใดปิดบัง ก็ปิดบังเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังประสบความพินาศ คือผู้ที่ไม่มีความเชื่อ ซาตานพระของโลกนี้ ทำให้จิตใจของคนเหล่านั้นมืด เพื่อมิให้เขาแลเห็นแสงสว่างคือข่าวดีเรื่องพระสิริรุ่งโรจน์ของพระคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้า

• เพราะเรามิได้ประกาศเรื่องตนเอง แต่ประกาศว่าพระคริสตเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ส่วนเราเป็นเพียงผู้รับใช้ท่านทั้งหลายเพราะความรักต่อพระเยซูเจ้า

• พระเจ้าผู้ตรัสว่า “ให้แสงสว่างส่องออกมาจากความมืด” ก็เป็นผู้ทรงฉายแสงเข้าสู่จิตใจของเรา เพื่อส่องสว่างให้เรามีความรู้ถึงพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า พระสิริรุ่งโรจน์นี้ปรากฏอยู่บนพระพักตร์ของพระคริสตเจ้า เรามีสมบัตินี้เก็บไว้ในภาชนะดินเผา เพื่อแสดงว่าอานุภาพล้ำเลิศนั้นมาจากพระเจ้า มิใช่มาจากตัวเรา
o เราทนทุกข์ทรมานรอบด้าน แต่ไม่อับจน
o เราจนปัญญา แต่ก็ไม่หมดหวัง
o เราถูกเบียดเบียน แต่ไม่ถูกทอดทิ้ง
o เราถูกตีล้มลง แต่ไม่ถึงตาย
o เราแบกความตายของพระเยซูเจ้าไว้ในร่างกายของเราอยู่เสมอ เพื่อว่าชีวิตของพระเยซูเจ้าจะปรากฏอยู่ในร่างกายของเราด้วย
o ขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่เราเสี่ยงกับความตายอยู่เสมอเพราะความรักต่อพระเยซูเจ้า เพื่อให้ชีวิตของพระเยซูเจ้าปรากฏชัดในธรรมชาติที่ตายได้ของเรา
o ดังนั้น ความตายกำลังทำงานอยู่ในเรา แต่ชีวิตกำลังทำงานอยู่ในท่าน

• มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า ข้าพเจ้าได้เชื่อ จึงได้พูด เรามีจิตแห่งความเชื่อเดียวกันนี้ เราเชื่อ เราจึงพูด เพราะรู้ว่าพระองค์ทรงบันดาลให้พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ ทรงบันดาลให้เรากลับคืนชีพพร้อมกับพระเยซูเจ้าด้วย จะทรงนำเราและท่านทั้งหลายไปอยู่กับพระองค์ เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นสำหรับท่านเพื่อว่าเมื่อพระหรรษทานแผ่ไปถึงคนมากขึ้น การขอบพระคุณจะทวียิ่งขึ้น เป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

• เราไม่ท้อถอย แม้ว่าร่างกายภายนอกของเรากำลังเสื่อมสลายไป จิตใจของเราที่อยู่ภายในก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นในแต่ละวัน ความทุกข์ยากลำบากเล็กน้อยของเราในปัจจุบันนี้กำลังเตรียมเราให้ได้รับสิริรุ่งโรจน์นิรันดรอันยิ่งใหญ่หาที่เปรียบมิได้ เราจึงไม่มุ่งมั่นในสิ่งที่แลเห็นได้ แต่มุ่งมั่นในสิ่งที่แลเห็นไม่ได้ สิ่งที่แลเห็นได้เป็นสิ่งที่คงอยู่ชั่วคราว แต่สิ่งที่แลเห็นไม่ได้คงอยู่นิรันดร

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• วันนี้คงไม่ต้องอรรถาธิบายอะไร นอกจากกล่าวถึงท่านนักบุญยากอบอัครสาวก

• ชื่อของท่าน คือ ยากอบ Jacob หรือ James ชื่อของท่านภาษากรีกในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ ชื่อของท่านบันทึกเป็นภาษากรีก เขียน Ἰάκωβος, มาจากภาษาฮีบรูและอารามายอิก เขียน “יַעֲקֹב” Yaʿqob

• นักบุญยากอบเป็นบุตรของเศเบดีและนางสะโลเม
o ท่านเป็นหนึ่งในศิษย์ชุดแรกสี่คน ที่พระเยซูทรงเรียก “เมื่อทรงดำเนินไปจากที่นั่น พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพี่น้องอีกสองคนคือ ยากอบบุตรของเศเบดีและยอห์นน้องชายกำลังซ่อมแหอยู่ในเรือกับเศเบดีผู้บิดา พระองค์ทรงเรียกเขา ทันใดนั้น เขาก็ทิ้งเรือและบิดา แล้วตามพระองค์ไป" (มธ 4:21-22)
o นักบุญยากอบอัครสาวก สิ้นชีวิตใน ปี ค.ศ. 44 เป็นอัครสาวกคนแรกที่ธรรมประเพณีบอกกับเราว่าท่านเป็นมรณะสักขีที่สละชีวิตเพื่อพระคริสตเจ้า
o นักบุญยากอบอัครสาวกองค์นี้ได้สมญานามว่า ยากอบ "องค์ใหญ่" เพราะท่านเป็นอัครสาวกที่อยู่ในลำดับรายชื่อก่อนอัครสาวกที่มีนามว่ายากอบอีกองค์ ที่เรียกกันว่า ยากอบน้อย ซึ่งเป็นบุตรของมารีย์ในหมู่อัครสาวกด้วยกัน

• นักบุญยากอบอัครสาวกที่เราฉลองวันนี้ ท่านก็เป็นคนที่มีความสำคัญมากอยู่ในกลุ่มสามคนแรกที่ใกล้ชิดกับพระเยซูเจ้า และลำดับรายชื่อมักจะเรียกว่า “เปโตร ยากอบ และยอห์น” เรียกว่า ท่านเป็นหนึ่งในสามที่เป็นประจักษ์พยานในเหตุการณ์สำคัญในพระวรสารพร้อมกับพระเยซูเจ้าเสมอ ชื่อท่านจะปรากฏในพระวรสารหลายแห่ง ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์ เช่น
o เมื่อพระเยซูเจ้าได้ทำให้บุตรสาวของไยรัสกลับเป็นขึ้นมา พระองค์ทรงอนุญาต เปโตร, ยอห์น และยากอบ เท่านั้น ที่อยู่ในเหตุการณ์มหัศจรรย์นั้น (ลก 8 :49-50)
o หรือขณะที่พระองค์ทรงรักษาคนถูกปิศาจสิง ท่านก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย (มธ 17:14-21, ลก 9: 37-43)
o บนภูเขาทาบอร์ในการสำแดงพระวรกายอย่างรุ่งโรจน์ (มก 9:2-8)

• สรุปว่า สำหรับพ่อวันนี้ การฉลองนักบุญยากอบ ก็เหมือนเช่นกันฉลองอัครสาวกทั้งหลาย พ่อได้ข้อคิดจากพระวาจาของพระเจ้าประจำวันฉลองนี้อย่างพิเศษ พ่ออยากให้พระวาจาของพระเจ้าได้เป็นพลังแห่งชีวิตของเราจริงๆ เราต้องสามารถมีพลังของอัครสาวก คือ มีพลังของผู้ที่ได้รับพระคริสตเจ้าเต็มเปี่ยม

• ดังนั้น พ่อเองและพี่น้องทุกท่าน เราควรเหลือเกินที่จะเป็นคน “เข้มแข็ง” ดังเช่นอัครสาวกให้มากที่สุด ขอให้พระวาจาที่พ่อจะคัดมาซ้ำที่นี่เตือนเราทุกคนอย่างพิเศษนะครับ ขอให้เรามั่นใจในพลังแห่งการเป็นคริสตชนดังเช่นอัครสาวกจริงๆ...

• พี่น้องที่รัก พ่อขอให้คำสอนของพระวาจาวันนี้ของอัครสาวกที่เตือนย้ำสอนเรา ช่วยเราอย่างเต็มที่ให้ได้กลับกลายเป็นประสบการณ์ของเรา.. “เรา” คือ “เราทุกคน” ดังเช่นอัครสาวกที่ย้ำว่า...
o เราทนทุกข์ทรมานรอบด้าน แต่ไม่อับจน
o เราจนปัญญา แต่ก็ไม่หมดหวัง
o เราถูกเบียดเบียน แต่ไม่ถูกทอดทิ้ง
o เราถูกตีล้มลง แต่ไม่ถึงตาย
o เราแบกความตายของพระเยซูเจ้าไว้ในร่างกายของเราอยู่เสมอ เพื่อว่าชีวิตของพระเยซูเจ้าจะปรากฏอยู่ในร่างกายของเราด้วย

• เราคริสตชนทุกคนต้องมีพลังของพระเจ้าเปี่ยมล้นในชีวิต เราต้องมีพลังของอัครสาวกของพระคริสตเจ้า พลังที่เราแบกความตายของพระองค์ในชีวิตเราเสมอ อันที่จริง คือ “พลังแห่งความรัก” ของพระคริสตเจ้าในชีวิตเราเสมอไป.... ขอพระเจ้าอวยพรครับ

 

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก