"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2015
สัปดาห์ที่เก้า เทศกาลธรรมดา
มก 12:28-34…
28ธรรมาจารย์คนหนึ่งเข้ามาเฝ้าพระเยซูเจ้า ได้ฟังการโต้เถียงเรื่องนี้ และเห็นว่าพระองค์ทรงตอบได้ดี จึงทูลถามพระองค์ว่า “บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ” 29พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “บทบัญญัติเอกก็คือ อิสราเอลเอ๋ย จงฟังเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเราทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว

30ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาและสุดกำลังของท่าน 31บทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่าบทบัญญัติสองประการนี้” 32ธรรมาจารย์คนนั้นทูลว่า “พระอาจารย์ ท่านตอบได้ดี จริงทีเดียวที่ท่านกล่าวว่า พระเจ้ามีแต่เพียงพระองค์เดียวและนอกจากพระองค์แล้วไม่มีพระเจ้าอื่นเลย 33การจะรักพระองค์สุดจิตใจ สุดความเข้าใจและสุดกำลัง และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเองนี้มีคุณค่ามากกว่าเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องสักการบูชาใดๆ ทั้งสิ้น” 34พระเยซูเจ้าทรงเห็นว่าเขาพูดอย่างเฉลียวฉลาด จึงตรัสว่า “ท่านอยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า” หลังจากนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าทูลถามพระองค์อีกเลย


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• บัญญัติเอก คือ รักพระเจ้าสุดดวงใจ และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง นี่เป็นบัญญัติที่แสนงดงามน่ารักที่สุดที่เรามนุษย์จะสามารถสัมผัสและมี ประสบการณ์ได้.. พ่อเองก็อยากจะให้พระวาจาของพระเจ้าวันนี้ชี้ทางให้เรา...เพราะว่า คำถามของธรรมจารย์ว่า บัญญัติใดยิ่งใหญ่ที่สุด และคำตอบก็คือ “รักพระเจ้าสุดดวงใจ” นั่นคือข้อที่หนึ่ง และ “รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง” นั่นคือข้อสอง... สองประการนี้เราทราบกันดีสำหรับชีวิตของพวกเราคริสตชน...


• พี่น้องที่รัก วันนี้พ่ออยากเขียนถึงบัญญัติเอกที่เรารู้กันดี “บัญญัติแห่งความรัก” เรามาทบทวนกันดีหน่อยครับ จริงพ่อก็นั่งคิดไตร่ตรองอยู่นานว่าพ่อจะเขียนบทเทศน์เรื่องนี้อย่างไร ไม่ง่ายเหมือนกัน แต่คิดไปคิดมา “ความรัก” คือ “ธรรมชาติ” ของเราทุกคนนี่นา ความรักคือชีวิตของเราคือความเป็นจริงๆที่เราเกิดมา เราเกิดมาจากความรัก ความรักคือพลังชีวิต..


• พ่อคิดว่าศาสนาคริสต์ของเราเป็นศาสนาที่เป็นธรรชาติที่สุด... “พระเจ้าเป็นความรัก ผู้ที่อยู่ในความรักก็อยู่ในพระเจ้า” พ่ออ่านจดหมายของนักบุญยอห์นฉบับที่หนึ่ง พ่อยอมรับ ว่า อ่านกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เหมือนกับฟังเพลงรัก ฟังเท่าไรก็ไม่เบื่อถ้ามีความรัก คนมีความรักอะไรๆก็สวยงามไปหมด รู้สึกดีไปหมด งดงามไปเสียทุกอย่าง และก็สดชื่นที่สุด... “พระเจ้าเป็นความรัก” มีศาสนาไหนสอนแบบนี้บ้างไหม???


• พ่อสืบค้นศาสนาในเมโสโปเตเมีย ศาสนาอียิปต์ ศาสนาโบราณที่ว่ามีพระเจ้า... การจะเข้าไปถึงพระเจ้าได้นั้นต้องผ่านความหวาดกลัวตัวสั่น... ต้องทำอะไรๆให้เป็นที่พอใจของพระเจ้า ถ้าพระเจ้าไม่พอใจ ความโกรธของพระเจ้าจะปรากฎให้ต้องพินาศไปตามๆกัน แย่ไปตามๆกัน หรือศาสนาที่เสนอปรัชญาชีวิต วิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ ก็มีหลากหลาย หรือเป็นศาสนาโบราณ ถือเทพ ถือผี ฯลฯ ไม่มีศาสนาไหนเลยที่บอกว่า “พระเจ้าเป็นความรัก” พ่อรู้สึกดีใจ ประทับใจ และมั่นใจเหลือเกิน เพราะพระเจ้าเป็นความรักนี่เองที่ทำให้เรารู้สึกดีและมีความสุข


• เออ พ่อจะเน้นได้ไหมว่า ถ้าเราคริสตชนมีพระเจ้าจริงๆ ศรัทธาในพระเยซูจริงๆ ชีวิตของเราต้องมีความรักมากๆ รักจริงๆ เมตตากรุณาจริงอย่างไม่สิ้นสุดเลย... พ่อพบความจริงเหล่านี้และมั่นใจว่า เราศรัทธาและเชื่อในความรักเถอะครับ รักในความรักเสมอ... 


• พระเยซูเจ้ายืนยัน...ในคำสอนของพระวรสารนักบุญมาระโก จากคำสนทนาของธรรมาจารย์คนนั้น... ได้คำตอบที่เราเห็นและมั่นใจ... บัญญัติคือ “รักพระเจ้าสุดดวงใจและรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง”

• รักพระเจ้าสุดดวงใจ... เราจะทำได้ไหม ง่ายไหม... คงไม่ง่ายนะครับ 

o แต่ข้อแปลกใจที่พ่ออยากระบายนิดหน่อย.. คนเรารักใครสักคน เราจะอยากรู้จัก พ่อเคยเห็นคนที่เขาหลงรักกัน แรกรักพบกัน ก็พยายามรู้จักให้มากที่สุด สืบเสาะแสวงหาความรู้จัก รู้ไปหมดทุกอย่างเกี่ยวกับคนๆนั้น เขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร คนรอบตัวเขาชอบอะไร สุนัขเขาชอบอะไร... ชอบทานอะไร ชอบสีอะไร ติดตามดูรู้ไปหมด สืบเสาะหาโปรไฟล์จนรอบรู้ไปหมด คนเรานะถ้ารักละก็อยากรู้ แสวงหาที่จะรู้ ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนรู้อย่างละเอียดจริงๆ นะครับ... พี่น้องว่าจริงไหมครับ.. รักแล้วก็อยากรู้จัก อยากตามใจ อยากเข้าใจ เห็นอะไรก็พยายามเข้าใจไปหมด...

o แต่ข้อที่แปลกว่าคือ ถ้าถามว่า เราคริสตชนรักพระเจ้าไหม... คำตอบที่พ่อได้เสมอคือ “รักมาก รักมากๆ รักที่สุดเลย” แต่ถ้าถามต่อไปว่า “แล้วรู้จักพระเยซูเจ้าไหมครับ...รู้จักพระเจ้าในดีไหม? เล่าเรื่องพระเจ้าในพระคัมภีรได้ดีๆไหม?” บ่อยครั้ง คำตอบที่พ่อได้รับ คือ “ใบ้เลย ไม่ได้อ่านพระคัมภีร์เลย อ่านก็ไม่รู้เรื่องเลย ไม่อ่านเลย หรือแทบไม่เคยอ่านอีกเลย”... พ่อจึงคิดว่า แปลกนะครับ เราบอกว่า “เรารักพระเจ้า” แต่เราไม่ได้รู้จักพระองค์เลย ไม่ได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพระองค์เอาเสียเลย นี่แหละคือประเด็นที่น่าสนใจจริงๆว่า เรารักพระเจ้าจริงๆไหม

o ถ้าเรารักพระเจ้าจริงๆ เราก็ต้องอยากรู้จักพระองค์ให้มากที่สุดพี่น้องว่าจริงไหมครับ คงแปลกมา ถ้าเราบอกว่าเรารักพระเจ้า แต่เราไม่ได้พยายามที่จะรู้จักพระองค์นะครับ และเท่าที่พ่อทราบแม้จากผลสมัชชาใหญ่ของพระศาสนจักรในประเทศไทย การทำสมัชชาฯเราพบกว่า พวกเราทั้งพระสงฆ์ นักบวช และคริสตชนคาทอลิกไทยเรา เรายังรู้จักและใช้พระคัมภีร์น้อยเกินไปจริงๆ...

o “สุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาและสุดกำลังของท่าน”

• “รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง” 

o เพราะเหตุผลที่เรารักพระเจ้า เราจึงต้องรักมนุษย์เหมือนรักตนเอง เพราะพระเจ้าทรงสร้างเราทุกคนเหมือนพระองค์ ให้เป็นภาพลักษณ์ของพระองค์ 

o เรื่องนี้อาจไม่ง่ายนักแต่เป็นความจริงที่ต้องเป็นก็คือเช่นนั้น เพราะถ้าเรารักพระเจ้าจริงๆ เราต้องไม่ลืมว่า สัจจธรรมข้อสำคัญ เพื่อนพี่น้องของเราทุกคนก็เป็นเหมือนพระเจ้าเช่นกัน ยากจริงๆ แต่เราคงต้องใช้สายตาแห่งความเชื่อมากๆครับ ยากที่เราจะยอมรับเพื่อนพี่น้องของเราให้ได้... ทุกคนจริงๆที่เป็นมนุษย์คือความเหมือนพระเจ้า ทุกคนเป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้าครับ

o ถ้าเราจะยอมรับความจริง บัญญัติของนี้คือความยากลำบากอย่างที่สุด เพราะเรามนุษย์มีความเกลียดชัง ความไม่ชอบ ไม่สบอารมณ์หรือไม่ชอบอย่างไม่มีเหตุผล เรียกว่า บางคนเห็นหน้าก็ไม่ชอบเสียแล้ว แบบที่เรียกว่า ไม่ถูกชะตากันแต่แรกพบ... มนุษย์เราก็แบบนี้แหละครับ การจะรักเพื่อนพี่น้องทุกคนเหมือนรักตนเองก็ไม่ใช่เรื่องงายเลย...

• คำถามสำคัญที่ว่า... เมื่อเขาตอบถูกต้องเช่นนั้น... พระคัมภีร์เล่าว่า “พระเยซูเจ้าทรงเห็นว่าเขาพูดอย่างเฉลียวฉลาด จึงตรัสว่า “ท่านอยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า”” พ่อมีคำถามว่า ทำไมเขาตอบถูกว่า “รักพระเจ้าสุดดวงใจ และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง” แล้วทำไมพระองค์จึงบอกว่า “เขาอยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า” ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น พี่น้องที่รัก พ่อคิดว่า มีเหตุผลที่น่าไตร่ตรองคือ

o การรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ยังไม่ใช่ที่สุดของบัญญัติแห่งความรักครับ พระบัญญัติของพระเจ้าเน้นให้รักมนุษย์เหมือนรักตนเองก็จริง แต่

o สำคัญกว่านั้น คำสอนของพระเยซูที่ยากกว่านั้น และทำให้คนที่สามารถือได้ได้อยู่ในพระอาณาจักรของพระเจ้าจริงๆ คือ บัญญัติแห่งความรักที่ไปถึงที่สุดคือ.. “จงรักศัตรู จงภาวนาให้ผู้ที่เบียดเบียนท่าน” (เทียบ มธ 5) 

o นี่คือความยากที่สุดสำหรับมนุษย์ คือ รักแม้แต่ศัตรู ตรงนี้ยิ่งยากที่สุด แต่ถ้าเราจะพิจารณาดีๆ คนที่มีความรัก ยอมสามารถให้อภัยได้ถ้ามีความรัก... ความรักย่อมให้อภัยเสมอครับ... และรักที่สุดคือรักศัตรูได้เช่นกัน ยากนะครับ แต่รักทำได้ครับ...

• พ่อขอสรุปด้วยนิยามรักแสนไพเราะจากจดหมายท่านนักบุญเปาโลครับ...

o ความรักย่อมอดทน มีใจเอื้อเฟื้อ ไม่อิจฉา ไม่โอ้อวดตนเอง ไม่จองหอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ความรักไม่ฉุนเฉียว ไม่จดจำความผิดที่ได้รับ ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง 
o ความรักให้อภัยทุกอย่าง เชื่อทุกอย่าง หวังทุกอย่าง อดทนทุกอย่าง ความรักไม่มีสิ้นสุด

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก