"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

พระคริสตเจ้าประทับอยู่ตลอดเวลาในชีวิตของพระศาสนจักร

51.      เราจะเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพระคริสตเจ้า พระวจนาตถ์ของพระบิดา กับพระศาสนจักรว่าเป็นเพียงเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้ แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ชีวิตที่ผู้มีความเชื่อแต่ละคนได้รับเรียกให้เข้ามามีความสัมพันธ์ด้วยเป็นการส่วนตัว เรากำลังพูดถึงการประทับอยู่ของพระวจนาตถ์ของพระเจ้าในหมู่พวกเรา "ดูซิ เราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ" (มธ 28:20) ดังที่สมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 เคยตรัสไว้ว่า "ความสำคัญของพระคริสตเจ้าสำหรับทุกสมัยปรากฏให้เห็นในพระกายของพระองค์ คือในพระศาสนจักร เพราะเหตุนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงทรงสัญญาแก่บรรดาศิษย์จะประทานพระจิตเจ้า ซึ่งจะ ‘ทรงให้เขาระลึกถึง' และจะทรงสอนเขาให้เข้าใจกฎบัญญัติของพระองค์ (เทียบ ยน 14:26) และจะทรงเป็นบ่อเกิดถาวรของชีวิตใหม่ในโลก (เทียบ ยน 3:5-8; รม 8:1-13)"[1] ธรรมนูญ Dei Verbum กล่าวถึงธรรมล้ำลึกประการนี้โดยใช้การสนทนาของสามีภรรยาเป็นอุปมา "พระเจ้าผู้ตรัสในกาลก่อน ยังไม่ทรงเลิกสนทนากับเจ้าสาวของพระบุตรสุดที่รักของพระองค์ต่อไป และพระจิตเจ้าซึ่งโปรดให้เสียงทรงชีวิตแห่งพระวรสารดังก้องในพระศาสนจักรและดังก้องไปทั่วโลก ทรงชักนำผู้มีความเชื่อให้รู้ความจริงทั้งปวงอาศัยพระศาสนจักร และทรงทำให้พระวาจาของพระคริสตเจ้าพำนักอยู่ในตัวเขาอย่างอุดม (เทียบ คส 3:16)"[2]

เจ้าสาวของพระคริสตเจ้า (= พระศาสนจักร) ซึ่งเป็นครูสอนศิลปการฟัง ทุกวันนี้ก็ยังกล่าวซ้ำอย่างมั่นใจว่า "โปรดตรัสเถิด พระเจ้าข้า พระศาสนจักรของพระองค์กำลังฟังอยู่"[3] เพราะฉะนั้นธรรมนูญ Dei Verbum จึงจงใจเริ่มต้นด้วยวลีว่า "สภาสังคายนาสากลฟังพระวาจาของพระเจ้าด้วยความศรัทธา และประกาศด้วยความมั่นใจ..."[4] ที่ตรงนี้เราพบคำนิยามชีวิตของพระศาสนจักร "ถ้อยคำที่สภาสังคายนากล่าวถึงลักษณะของพระศาสนจักรว่าเป็นชุมชนที่ฟังและประกาศพระวาจาของพระเจ้า พระศาสนจักรไม่มีชีวิตจากตนเอง แต่มีชีวิตจากพระวรสารและรู้จักแนวทางเดินของตนครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่ตลอดเวลาจากพระวรสาร นี่คือคำแนะนำที่คริสตชนแต่ละคนต้องรับและนำมาใช้กับตน มีแต่ผู้ที่ดื่มด่ำฟังพระวาจาแล้วเท่านั้นที่จะเป็นผู้ประกาศพระวาจานั้นได้"[5] ทุกวันนี้ ที่นี่และในขณะนี้ พระเยซูเจ้ายังตรัสกับเราแต่ละคนในพระวาจาที่ได้รับการประกาศและรับฟัง รวมทั้งในศีลศักดิ์สิทธิ์ด้วยว่า "เราเป็นของท่าน เรามอบตัวเราแก่ท่าน" เพื่อมนุษย์จะรับและตอบได้เช่นเดียวกันว่า "ข้าพเจ้าเป็นของพระองค์"[6] ดังนั้นพระศาสนจักรจึงปรากฏเป็นบริบทที่เราจะมีประสบการณ์ ซึ่งอารัมภบทของพระวรสารนักบุญยอห์นกล่าวไว้ได้ว่า "ผู้ใดที่ยอมรับพระองค์ พระองค์ประทานอำนาจให้ผู้นั้นกลายเป็นบุตรของพระเจ้า" (ยน 1:12)



[1] Litt.enc. Veritatis splendor (6 Augusti 1993), 25: AAS 85(1993), 1153.

[2] Conc.Oecum.Vat.II, Const.dogm.de divina Revelatione Dei Verbum, 8.

[3] Relatio post disceptationem, 11.

[4] ข้อ 1.

[5] Benedictus XVI, Allocutio ad Conventum internationalem "La sacra Scrittura nella vita della Chiesa" (16 Septembris 2005): AAS 97 (2005), 956.

[6] Cfr Relatio post disceptationem, 10.

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก