"พระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตในท่าน" (คส. 3:16)

จากธรรมนูญ "Dei Verbum" ถึงสมัชชาเรื่องพระวาจาของพระเจ้า

3.       ข้าพเจ้ารู้สึกว่าสมัชชาพระสังฆราชครั้งที่ 12 เกี่ยวกับพระวาจาของพระเจ้านี้กล่าวถึงเนื้อหาที่เป็นหัวใจของชีวิตคริสตชนทีเดียว เรื่องนี้เป็นผลต่อเนื่องกับสมัชชาครั้งก่อนหน้านี้เรื่องศีลมหาสนิท ซึ่งเป็นบ่อเกิดและจุดยอดของชีวิตและพันธกิจของพระศาสนจักร พระศาสนจักรตั้งอยู่บนพระวาจา เกิดขึ้นจากพระวาจา และมีชีวิตด้วยพระวาจา[1] ตลอดช่วงเวลาของประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ประชากรของพระเจ้าได้รับพลังจากพระวาจาจนถึงบัดนี้ และในปัจจุบันชุมชนทุกเขตวัดก็ยังเติบโตขึ้นโดยฟัง เฉลิมฉลอง และศึกษาพระวาจาของพระเจ้า ต้องยอมรับว่าในช่วงเวลา 10 - 20 ปีที่เพิ่งผ่านมานี้ ชีวิตของชุมชนตามวัดได้ตระหนักมากยิ่งขึ้นถึงความหมายของการเปิดเผยความจริงของคริสตศาสนาโดยคำนึงถึงธรรมประเพณีและพระคัมภีร์ อาจกล่าวได้ว่า เริ่มตั้งแต่สมณสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 13 ได้มีความตระหนักมากขึ้นถึงความสำคัญของพระวาจาของพระเจ้าและการศึกษาค้นคว้าพระคัมภีร์[2]Dei Verbum เรื่องการเผยความจริงของพระเจ้า เอกสารฉบับนี้นับว่าสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักร "บรรดาพระสังฆราชแห่งสมัชชา........ ยอมรับด้วยความกตัญญูว่าเอกสารฉบับนี้ได้นำผลดีอย่างมากมายแก่ชีวิตพระศาสนจักร ในด้านการตีความพระคัมภีร์ ด้านเทววิทยา ด้านชีวิตจิต รวมทั้งงานอภิบาลและคริสตศาสนสัมพันธ์"[3] ในช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านมานี้ได้มีความตระหนักมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในการเปิดเผย "เรื่องพระตรีเอกภาพและประวัติศาสตร์แห่งความรอดพ้น"[4] ซึ่งในมุมมองนี้เป็นที่ยอมรับว่าพระเยซูคริสตเจ้าคือ "คนกลาง(ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์)และทรงเป็นผู้เผยความจริงที่สมบูรณ์ที่สุด"[5] ตลอดมาทุกชั่วอายุคน พระศาสนจักรประกาศโดยไม่หยุดหย่อนว่าพระคริสตเจ้า "ทรงใช้การประทับอยู่และแสดงพระองค์ให้ปรากฏในทุกแบบ ได้แก่พระวาจาและกิจการ เครื่องหมายและการอัศจรรย์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยการสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนมชีพอย่างรุ่งโรจน์ และในที่สุด โดยการส่งพระจิตเจ้าลงมา ทรงทำให้การเผยความจริงของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์"[6] ในชีวิตของพระศาสนจักร และมาถึงจุดยอดในสภาสังคายนาสากลวาติกันที่ 2 โดยเฉพาะที่ได้ประกาศธรรมนูญ

ทุกคนทราบดีว่าธรรมนูญ Dei Verbum นี้ได้ช่วยผลักดันให้ปลุกความสนใจขึ้นอย่างมากในชีวิตของพระศาสนจักรเกี่ยวกับพระวาจาของพระเจ้า เพื่อพิจารณาเรื่องการเผยความจริงในด้านเทววิทยาและศึกษาค้นคว้าพระคัมภีร์ ในช่วงเวลาสี่สิบปีที่ผ่านมา พระศาสนจักรผู้มีอำนาจสั่งสอนได้ออกเอกสารหลายฉบับเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว[7] ในการประชุมสมัชชาครั้งนี้ พระศาสนจักรซึ่งกำลังเดินทางโดยมีพระจิตเจ้าทรงนำ ก็ตระหนักดีว่าตนได้รับเรียกให้มาศึกษาค้นคว้าเรื่องพระวาจาของพระเจ้าให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อสำรวจดูว่าตนได้ปฏิบัติอย่างไรตามคำแนะนำของสภาสังคายนา และเพื่อรับมือกับการท้าทายใหม่ๆที่โลกปัจจุบันนำมาให้ผู้มีความเชื่อในพระคริสตเจ้า



[1] Cfr XII Coetus Generalis Ordinarius Synodi Episcoporum, Instrumentum laboris, 27.

[2] Cfr Leo XIII, Litt.enc. Providentissimus Deus (18 Novembris 1893): ASS 26 (1893-94), 269-292; Benedictus XV, Litt.enc. Spiritus Paraclitus (15 Septembris 1920); ASS 12 (1920), 384-422; Pius XII, Litt.enc. Divino afflante Spiritu (30 Septembris 1943):AAS 35 (1943), 297-325.

[3] Propositio 2.

[4] Ibid.

[5] Conc.Oecum.Vat.II. Const.dogm.de divina Revelatione Dei Verbum, 2.

[6] Ibid. 4.

[7] ในบรรดาเอกสารต่างๆเหล่านี้ ที่น่าสังเกตคือ: Paulus VI. Ep.ap. Summi Dei Verbum (4 Novembris 1963): AAS 55 (1963), 979-995; Ed. Motu Proprio Sedula cura (27 Junii 1971): AAS 63 (1971), 665-669; Joannes Paulus II, Audientia Generalis (1 Maii 1985): L'Osservatore Romano, 2-3 Maii 1985, p.6; Id. Allocutio de interpretatione Bibliorum in Ecclesia (23 Aprilis 1993): AAS 86 (1994), 232-243; Benedictus XVI, Allocutio ad Congressum Internationalem XL elapsis annis a Const.dogm. Dei Verbum edita (16 Sept. 2005), AAS 97 (2005), 957; Id. Angelus (6 Novembris 2005): Insegnamenti I (2005), 759-760. ยังต้องคำนึงถึงเอกสารของ Pont.Commissio Biblica: De sacra Scriptura et christologia (1984): Ench.Vat. 9, n.1208-1339: Unità e diversità nella Chiesa (11 Aprilis 1993): Ench.Vat.11, n. 544-643: L'interpretazione della Bibbia nella Chiesa (15 Aprilis 1993): Ench.Vat.13, n. 2846-3150; Il popolo ebraico e le sue sacre Scritture nella Bibbia cristiana (24 Maii 2001); Ench.Vat. 20, n.733-1150; Bibbia e morale, Rdici bibliche dell'agire cristiano (11 Maii 2008), Città del Vaticao 2008 อีกด้วย.

โครงการฯ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

โครงการสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 10

Sunday of the Word of God 2026

Sunday of the Word of God 2026

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

เช้าวันใหม่ใส่ใจภาวนา

Lectio Divina-Daily 2025

Sinapis Tell | ซีนาปีส เทลล์

Sinapis Talk | ซีนาปีส ทอล์ค

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก