รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม 2017
สัปดาห์ที่สิบเจ็ด เทศกาลธรรมดา
มธ 13:47-53…
         47“อาณาจักรสวรรค์ยังเปรียบได้อีกกับอวนที่หย่อนลงในทะเล ติดปลาทุกชนิด 48เมื่ออวนเต็มแล้ว ชาวประมงจะลากขึ้นฝั่ง นั่งลงเลือกปลาดีใส่ตะกร้า ส่วนปลาเลวก็โยนทิ้งไป 49เมื่อถึงเวลาสิ้นโลกก็จะเป็นเช่นนี้ เมื่อถึงคราวสิ้นโลก ทูตสวรรค์จะมาแยกคนชั่วออกจากคนชอบธรรม

50ทิ้งคนชั่วลงในขุมไฟ ที่นั่น จะมีแต่การร่ำไห้คร่ำครวญและขบฟันด้วยความขุ่นเคือง”
51“ท่านทั้งหลายเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้หรือไม่” บรรดาศิษย์ทูลตอบว่า “เข้าใจแล้ว” 52พระองค์จึงตรัสว่า “ดังนั้น ธรรมาจารย์ทุกคนที่มาเป็นศิษย์แห่งอาณาจักรสวรรค์ก็เหมือนกับเจ้าบ้านที่นำทั้งของใหม่และของเก่าออกจากคลังของตน”

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• พี่น้องที่รัก เรามาถึงตอนจบของเรื่องอุปมา บทเทศน์ เกี่ยกับพระอาณาจักรสวรรค์ที่พระเยซูเจ้าทรงสอนบรรดาศิษย์เป็นคำอุปมา พระองค์เทศน์สอนถึงพระอาณาจักรสวรรค์เปรียบดังหลายสิ่งหลายอย่างอย่างที่เราได้อ่าน เราได้ไตร่ตรองกันมา บัดนี้ มาถึงเรื่องสุดท้ายของอุปมา พระอาณาจักรสวรรค์เปรียบกับ “อวน” ที่หย่อนลงในทะเลและติดปลาทุกชนิด ทั้งปลาดีและปลาเลวคือสิ่งที่เข้ามาในอวนนั้น และเมื่อนำอวนขึ้นมาแล้วก็ต้องมีการ “เลือก” ปลาดีเก็บไว้ และไม่เอาปลาเลว คือปลาที่ไม่มีคุณภาพ ใช้ประโยชน์ไม่ได้

• พี่น้องที่รัก พ่อคิดว่า การเลือก ในที่สุดก็จำเป็น พ่อคิดถึงงานอบรมในบ้านเณรเพื่อคัดเลือกให้เป็นพระสงฆ์...
o อ่านพระวาจาวันนี้ พ่อเรื่องพระอาณาจักรสวรรค์ เรื่องอวน ที่ติดปลามากมาย พ่อคิดถึงน้องเณรจำนวนมากในบ้านเณรเล็ก พวกเขาถูกกลั่นกรอง ตัดสิน และคัดเลือก มาจนถึงบ้านเณรใหญ่เวลานี้ไม่มาก แต่ก็ต้องมีการกลั่นกรองคัดเลือกกันต่อไป...
o พ่อไม่เปรียบสามเณรกับปลาดีหรือปลาเลวนะครับ เพียงแต่อุปมาวันนี้ทำให้พ่ออดคิดไม่ได้ว่า ที่สุด การเลือกสรรก็จำเป็น เพื่อเป็นพระสงฆ์ จำเป็นต้องที่มีการเลือกสรรค์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...
o ถ้าเป็นปลาในอวนอย่างอุปมานี้ก็คงไม่ยากที่จะเลือก แต่ถ้าเป็นสามเณร เป็นน้องเณรที่จะต้องคัดเลือกให้เป็นพระสงฆ์ อันนี้ก็ยากเหมือนกัน ยากมากๆ แต่ก็จำเป็น

• ประสบการณ์บอกกับพ่อกว่า
o สามเณรหลายคนบุคลิกดีมาก หน้าตาดี ดูภายนอกดี เห็นแล้วอยากให้เป็นพระสงฆ์จังเลย นิสัยก็ดีมากด้วย ดูเหมาะไปหมดจริงๆ แต่บางที น้องเณรลักษณะดีๆ แบบนี้ วันหนึ่งก็เดินมาหาผู้ใหญ่และบอกว่า “ขอเปลี่ยนกระแสเรียก ขอลาออกไปเป็นฆราวาส” บางทีพ่อเองก็รู้สึก “เสียดายจัง” ไม่อยากให้ออกเลย แต่เพราะเขาพบว่า นี่ไม่ใช้หนทางและไม่ใช่กระแสเรียกของเขา
o ประสบการณ์เช่นกัน ก็มีน้องเณรบางคนที่อยากเป็นพระสงฆ์มากๆ มุ่งมั่นมากๆ อยากบวชจริงๆ แต่กลับเป็นว่า มีบางสิ่งในตัวเขา ในชีวิต ในบุคลิกภาพ หรือลักษณะทางจิตวิทยา ทางความเชื่อ ภูมิหลัง ฯลฯ ที่ทำให้เราต้องยอมรับว่า “เขาไม่เหมาะ” ต้องคัดให้ออกไป ทั้งที่เขาอยากอยู่ อยากเป็นพระสงฆ์เหลือเกิน
o เรื่องนี้ก็ยากจริงๆ บางทีเราก็เตือน เราให้เวลาปรับปรุง เราส่งไปอบรมพิเศษ หรือหาทางช่วยเหลือ แต่เพื่อจะเป็นพระสงฆ์นั้น กัยังไม่เหมาะอยู่ดี... ทำอย่างไรได้ ก็ต้องทำใจ ต้องบอกให้เปลี่ยนกระแสเรียกไป...

• พี่น้องที่รัก งานยากเหมือนกัน ยากจริงๆที่จะรับผิดชอบ ที่จะอบรม และอยากได้สิ่งที่เราเห็น กับสิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการ.. กระแสเรียกเป็น “ธรรมล้ำลึก” จริงๆ นะครับ เป็นการทำงานร่วมกันและต้องตรงกัน เห็นด้วยกัน พิสูจน์ว่าต้องตรงกัน..คือ
1. พระเจ้าทรงเรียกเขาโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ที่พระเจ้าเปิดเผยให้เขารู้ว่า พระเจ้าทรงเรียกเขาให้เข้ามาสู่การอบรมเพื่อเป็นพระสงฆ์
2. ผู้ถูกเรียกคือสามเณรนั้นๆ ตอบรับเสียงเรียก และดำเนินชีวิตให้เหมาะสมกับการเรียกของพระเจ้า ด้วยความเชื่อ ความรัก ความหวัง และมีประสบการณ์ชัดเจนถึงการเรียกของพระเจ้า
3. พระศาสนจักร โดยพระสังฆราช ผ่านทางคณะผู้อบรม ได้อบรม ติดตาม และเห็นด้วยกับกระแสเรียกของเขา... และตอบรับความสมัครใจของเขา
o พ่อบอกตรงๆ หลายคนรู้สึกว่าพระเจ้าเรียก เขาตอบรับพระเจ้า แต่อาจมีหลายอย่างที่บรรดาผู้อบรมเห็นว่าชีวิตเขาไม่ใช่... หรือบางคนพระเจ้าเรียก แต่เขาไม่อยากตอบรับ ผู้อบรมก็เห็นว่า น่าจะได้.. แต่ที่สุด ก็ไม่ได้.. เพราะกระแสเรียก ต้องเป็นสามฝ่ายเห็นพ้อง หรือโดยความเชื่อในพระเจ้าทรงทำให้ทั้งสามนี้เห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันอย่างชัดเจนกันในตัวสามเณรคนหนึ่งๆ ครับ

• ที่พ่อเล่ามาเป็นเรื่องกระแสเรียกเพื่อเป็นพระสงฆ์เท่านั้น ยังไม่ใช่เรื่องการเข้าสู่พระอาณาจักรสวรรค์ กระแสเรียกเป็นพระสงฆ์ก็เพียงกระแสเรียกหนึ่ง เบื้องหลังคือกระแสเรียกของเราทุกคน ทุกคนที่ได้รับศีลล้างบาป คือ
o เราทุกคนที่เป็นคริสตชน พ่อเองด้วย เราเป็นคริสตชนกันทุกคน สิ่งที่เราต้องเป็น คือ เป็นปลาดี ปลามีคุณภาพ เหมาะกับการเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันในพระอาณาจักรของพระเจ้า...

• แล้วใครเล่าเป็นคนเลือก...
o ในเรื่องเล่าอุปมาไม่ได้บอกว่า ใครหนอเป็นคนเลือกปลาดีจากปลาเลว บอกเพียงว่า “ชาวประมง” แน่นอน พ่อไม่อาจสรุปว่าชาวประมงคือพระสงฆ์หรือศาสนบริกรแน่ๆ เพราะว่า พวกพ่อเอง พระสงฆ์เองแม้แต่พระสังฆราช ก็ต้องเป็นปลาดีและต้องถูกเลือกเช่นกัน หรืออาจไม่ถูกเลือกก็ได้เหมือนกันถ้าไม่ดีไม่มีคุณภาพ...
o พี่น้องที่รัก พ่อเห็นภาพของปลามากมายคือเราทุกคนในวาระสุดท้าย ต่อหน้าชาวประมง อาจหมายถึงทูตสวรรค์ของพระเจ้าที่รู้จักพวกเราดี รู้จักชีวิตของเราดีว่า เราคู่ควร เหมาะสม เป็นปลาดีพอสำหรับพระอาณาจักรสวรรค์หรือไม่...

• ความเหมาะสม ความคู่ควร คือ ชีวิตของเรา (ไม่ใช่กระแสเรียกพิเศษ เพราะพ่อมั่นใจ แม้มีกระแสเรียกพิเศษเป็นพระสงฆ์ พระสังฆราช ใช่ว่าจะหลุดจากพระอาณาจักรสวรรค์ไม่ได้ หรือภาษาง่ายๆ ใช่ว่า จะเป็นหลักประกันว่าจะได้ชีวิตนิรันดร... สิ่งที่พ่อรู้คือ พระสงฆ์ ยกบาปให้คนอื่นๆได้ แต่ยกบาปให้ตนเองไม่ได้...)
o ดังนั้น คุณภาพชีวิตของสมาชิกของพระอาณาจักรพระเจ้า ชีวิตที่จะต้องเป็นปลาดีคืออะไร... เป็นคนดี คนชอบธรรม แน่นอนอยู่แล้ว

• และคำถามต่อไปคือและอะไรที่ทำให้เราดี ให้เราชอบธรรม ให้เราศักดิ์สิทธิ์ คำตอบพ่อพบในพระคัมภีร์ คือ “การดำเนินชีวิตตามใจพระเจ้า ตามน้ำพระทัย ตามพระประสงค์ ตามพระวาจาของพระเจ้า” นั่นแน่นอนที่สุดครับ เราจึงเหมาะสมกับพระอาณาจักรสวรรค์ สังเกตไหมเมื่อพระเยซูเจ้าสอนพระอาณาจักรสวรรค์เป็นอุปมาจบ ใน มัทธิว บทที่ 13 พระคัมภีร์บทนี้ลงท้ายอย่างไร พระคัมภีร์ลงท้ายบทนี้สวยงาม ล้ำลึกครับ... คือ
o “ท่านทั้งหลายเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้หรือไม่”
o บรรดาศิษย์ทูลตอบว่า “เข้าใจแล้ว”
o พระองค์จึงตรัสว่า “ดังนั้น ธรรมาจารย์ทุกคนที่มาเป็นศิษย์แห่งอาณาจักรสวรรค์ก็เหมือนกับเจ้าบ้านที่นำทั้งของใหม่และของเก่าออกจากคลังของตน”

• ธรรมาจารย์ทุกคน คือ คนสอนพระคัมภีร์ สอนศาสนา สอนธรรมบัญญัติของพระเจ้าแสนเคร่งครัด ใช่ว่าจะรอดนะครับ... พวกเขาต้อง... ต้องจริงๆ.. คือ
o ต้องมาเป็นศิษย์แห่งพระอาณาจักรสวรรค์ด้วย (ศิษย์ คือ ทำตาม ดำเนินชีวิตตาม)
o พวกเขาเป็นเหมือนเจ้าบ้าน ที่มีทั้งของเก่า คือ พันธสัญญาเดิม และของใหม่ คือ พันธสัญญาใหม่หมายถึงการยอมฟังพระเยซูเจ้า ยอมรับฟังพระองค์ และปฏิบัติตามจริงๆในชีวิต

• พี่น้องที่รัก... จงเป็นปลาดีที่เหมาะกับการเลือกของชาวประมง จงเป็นปลาที่มีคุณภาพแห่งการถือบัญญัติแห่งความรักของพระเจ้าเสมอนะครับ... กระแสเรียกอะไรก็ตาม คริสตชนฆราวาส นักบวช พระสงฆ์ เหมือนกันในด้านที่จำเป็นมากคือเป็นคริสตชนที่ดี เป็นปลาดี เป็นผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้า หรือน้ำพระทัยของพระองค์...

• สำคัญมากเลยนะครับ พ่อเทศน์สอนพวกเณร พ่อเน้นว่า “เป็นสามเณร เป็นพระสงฆ์ (สังฆราชด้วย พี่น้องฆราวาสด้วย)
o ชีวิตเราทำตามใจตัวเองไม่ได้
o เอาแต่ใจตัวเองไม่ได้
o เพราะชีวิตที่มีความเชื่อ คือ ชีวิตที่เลือก ทำตาม “น้ำพระทัย พระประสงค์” ของพระเยซูเจ้า คือ พระวาจาของพระเจ้าเสมอไปนะครับ

ข่าวสารและประชาสัมพันธ์

       วันพุธที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 เวลา 14.00 - 17.00 น. ประชุมคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 2/2026 มีผู้เข้าร่วม จำนวน 21 ท่าน ณ บ้านผู้หว่าน สามพราน จ.นครปฐม

               ช่วงเช้า 09.00-11.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 5 คริสตจักรพระคุณคณะแบ๊บติสต์ สุขุมวิท 19 กรุงเทพ และในช่วงบ่าย มีการประชุมใหญ่สามัญปี 2026 เวลา 13:00-15:50 น. ห้องประชุมชั้น 1 ในวันและสถานที่เดียวกัน

       วันพุธที่ 21 มกราคม ค.ศ. 2026 เวลา 14.00 - 17.00 น. ประชุมคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 1/2026 มีผู้เข้าร่วมจาก 8 สังฆมณฑลฯ จำนวน 24 ท่าน ณ บ้านผู้หว่าน สามพราน จ.นครปฐม

           คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ จัดการชุมนุมคนรักพระคัมภีร์ในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งความหวัง "พลังแห่งการไตร่ตรองพระวาจา" (Liturgical Bible study) 29-30 ตุลาคม 2025 ณ ศูนย์อบรมงานอภิบาลบ้านผู้หว่า อ.สามพราน จ.นครปฐม โดย FR.Arlo Bernardo Yap ,SVD เป็นวิทยากร

           ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ แผนกพระคัมภีร์ ครั้งที่ 2/2025 วันพุธที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 2025 เวลา 14.00-17.00 น. ณ ศูนย์อบรมงานอภิบาล “บ้านผู้หว่าน” อ.สามพราน เพื่อติดตามการดำเนินงานระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2025 และหารือวางแผนการจัด "งานชุมนุมคนรักพระคัมภีร์" ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในปลายเดือนตุลาคมนี้

           ประชุมกรรมการอำนวยการ สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2025 วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2025 เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมคริสตจักรใจสมาน สุขุมวิท ซอย 6 มีผู้เข้าร่วมประชุม 9 ท่าน โดยมีศาสนาจารย์ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ เป็นประธาน และอาจารย์ประกิจ ตรีทศายุธ เลขาธิการดำเนินการประชุมฯ เพื่อเป็นการรายงานการทำงาน ติดตาม เสนอแนะ และปรึกษาหารือร่วมกันทุกๆไตรมาสเพื่อการดำเนินงานของสมาคมฯ

       สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย จัดการศึกษาเนื้อหาของสังคายนาวาติกันที่ 2 ในโอกาสปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2025 (ครั้งที่ 3) "สังฆธรรมนูญเรื่อง การเผยความจริงของพระเจ้า" (DEI VERBUM) วันอังคารที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2025 เวลา 09.00 - 12.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 10 อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในรูปแบบ On-site และ Online

สมัครเรียนพระคัมภีร์ทางไปรษณีย์และทางไลน์

บทสวดของฉัน - Little Prayers โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

E-book เชิญมาอ่านพระคัมภีร์กันเถอะ

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation

biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯสมาคมพระคริสตธรรมไทย

Sunday of the Word of God 2026

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย ศรินทร เมธีวัชรานนท์

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1