รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2015
สัปดาห์ที่สิบเจ็ด เทศกาลธรรมดา
(ระลึกถึงนักบุญมาร์ธา)
ยน 11:19-27…

19ชาวยิวจำนวนมากมาหามาร์ธาและมารีย์เพื่อปลอบใจนางในการตายของพี่ชาย 20เมื่อมาร์ธารู้ว่าพระเยซูเจ้ากำลังเสด็จมา นางก็ออกไปรับเสด็จ ส่วนมารีย์ยังคงนั่งอยู่ที่บ้าน 21มารธาทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย 22แต่บัดนี้ดิฉันรู้ดีว่าสิ่งใดที่พระองค์ทรงวอนขอจากพระเจ้า พระเจ้าจะประทานให้” 23พระเยซูเจ้าตรัสกับนางว่า “พี่ชายของท่านจะกลับคืนชีพ” 24มาร์ธาทูลว่า “ดิฉันรู้ว่าเขาจะกลับคืนชีพเมื่อมนุษย์ทุกคนจะกลับคืนชีพในวันสุดท้าย” 25พระเยซูเจ้าตรัสกับนางว่า
“เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต
ใครเชื่อในเรา แม้ตายไปแล้ว ก็จะมีชีวิต
26และทุกคนที่มีชีวิต และเชื่อในเรา
จะไม่มีวันตายเลย
ท่านเชื่อเช่นนี้หรือ”
27มาร์ธาทูลตอบว่า “เชื่อ พระเจ้าข้า ดิฉันเชื่อว่าพระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าที่จะต้องเสด็จมาในโลกนี้”

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง 
• เวลาที่ฉลองระลึกถึงนักบุญมารธา น้องสาวของลาซารัส และพี่สาวของมารีย์... สิ่งที่พ่ออดไม่ได้ที่จะถามใจตัวเองคือ ทำไม่มีฉลองนักบุญลาซารัส หรือแม้แต่การฉลองมารีย์น้องของมาร์ก็ไม่คุ้นเอาเสียเลยในสารบบการฉลอง นักบุญ ทั้งที่มารีย์เคยได้รับคำชมจากพระเยซูเจ้าว่านางได้เลือกสิ่งที่สำคัญและ จำเป็น...


• พี่น้องที่รัก พ่อเองเมื่อฉลองนักบุญมาร์ธา พ่อคิดถึงเรื่องราวเหตุการณ์ของมาร์ธาสองอย่างคือ
1. มาร์ธาผู้กระตือรือร้นเพื่อต้อนรับพระเยซูเจ้าในบ้านของตนเอง มาร์ธายุ่งวุ่นวาย และเหนื่อยกับการต้อนรับ แน่นอนพระเยซูเจ้าไม่ได้เสด็จมาคนเดียว พระองค์มากับอัครสาวกอีก 12 คน นางคงยุ่งมากๆ ส่วนมารีย์ เราทราบเรื่องดีว่านางนั่งแทบพระบาท ปรนนิบัติพระองค์ และฟังพระวาจาของพระเยซูเจ้าอย่างตั้งใจ จนกระทั่งมาร์ธาทนไม่ไหว ต้องตัดพ้อให้พระองค์สั่งในมารีย์มาช่วยนางบ้าง และดูเหมือนพระเยซูเจ้าก็ตรัสสอน “มาร์ธา มาร์ธา เธอวุ่นวายด้วยเรื่องอะไรมากมายนัก สิ่งเดียวที่จำเป็น และมารีย์ได้เลือกไว้” สิ่งที่มารีย์เลือกและพระเยซูเจ้าชื่นชมคือการฟังพระวาจาของพระเยซูเจ้า แน่นอนพระวาจาตอนนี้สอนเรื่องความสำคัญของการฟังพระวาจา แต่ไม่ได้ลดความสำคัญของมาร์ธาลง... 


• อันที่จริงน่าทึ่งด้วยซ้ำที่พระศาสนจักรจัดให้เรามีวันฉลองระลึกถึงนักบุญ มาร์ธา แต่พระศาสนจักรกลับไม่ได้มีวันฉลองมารีย์ด้วยซ้ำไป... เราจึงต้องเข้าใจว่า การฟังพระวาจามาเป็นอันดับหนึ่ง แต่กิจการของมาร์ธา การรับใช้ ก็ เป็นผลจากการฟังพระวาจาเช่นกันมิใช่หรือ... 


• พ่อเคยคิดว่า เราทุกคนต้องเป็นเหมือนทั้งมารีย์และมาร์ธา คือ ฟังพระวาจาของพระเจ้า และปฏิบัติพระวาจา ด้วยการการตือรือร้นรับใช้พระเจ้าและเพื่อนพี่น้องอย่างแท้จริง พ่อคิดว่า ชีวิตคริสตชนต้องเลียนแบบมาร์ธา และมารีย์ ด้วยกัน...
2. เรื่องที่สองที่พ่อชอบมาก คือ เมื่อลาซารัสสิ้นชีวิตตามพระวรสารที่เราได้ฟังในวันนี้เลยครับ


• มาร์ธาและมารีย์ร้องไห้ และทั้งสองได้ตัดพ้อพระเยซูเจ้าด้วยประโยคเดียวกัน... ที่บ้านเบธานี พ่อคิดว่า เป็นโอกาสที่เรา ณ บ้านขอมาร์ธา เราได้เรียนรู้คำสารภาพความเชื่อในพระเยซูเจ้าอย่างลึกซึ้งมากๆ เราลองมาติดตามพระวาจาตอนนี้ด้วยกัน (ยอห์น บทที่ 11)


• ก่อนอื่นหมด เราพบข้อความที่สองพี่น้อง มาร์ธาและมารีย์กล่าวเหมือนกันเพื่อพบพระเยซูเจ้า ทั้งสองยืนยันว่า พระองค์คือความรอด ลาซารัสไม่ตายแน่ๆ ถ้า “พระองค์อยู่ที่นี่” พระวรสารนักบุญยอห์น บทที่ 11 นี้บันทึกอย่างสวยงามและชัดเจนถึงพี่น้องสองสาว มาร์ธาและมารีย์ ณ เวลาที่ลาซารัสพี่ชายตายไปแล้ว ฝังไปแล้ว และเมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมาถึง... ช้าไปสี่วัน ฝังลาซารัสไปแล้วสี่วัน... พระวรสารบันทึกถึงการพบกันของพระเยซูกับมาร์ธานางได้สารภาพเชิงตัดพ้อ... แต่เบื้องลึกคือ “ถ้ามีพระองค์อยู่ ลาซารัสไม่ตาย” ทั้งสองพี่น้องพูดเหมือนกันเมื่อพระองค์เสด็จมาพบ.... พ่อจะยกภาษากรีกที่ยอห์นบันทึกในต้นฉบับภาษาศักดิ์สิทธิ์ที่ได้กรับการดลใจ ให้ดูเลย
1. เมื่อมารธารู้ว่า พระเยซูเจ้ากำลังเสด็จมา นางก็ออกไปรับเสด็จ ส่วนมารีย์ยังคงนั่งอยู่ที่บ้าน มารธาทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย” (Κύριε, εἰ ἦς ὧδε οὐκ ἂν ἀπέθανεν ὁ ἀδελφός μου·) (ยน 11:21) อ่านออกเสียงว่า “กูรีเอ เอย เอส โฮเด อุค อาน อาเปธาแนน โฮ อาแดลฟอส มู”
2. เมื่อมารีย์มาถึงที่ที่พระเยซูเจ้าประทับอยู่ และเห็นพระองค์ ก็กราบพระบาท ทูลว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย” (Κύριε, εἰ ἦς ὧδε οὐκ ἄν μου ἀπέθανεν ὁ ἀδελφός.) (ยน 11:32) อ่านออกเสียงว่า “กูรีเอ เอย เอส โฮเด อุค อาน มู อาเปธาแนน โฮ อาแดลฟอส”

• สรุปว่าสิ่งที่พระวรสารเชิญเราให้ติดตามและช่างเป็นความน่าทึ่ง คือ ประโยคที่สองพี่น้องพูดเหมือนกันเป๊ะในการบันทึกพระวรสาร(แม้คำว่า “μου” “มู” ที่แปลว่า ของฉัน my จะสลับที่กันเท่านั้น)


• ทำให้เรารู้ว่า คำพูดของพี่น้อสองคน คือ คำเดียวกัน นั่นคือ “การประกาศความเชื่อในองค์พระเยซูเจ้าอย่างเด็ดขาด” ที่ว่า “ถ้ามีพระองค์อยู่ ลาซารัสพี่ชายจะไม่ตาย” “พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย”


• เป็นการประกาศความจริงว่าพระเยซูเจ้ามีอำนาจเหนือความตาย พระองค์สามารถที่จำทำให้ไม่ตายได้อย่างแน่นอน

• นอกจากนั้นในการสนทนาของพระเยซูเจ้ากับมาร์ธา เราได้พบความจริงที่สวยงามเกี่ยวกับพระเยซูเจ้ามากๆ เราอ่านด้วยกันนะครับ

o 21มารธาทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย 22แต่บัดนี้ ดิฉันรู้ดีว่า สิ่งใดที่พระองค์ทรงวอนขอจากพระเจ้า พระเจ้าจะประทานให้” 23พระเยซูเจ้าตรัสกับนางว่า “พี่ชายของท่านจะกลับคืนชีพ” 24มาร์ธาทูลว่า “ดิฉันรู้ว่า เขาจะกลับคืนชีพเมื่อมนุษย์ทุกคนจะกลับคืนชีพในวันสุดท้าย” 25พระเยซูเจ้าตรัสกับนางว่า เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครเชื่อในเรา แม้ตายไปแล้ว ก็จะมีชีวิต 26และทุกคนที่มีชีวิต และเชื่อในเรา จะไม่มีวันตายเลย ท่านเชื่อเช่นนี้หรือ’ 27มาร์ธาทูลตอบว่า “เชื่อพระเจ้าข้า ดิฉันเชื่อว่าพระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้า ที่จะต้องเสด็จมาในโลกนี้”

• มีความจริงมากมายที่งดงามจากการสนทนาของพระเยซูเจ้ากับนักบุญมาร์ธา... 
1. ความจริงที่ว่า พระเยซูเจ้าสามารถวอนขอจากพระบิดา ถ้าพระองค์ต้องการ และสิ่งนั้นจะเป็นไปได้แน่นอน
2. มนุษย์ทุกคนจะกลับคืนชีพในวันสุดท้ายอย่างแน่นอน
3. เราได้รู้ว่า พระเยซูเจ้าคือ “การกลับคืนชีพและชีวิต” เราเชื่อ และเราหวังในพระองค์ได้เลย ถ้าเราเชื่อในพระองค์ แม้ตายก็จะกลับคืนชีพ... และจะมีชีวิตนิรันดร... ขอเพียงอย่างเดียวสำคัญมาก คือ “เชื่อในพระองค์”
4. นักบุญมาร์ธาเป็นตัวอย่างของการประกาศความเชื่อ เมื่อได้พบปะกับพระอาจารย์เจ้า “ดิฉันเชื่อว่าพระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้า ที่จะต้องเสด็จมาในโลกนี้” ความเชื่อ คือ การเชื่อในพระเยซูเจ้า “พระบุตรของพระเจ้า”

• พี่น้องที่รักวันที่เราฉลองระลึกถึงท่านนักบุญมาร์ธา

o เราสามารถเรียนรู้จากพระวรสารได้มากทีเดียว พ่อขอให้พวเรากระตือรือร้นเหมือนมาร์ธาในการ “รับใช้” พระเจ้า ในเพื่อนพี่น้องนะครับ และที่สำคัญ 

o ให้เราเติบโตเข้มแข็งในความเชื่อ เป็นผู้ใหญ่ในความเชื่อมากขึ้นเสมอไป ถ้ามีพระองค์ เราจะไม่มีวันพบกับความตายตลอดนิรันดรนั้นเลย เพราะเราจะกลับคืนชีพกับพระองค์

o ขอให้เราทุกคนประกาศเหมือนมาร์ธาครับ “เชื่อ พระเจ้าข้า ดิฉันเชื่อว่าพระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าที่จะต้องเสด็จมาในโลกนี้”

o ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านครับ ส่งความสุขแก่ผู้มีนามนักบุญมาร์ธาทุกท่านครับ

ข่าวสารและประชาสัมพันธ์

       วันพุธที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 เวลา 14.00 - 17.00 น. ประชุมคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 2/2026 มีผู้เข้าร่วม จำนวน 21 ท่าน ณ บ้านผู้หว่าน สามพราน จ.นครปฐม

               ช่วงเช้า 09.00-11.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 5 คริสตจักรพระคุณคณะแบ๊บติสต์ สุขุมวิท 19 กรุงเทพ และในช่วงบ่าย มีการประชุมใหญ่สามัญปี 2026 เวลา 13:00-15:50 น. ห้องประชุมชั้น 1 ในวันและสถานที่เดียวกัน

       วันพุธที่ 21 มกราคม ค.ศ. 2026 เวลา 14.00 - 17.00 น. ประชุมคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 1/2026 มีผู้เข้าร่วมจาก 8 สังฆมณฑลฯ จำนวน 24 ท่าน ณ บ้านผู้หว่าน สามพราน จ.นครปฐม

           คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ จัดการชุมนุมคนรักพระคัมภีร์ในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งความหวัง "พลังแห่งการไตร่ตรองพระวาจา" (Liturgical Bible study) 29-30 ตุลาคม 2025 ณ ศูนย์อบรมงานอภิบาลบ้านผู้หว่า อ.สามพราน จ.นครปฐม โดย FR.Arlo Bernardo Yap ,SVD เป็นวิทยากร

           ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ แผนกพระคัมภีร์ ครั้งที่ 2/2025 วันพุธที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 2025 เวลา 14.00-17.00 น. ณ ศูนย์อบรมงานอภิบาล “บ้านผู้หว่าน” อ.สามพราน เพื่อติดตามการดำเนินงานระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2025 และหารือวางแผนการจัด "งานชุมนุมคนรักพระคัมภีร์" ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในปลายเดือนตุลาคมนี้

           ประชุมกรรมการอำนวยการ สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2025 วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2025 เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมคริสตจักรใจสมาน สุขุมวิท ซอย 6 มีผู้เข้าร่วมประชุม 9 ท่าน โดยมีศาสนาจารย์ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ เป็นประธาน และอาจารย์ประกิจ ตรีทศายุธ เลขาธิการดำเนินการประชุมฯ เพื่อเป็นการรายงานการทำงาน ติดตาม เสนอแนะ และปรึกษาหารือร่วมกันทุกๆไตรมาสเพื่อการดำเนินงานของสมาคมฯ

       สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย จัดการศึกษาเนื้อหาของสังคายนาวาติกันที่ 2 ในโอกาสปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2025 (ครั้งที่ 3) "สังฆธรรมนูญเรื่อง การเผยความจริงของพระเจ้า" (DEI VERBUM) วันอังคารที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2025 เวลา 09.00 - 12.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 10 อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในรูปแบบ On-site และ Online

สมัครเรียนพระคัมภีร์ทางไปรษณีย์และทางไลน์

บทสวดของฉัน - Little Prayers โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

E-book เชิญมาอ่านพระคัมภีร์กันเถอะ

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation

biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯสมาคมพระคริสตธรรมไทย

Sunday of the Word of God 2026

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย ศรินทร เมธีวัชรานนท์

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1