รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2015
สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา
มก 2:13-17…
13พระองค์เสด็จออกไปริมฝั่งทะเลสาบอีก ประชาชนต่างมาเฝ้าพระองค์ พระองค์จึงทรงสั่งสอนเขา 14ขณะที่ทรงพระดำเนินไป พระองค์ทรงเห็นชายคนหนึ่งชื่อเลวีบุตรของอัลเฟอัสกำลังนั่งอยู่ที่ด่านภาษี จึงตรัสสั่งเขาว่า “จงตามเรามาเถิด” เขาก็ลุกขึ้นตามพระองค์ไป
15ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงร่วมโต๊ะเสวยพระกระยาหารที่บ้านของเลวี

คนเก็บภาษีและคนบาปหลายคนมาร่วมโต๊ะกับพระองค์และบรรดาศิษย์ เพราะมีหลายคนติดตามพระองค์มา 16บรรดาธรรมาจารย์ที่เป็นฟาริสีเห็นพระองค์เสวยร่วมกับคนบาปและคนเก็บภาษี จึงถามศิษย์ของพระองค์ว่า “ทำไมอาจารย์ของท่านกินอาหารกับคนเก็บภาษีและคนบาปเล่า” 17พระเยซูเจ้าทรงได้ยินดังนั้นจึงตรัสตอบว่า “คนสบายดีไม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บไข้ต้องการ เราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่เรามาเพื่อเรียกคนบาป”

 อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• การเริ่มต้นพันธกิจการประกาศข่าวดีของพระเยซูเจ้า เริ่มต้นด้วยการเทศนา การเยียวยารักษาด้วยอัศจรรย์แห่งความรักและความเมตตาของพระเยซู.. พระองค์เสด็จไปที่ไหนประชาชนก็ตามพระองค์ไป นี่เป็นภาพที่น่าประทับใจ ประชาชาติดตามพระองค์ไปเพื่อฟังพระองค์
• พันธกิจการเริ่มต้นประกาศข่าวดีนั้น พระองค์มิได้ทำงานคนเดียว แต่พระองค์ทรง “เรียกบรรดาศิษย์” พระองค์เรียกเปโตรกับอันดรูว์ ทรงเรียกยากอบและยอห์น เขาทั้งสี่เป็นชาวประมง และวันนี้พระวรสารบันทึกว่า พระองค์เสด็จผ่านไปพบ “เลวีบุตรของอัลเฟอัส” คนเก็บภาษี พระองค์ก็ทรงเรียกเขาให้เป็นศิษย์ของพระองค์ “จงตามเรามาเถิด” คือเสียงเรียกของพระองค์ ณ ด่านเก็บภาษีนั้นพระองค์ทรงเรียกเขา และเขาได้ติดตามพระองค์

o เลวี คนเก็บภาษี และเพื่อนๆคนเก็บภาษีได้ต้อนรับพระองค์ในบ้านของตน พระองค์ได้ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับพวกเขา

o คนเก็บภาษีถูกมองว่าเป็นคนบาป เพราะพวกเขาทำหน้าที่เก็บภาษีจากพี่น้องร่วมชาติและส่งภาษีให้กับโรมัน หรือเพราะคนเก็บภาษีเป็นพวกที่อยู่กับการเงินที่มักจะหาประโยชน์หรือทุจริต ทำให้คนเก็บภาษีมักจะเป็นคนร่ำรวยหน่อย แต่ก็เงินจำนวนไม่น้อยอาจได้มาจากการฉ้อโกงหรือยักยอก พวกเขาถูกมองว่าเป็บนคนบาป... 

o พระองค์ร่วมโต๊ะอาหารกับพวกเขา ทำให้ธรรมาจารย์และฟาริสีไม่พอใจและตำหนิพระองค์ว่าร่วมโต๊ะกับพวกคนบาป เราได้อ่านพระวรสารวันนี้เราทราบเรื่องนี้ดี และเราได้ยินถ้อยคำพระวาจาทีคลาสสิกมากๆ มีความหมายมากๆ นั่นคือถ้อยคำที่ว่า “คนสบายดีไม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บไข้ต้องการ เราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่เรามาเพื่อเรียกคนบาป”

• พี่น้องที่รัก พระวาจาวันนี้พ่อมีประเด็นไตร่ตรองสองสามประเด็นจะนำเสนอสั้นๆครับ นั่นคือ

o “พระเยซูเจ้า” เราพบว่า พระวาจาและคำสอนของพระองค์ รวมกับกิจการแห่งความรักเมตตาของพระองค์เป็นสิ่งที่มีเสน่ห์มากๆ บรรดาประชาชนติดตาม “การประกาศข่าวดี” ของพระองค์ การประกาศข่าวดีเป็นการประกาศเพื่อประทานความหวังแก่ทุกคน ดังนั้น เรามั่นใจได้ว่า “การประกาศข่าวดี” คือพันธกิจที่พระองค์เสด็จมาเพื่อนำข่าวดี ความหวัง และความรอดพ้นมาสู่เราทุกคน

o “ศิษย์ของพระเยซูเจ้า” “ทั้งเปโตรและอันดรูว์ ยากอบและยอห์น” และวันนี้ผู้ที่พระองค์ทรงเรียกคือ “เลวี” เราพบกว่า พระองค์ทรงเรียกคนธรรมดามากๆ ชาวประมงและแม้แต่คนเก็บภาษีที่ถูกถือว่าเป็นคนบาปด้วย “กระแสเรียก” คือ “ความรัก” พระองค์เรียกเพราะทรงรัก และเป็นพระองค์ที่ทรงทำให้พวกเขาเป็นศิษย์ ไม่ใช่ด้วยดีกรีความรู้หรือตระกูลสูง แต่พระองค์เติมเต็มพวกเขาให้มีความสามารถด้วยการ “เรียก” เรียกมาให้อยู่กับพระองค์ ได้อยู่กับพระองค์ ได้ฟังพระองค์ เจริญชีวิตติดตามพระองค์ จนกระทั่งพวกเขาสามารถเป็นเหมือนพระองค์ ประกาศข่าวดีกับพระองค์... โดยข้อคิดที่สำคัญคือการอยู่โดยมีพระองค์ ทำให้พวกเขาได้รับพลังแห่งการเป็นศิษย์ของพระองค์อย่างมากจริงๆ พ่อคิดว่า กระแสเรียกคือการเรียกให้มาอยู่กับพระเยซู ใกล้ชิดกับพระเยซู ได้มีพลังแห่งการประกาศข่าวดี กล่าวได้ว่า... ไม่ว่าเราจะเป็นคนอย่างไร แม้เป็นคนบาป ถ้าได้อยู่โดยมีพระองค์เสมอจริงๆ ชีวิตของเราก็สามารถเป็นศิษย์แท้ ทรงพลังของพระคริสตเจ้าได้อย่างแน่นอน มีสุภาษิตลาตินบอกว่า “สิ่งที่อยู่ใกล้กันก็รู้จักกัน” หรือ “ใกล้ใครก็เป็นเช่นคนนั้น” ดังนั้น พ่อเชื่อว่า เราคริสตชนต้องอยู่ใกล้ชิดพระคริสตเจ้าให้มากที่สุด อาศัยพระวาจาและศีลมหาสนิทและการอธิษฐานภาวนา.. เราจะเป็น “ศิษย์พระคริสตเจ้า” อย่างแน่นอน

o “คนบาปได้รับพระเมตตา” พระเยซูเจ้าเสด็จมา และทรง “พลิกโฉมชีวิต” จากคนบาปที่ได้ใกล้ชิดพระองค์ น่าทึ่งมากๆ ไม่ใช่เพราะเขาวิ่งเข้าหาพระองค์ด้วย แต่เป็นพระองค์ทรงเสด็จมาหาขา เข้ามาในบ้านของเขา... คนบาปได้ต้อนรับพระองค์ และแน่นอนชีวิตของพวกเขาต้องถูกพลิกโฉมอย่างไม่ต้องสงสัยเลย.. จำเรื่องซักเครียสคนเก็บภาษีที่เยริโคได้ไหม... พระองค์เรียก “ซักเคียสลงมานี่ วันนี้เราจะไปพักที่บ้านของท่าน” ผลสรุป ซักเคียสยืนขึ้นประกาศ “พลิกโฉมชีวิต” แบ่งปันครึ่งหนึ่งให้คนยากจน และถ้าได้โกงใครมาจะชดใช้สี่เท่า... พระเยซูเจ้าเป็นฝ่ายเรียกเขาลงมาจากต้นไม้ และเสด็จไปบ้านของเขา น่าทึ่งจริง.. จำเรื่องลูกล้างผลาญได้ไหมเมื่อเขากลับมาแบบหมดตัวและหมดสภาพ จำได้ไหมว่าใครเป็นฝ่ายเห็นใครก่อน ใครเป็นฝ่ายวิ่งเข้าไปหา... “บิดาเห็นเขาไกล รู้สึกสงสาร จึงวิ่งไปหาและสวมกอดและจูบเขา...” พลิกโฉมทั้งหมด ชีวิตจากคนบาป แต่ได้รับ “แพทย์จากสวรรค์ผู้เป็นฝ่ายวิ่งไปหา”

• พี่น้องที่รัก อ่านพระวรสารวันนี้แล้วพ่อขอสรุปว่า 

o เป็นพระองค์พระเยซูผู้ทรงทรงเรียก เป็นพระองค์ผู้ที่ทรงเติมพลังความหวังและความสามารถแม้เราไม่มีความสามารถ หรืออ่อนแอ พระองค์เติมเต็มเรา ยกบาปของเรา และเติมความหวังให้แก่เรา กระแสเรียกเป็นความรักและเป็นการเติมพลังความหวังจริงๆอย่างไม่ต้องสงสัย

o เป็นพระองค์ที่เป็นฝ่ายเสด็จมาหาเรา ตรงนี้น่าทึ่งจริงๆ เรามีพระเจ้าผู้เสด็จมาหาเรา... หลายศาสนาหลายความเชื่อมนุษย์ต้องพยายามมากๆที่จะขึ้นไปหาพระเจ้า ดิ้นรน ออกแรงขึ้นไปสูงส่งไปหาพระเจ้า ต้องทำบุญเอาใจกันมากๆเพื่อให้พระเจ้าได้พอพระทัยและให้โอกาส... แต่พี่น้องทราบไหมครับ ศาสนาคริสต์ของเราช่างแตกต่างๆ นั่น คือ พระเยซูเจ้า พระองค์ต่างหากที่เป็นฝ่ายทิ้งทุกสิ่งในความเป็นพระเจ้าเพื่อมาบังเกิดเป็น มนุษย์ จะมีความรักใดยิ่งใหญ่กว่านี้ที่มนุษย์จะได้รับจากพระเจ้าสูงสุด

o ขอบคุณพระเจ้าผู้ทรงรักเราถึงเพียงนี้ ขอพี่น้องได้รับพระพรจากพระองค์ครับ

ข่าวสารและประชาสัมพันธ์

       วันพุธที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 เวลา 14.00 - 17.00 น. ประชุมคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 2/2026 มีผู้เข้าร่วม จำนวน 21 ท่าน ณ บ้านผู้หว่าน สามพราน จ.นครปฐม

               ช่วงเช้า 09.00-11.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 5 คริสตจักรพระคุณคณะแบ๊บติสต์ สุขุมวิท 19 กรุงเทพ และในช่วงบ่าย มีการประชุมใหญ่สามัญปี 2026 เวลา 13:00-15:50 น. ห้องประชุมชั้น 1 ในวันและสถานที่เดียวกัน

       วันพุธที่ 21 มกราคม ค.ศ. 2026 เวลา 14.00 - 17.00 น. ประชุมคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 1/2026 มีผู้เข้าร่วมจาก 8 สังฆมณฑลฯ จำนวน 24 ท่าน ณ บ้านผู้หว่าน สามพราน จ.นครปฐม

           คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ จัดการชุมนุมคนรักพระคัมภีร์ในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งความหวัง "พลังแห่งการไตร่ตรองพระวาจา" (Liturgical Bible study) 29-30 ตุลาคม 2025 ณ ศูนย์อบรมงานอภิบาลบ้านผู้หว่า อ.สามพราน จ.นครปฐม โดย FR.Arlo Bernardo Yap ,SVD เป็นวิทยากร

           ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ แผนกพระคัมภีร์ ครั้งที่ 2/2025 วันพุธที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 2025 เวลา 14.00-17.00 น. ณ ศูนย์อบรมงานอภิบาล “บ้านผู้หว่าน” อ.สามพราน เพื่อติดตามการดำเนินงานระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2025 และหารือวางแผนการจัด "งานชุมนุมคนรักพระคัมภีร์" ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในปลายเดือนตุลาคมนี้

           ประชุมกรรมการอำนวยการ สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2025 วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2025 เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมคริสตจักรใจสมาน สุขุมวิท ซอย 6 มีผู้เข้าร่วมประชุม 9 ท่าน โดยมีศาสนาจารย์ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ เป็นประธาน และอาจารย์ประกิจ ตรีทศายุธ เลขาธิการดำเนินการประชุมฯ เพื่อเป็นการรายงานการทำงาน ติดตาม เสนอแนะ และปรึกษาหารือร่วมกันทุกๆไตรมาสเพื่อการดำเนินงานของสมาคมฯ

       สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย จัดการศึกษาเนื้อหาของสังคายนาวาติกันที่ 2 ในโอกาสปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2025 (ครั้งที่ 3) "สังฆธรรมนูญเรื่อง การเผยความจริงของพระเจ้า" (DEI VERBUM) วันอังคารที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2025 เวลา 09.00 - 12.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 10 อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในรูปแบบ On-site และ Online

สมัครเรียนพระคัมภีร์ทางไปรษณีย์และทางไลน์

บทสวดของฉัน - Little Prayers โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

E-book เชิญมาอ่านพระคัมภีร์กันเถอะ

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation

biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯสมาคมพระคริสตธรรมไทย

Sunday of the Word of God 2026

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย ศรินทร เมธีวัชรานนท์

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1