บทเทศน์โดยพระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์  วีระ  อาภรณ์รัตน์

สัปดาห์ที่  15  เทศกาลธรรมดา
14 กรกฎาคม 2013
บทอ่าน ฉธบ. 30:10-14 , คส. 1:15-20 ; ลก. 10:25-37
พระวรสารสัมพันธ์กับ    CCC 2822
                                  CSDC 112
จุดเน้น         ถ้าเราไม่รักพระเจ้าก่อน รักเหนือสิ่งอื่นใดๆ  เราจะไม่สามารถรักตนเอง หรือรักเพื่อนมนุษย์ได้

    ในพระวรสารวันนี้  พระเยซูเจ้าและนักกฎหมายโต้กันเกี่ยวกับธรรมบัญญัติที่สำคัญที่สุด  ทั้งสองสรุปตรงกันว่า เราต้องรักพระเจ้าสุดจิตใจ  สุดวิญญาณ  สุดกำลัง  และสุดสติปัญญา  และเราต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง “และใครเล่าเป็นเพื่อนมนุษย์ของข้าพเจ้า”  นักกฎหมายคนนั้นถาม  พระเยซูเจ้าจึงเล่าอุปมาเรื่องชาวสะมาเรียใจดี ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่เราเคยได้ยินหลายครั้ง

    เมื่อฟังเรื่องราวนี้  เราทุกคนชอบคิดว่าเราควรทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อช่วยชายที่ถูกทำร้าย  อย่างไรก็ดี (ชีวิตจริง) เรามักปล่อยให้ความกลัว  ความสงสัย อคติ ครอบงำ จึงทำและทำดีเพียงเพื่อเพราะว่าเป็นความดี  บ่อยๆ สมณะ (พระสงฆ์) และชาวเลวีเดินผ่านเลยไปอีกฟากหนึ่ง  คนที่ควรเป็นคนแรกที่ช่วยเหลือกลับเป็นคนสุดท้ายที่ออกแรงช่วย  ตามความเชื่อของชาวยิว  ผู้มีบทบาทผู้นำก็ไม่กล้าให้คนอื่นเห็นว่าพวกเขาไปสมาคมกับชายโชคร้าย  กลัวว่าเขาจะพบโชคร้ายนั้นด้วยเหมือนกัน

    คนต่ำต้อยที่สุดกลับเป็นผู้สมัครปฏิบัติเป็นคนแรก  ที่ให้ความช่วยเหลือชายที่ถูกโจรปล้นและได้รับบาดเจ็บ  ไม่สนใจว่าจะเสียเงินมากน้อยเท่าไร  และไม่ได้ทำเพราะเป็นหน้าที่หรือกฎเกณฑ์ของสังคม  คนที่เอาใจใส่ช่วยเหลือเป็นชาวสะมาเรีย  ซึ่งชาวยิวตัดพวกชาวสะมาเรียออกจากประชาชนที่พระเจ้าทรงเลือก  เพราะนับถือศาสนาและเผ่าพันธุ์แตกต่างกัน  ทำไม? เพราะหลังจากบรรดาบุตรของกษัตริย์ซาโลมอนแบ่งแยกประเทศอิสราเอลออกเป็น 2 อาณาจักร ประมาณ 900 ปีก่อนคริสตศักราช  เป็นอาณาจักรอิสราเอล (ภาคเหนือ) มีกรุงสะมาเรียเป็นเมืองหลวง  และอาณาจักรยูดาห์ (ภาคใต้) มีกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวง

    ครั้งหนึ่ง กองทัพอัสซีเรียบุกอิสราเอลจากเมืองนีนะเวห์ (ประมาณก่อนค.ศ.740) แบ่งประชาชนยิวเป็น 2 อาณาจักร  ประชาชนภาคเหนือแต่งงานกับชาวอัสซีเรียและหลายคนถูกกวาดต้อนไปเป็นทาส  เมื่อก่อนมีเลือดยิวบริสุทธิ์  แต่ชาวยูดาห์ไม่สุงสิงสัมพันธ์กับพวกเขาในทุกเรื่อง  อีกทั้งชาวอัสซีเรียได้บุกรุก46 เมืองแห่งยูดาห์  ชาวฟาริสีถือว่าชาวสะมาเรียไม่บริสุทธิ์  และหากยาวยิวคนใดพูดหรือสัมผัสกับชาวสะมาเรียก็ถือว่าไม่บริสุทธิ์ด้วย

    พระเยซูเจ้าเสด็จมาช่วยคนสุดท้าย (ชายขอบสังคม)  คนเล็กๆ และโรคเรื้อน  ไม่ได้รับเกียรติในสังคม  ถูกรังเกียจเดียดฉันท์  แต่พวกเขากลับเป็นประจักษ์พยานถึงอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด  บางทีนี่เป็นการอธิบายเหตุผลที่พระองค์เลือกชาวสะมาเรียให้เป็นฮีโร่ในอุปมาเรื่องนี้  ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งไม่ได้รับการเคารพ  แต่กลับเต็มใจช่วยรักษาแผลคนแปลกหน้า  นำเขาขึ้นหลังสัตว์  จ่ายค่าดูแล  และสัญญาจะชำระส่วนที่จ่ายเกินให้อีก  กิจการของเขาเป็นคำตอบคนชอบถามว่า “พระเยซูเจ้าควรทำอะไร”  เมื่อเราพบลักษณะเดียวกันนี้  คำถามเหมือนเดิมคือ “ท่านจะทำอะไร”

    เรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจนว่า เราต้องปกป้องและช่วยเหลือคนจน  คนหิวโหย  ไร้บ้านที่อาศัย  คนเจ็บไข้  ผู้อพยพ  ผู้ถูกคุมขัง  คนที่มีความทุกข์ในรูปแบบต่างๆ มากมายรอบตัวเรา  ในบ้านของเราเอง  ในที่ทำงาน  ในโรงเรียน  ในเขตวัด  ทั้งพระเยซูเจ้าและนักกฎหมายเห็นพ้องตรงกันว่า “จงรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง”  จะทำเช่นนี้ได้  เราต้องค้นพบสิ่งที่เหมือนพระเยซูในตัวตนเอง  ก่อนที่เราจะสามารถรับใช้พระองค์ในคนอื่น  ลองคิดย้อนหลัง ถ้าเราไม่สามารถปฏิบัติธรรมบัญญัติข้อแรกที่สั่งให้รักพระเจ้าก่อนและรักพระองค์เหนื่อสิ่งอื่นใดๆ เราจะไม่มีแรงจูงใจไปปฏิบัติธรรมบัญญัติที่สอง  เพราะโมเสสได้กล่าวในบทอ่านแรกว่า “ท่านจะต้องเชื่อฟังพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้า  พระเจ้าของท่าน  ปฏิบัติตามบทบัญญัติและข้อกำหนดที่เขียนไว้ในหนังสือธรรมบัญญัติเล่มนี้... พระวาจานี้อยู่ใกล้กับท่านมาก คืออยู่ในปากและในใจของท่าน  เพื่อท่านจะนำไปปฏิบัติได้” (ฉธบ. 30:10,14)

พระสังฆราชวีระ  อาภรณ์รัตน์  แปล
จาก Homilies (กรกฎาคม – กันยายน 2013)  หน้า 269-271

 

ข่าวสารและประชาสัมพันธ์

       วันพุธที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 เวลา 14.00 - 17.00 น. ประชุมคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 2/2026 มีผู้เข้าร่วม จำนวน 21 ท่าน ณ บ้านผู้หว่าน สามพราน จ.นครปฐม

               ช่วงเช้า 09.00-11.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 5 คริสตจักรพระคุณคณะแบ๊บติสต์ สุขุมวิท 19 กรุงเทพ และในช่วงบ่าย มีการประชุมใหญ่สามัญปี 2026 เวลา 13:00-15:50 น. ห้องประชุมชั้น 1 ในวันและสถานที่เดียวกัน

       วันพุธที่ 21 มกราคม ค.ศ. 2026 เวลา 14.00 - 17.00 น. ประชุมคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 1/2026 มีผู้เข้าร่วมจาก 8 สังฆมณฑลฯ จำนวน 24 ท่าน ณ บ้านผู้หว่าน สามพราน จ.นครปฐม

           คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม แผนกพระคัมภีร์ ระดับชาติ จัดการชุมนุมคนรักพระคัมภีร์ในปีศักดิ์สิทธิ์แห่งความหวัง "พลังแห่งการไตร่ตรองพระวาจา" (Liturgical Bible study) 29-30 ตุลาคม 2025 ณ ศูนย์อบรมงานอภิบาลบ้านผู้หว่า อ.สามพราน จ.นครปฐม โดย FR.Arlo Bernardo Yap ,SVD เป็นวิทยากร

           ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ แผนกพระคัมภีร์ ครั้งที่ 2/2025 วันพุธที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 2025 เวลา 14.00-17.00 น. ณ ศูนย์อบรมงานอภิบาล “บ้านผู้หว่าน” อ.สามพราน เพื่อติดตามการดำเนินงานระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2025 และหารือวางแผนการจัด "งานชุมนุมคนรักพระคัมภีร์" ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในปลายเดือนตุลาคมนี้

           ประชุมกรรมการอำนวยการ สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2025 วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2025 เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมคริสตจักรใจสมาน สุขุมวิท ซอย 6 มีผู้เข้าร่วมประชุม 9 ท่าน โดยมีศาสนาจารย์ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ เป็นประธาน และอาจารย์ประกิจ ตรีทศายุธ เลขาธิการดำเนินการประชุมฯ เพื่อเป็นการรายงานการทำงาน ติดตาม เสนอแนะ และปรึกษาหารือร่วมกันทุกๆไตรมาสเพื่อการดำเนินงานของสมาคมฯ

       สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย จัดการศึกษาเนื้อหาของสังคายนาวาติกันที่ 2 ในโอกาสปีศักดิ์สิทธิ์ ค.ศ. 2025 (ครั้งที่ 3) "สังฆธรรมนูญเรื่อง การเผยความจริงของพระเจ้า" (DEI VERBUM) วันอังคารที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2025 เวลา 09.00 - 12.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 10 อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในรูปแบบ On-site และ Online

สมัครเรียนพระคัมภีร์ทางไปรษณีย์และทางไลน์

บทสวดของฉัน - Little Prayers โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

E-book เชิญมาอ่านพระคัมภีร์กันเถอะ

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation

biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯสมาคมพระคริสตธรรมไทย

Sunday of the Word of God 2026

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย ศรินทร เมธีวัชรานนท์

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1