"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

ภัยพิบัติประการที่ห้า ฝูงสัตว์ของชาวอียิปต์ล้มตาย

9 1พระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสสว่า จงไปเฝ้ากษัตริย์ฟาโรห์ ทูลว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าของชาวฮีบรูตรัสดังนี้ จงปล่อยประชากรของเราไปนมัสการเรา 2ถ้าพระองค์ไม่ทรงยอมให้เขาไป ยังเหนี่ยวรั้งไว้ 3พระยาห์เวห์จะทรงบันดาลให้เกิดโรคระบาดอย่างรุนแรงแก่ฝูงสัตว์ในทุ่งนา ม้า ลา อูฐ โคและฝูงแพะแกะ 4พระยาห์เวห์จะทรงแสดงความแตกต่างระหว่างฝูงสัตว์ของชาวอิสราเอลกับฝูงสัตว์ของชาวอียิปต์ จะไม่มีสัตว์ของชาวอิสราเอลแม้เพียงตัวเดียวตาย 5พระยาห์เวห์ทรงกำหนดเวลาไว้แล้วว่า พรุ่งนี้พระยาห์เวห์จะทรงกระทำสิ่งนี้ในแผ่นดิน” 6วันรุ่งขึ้น พระยาห์เวห์ทรงกระทำตามที่ตรัสไว้ สัตว์ของชาวอียิปต์ตายหมด แต่สัตว์ของชาวอิสราเอลไม่ตายสักตัวเดียว 7กษัตริย์ฟาโรห์ทรงส่งคนไปสำรว จและทรงรู้ว่าสัตว์ของชาวอิสราเอลไม่ตายเลย แต่กษัตริย์ฟาโรห์ก็ยังมีพระทัยดื้อดึงไม่ยอมปล่อยประชากรไป

 

ภัยพิบัติประการที่หก ฝีร้าย

8พระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสสและอาโรนว่า “จงเอาขี้เถ้ากอบหนึ่งจากเตาไฟ ให้โมเสสโปรยในอากาศเฉพาะพระพักตร์กษัตริย์ฟาโรห์ 9ขี้เถ้าจะกลายเป็นฝุ่นกระจายไปทั่วแผ่นดินอียิปต์ ทำให้เกิดฝีแตกเป็นหนองขึ้นตามตัวมนุษย์และสัตว์ทั่วแผ่นดินอียิปต์” 10เขาทั้งสองคนจึงกอบขี้เถ้าจากเตาไฟและมาเฝ้ากษัตริย์ฟาโรห์ โมเสสโปรยขี้เถ้าขึ้นไปในอากาศ ทำให้เกิดฝีแตกเป็นหนองตามตัวมนุษย์และสัตว์ 11บรรดาผู้วิเศษไม่อาจยืนอยู่ต่อหน้าโมเสสได้ เพราะเขาเหล่านั้นมีฝีตามตัวเหมือนชาวอียิปต์อื่นๆ ด้วย 12แต่พระยาห์เวห์ทรงบันดาลให้กษัตริย์ฟาโรห์มีพระทัยดื้อดึง ไม่ทรงยอมฟังโมเสสและอาโรน ดังที่พระยาห์เวห์ตรัสไว้แก่โมเสส

 

ภัยพิบัติประการที่เจ็ด ลูกเห็บ

13พระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสสว่า จงไปเฝ้ากษัตริย์ฟาโรห์แต่เช้าตรู่ ทูลว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าของชาวฮีบรูตรัสดังนี้ จงปล่อยประชากรของเราไปนมัสการเรา 14ครั้งนี้เราจะลงโทษพระองค์a ตลอดจนข้าราชบริพารและประชาชนของพระองค์อย่างหนัก พระองค์จะได้ทรงทราบว่าไม่มีใครเท่าเทียมเราทั่วแผ่นดิน 15ถ้าเราจะลงโทษพระองค์ และประชาชนของพระองค์ด้วยโรคระบาด ทั้งพระองค์และประชาชนจะถูกทำลายจนหมดสิ้นไปจากแผ่นดิน 16แต่เราจะยอมให้พระองค์มีพระชนมชีพอยู่ก็เพื่อสำแดงอานุภาพของเรา และเพื่อประกาศนามของเราไปทั่วแผ่นดิน 17แต่พระองค์ยังทรงต่อต้านประชากรของเรา ไม่ทรงยอมปล่อยเขาไป 18จงฟังให้ดี พรุ่งนี้ ในเวลานี้แหละ เราจะบันดาลให้ลูกเห็บตกหนักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในอียิปต์ ตั้งแต่ตั้งแผ่นดินมาจนถึงทุกวันนี้ 19บัดนี้ จงสั่งให้ต้อนฝูงสัตว์และนำทุกสิ่งที่พระองค์ทรงมีอยู่ในทุ่งนาเข้ามาอยู่ใต้หลังคา ลูกเห็บจะตกใส่มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายที่อยู่ในทุ่งนา และไม่ได้เข้ามาอยู่ใต้หลังคา มนุษย์และสัตว์ที่ไม่อยู่ใต้หลังคาจะตายสิ้น” 20ข้าราชบริพารบางคนของกษัตริย์ฟาโรห์ยำเกรงพระยาห์เวห์ จึงให้ทาสและฝูงสัตว์ของตนเข้ามาอยู่ใต้หลังคา 21ส่วนคนอื่นๆ ไม่สนใจพระวาจาของพระยาห์เวห์ จึงปล่อยให้ทาสและฝูงสัตว์อยู่ในทุ่งนา

22พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงยื่นมือขึ้นไปยังท้องฟ้า แล้วลูกเห็บจะตกลงมาทั่วแผ่นดินอียิปต์ ตกใส่มนุษย์ สัตว์ และพืชในทุ่งนาในแผ่นดินอียิปต์” 23โมเสสจึงยกไม้เท้าชี้ไปยังท้องฟ้า พระยาห์เวห์ทรงบันดาลให้ฟ้าร้องb ลูกเห็บตก ฟ้าผ่าลงมาบนแผ่นดิน พระยาห์เวห์ทรงบันดาลให้ลูกเห็บตกลงมาบนแผ่นดินอียิปต์ 24ลูกเห็บตกพร้อมกับมีฟ้าแลบแปลบปลาบ พายุลูกเห็บรุนแรงมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนทั่วแผ่นดินอียิปต์ ตั้งแต่อียิปต์เป็นชาติขึ้นมา 25ทั่วแผ่นดินอียิปต์ลูกเห็บตกใส่มนุษย์และสัตว์ที่อยู่ในทุ่งนา ลูกเห็บตกใส่พืชทั้งหมดในทุ่งนา ผ่าต้นไม้ออกเป็นเสี่ยงๆ 26แผ่นดินโกเชนที่ชาวอิสราเอลอาศัยอยู่เท่านั้นไม่มีลูกเห็บตก

          27กษัตริย์ฟาโรห์ทรงส่งคนไปเรียกโมเสสและอาโรนมาเฝ้า ตรัสว่า “ครั้งนี้เราทำผิดไปแล้ว พระยาห์เวห์ทรงเป็นฝ่ายถูก เรากับประชาชนของเราเป็นฝ่ายผิด 28จงอธิษฐานภาวนาต่อพระยาห์เวห์เถิดว่า ฟ้าร้องและลูกเห็บลงโทษเราเพียงพอแล้ว เราจะปล่อยท่านทั้งหลายไป ท่านไม่ต้องอยู่อีกต่อไป” 29โมเสสทูลตอบว่า “ทันทีที่ข้าพเจ้าออกจากเมือง ข้าพเจ้าจะกางแขนอ้อนวอนพระยาห์เวห์ ฟ้าจะหยุดร้อง ลูกเห็บจะหยุดตก พระองค์จะได้ทรงทราบว่า แผ่นดินนี้เป็นของพระยาห์เวห์ 30แต่ข้าพเจ้าทราบว่าพระองค์และบรรดาข้าราชบริพารยังไม่ยำเกรงพระยาห์เวห์พระเจ้า 31ต้นป่านและต้นข้าวบาร์เลย์ถูกทำลายหมด เนื่องจากเวลานั้นข้าวบาร์เลย์กำลังออกรวงและต้นป่านกำลังออกดอก 32ส่วนข้าวสาลีและข้าวฟ่างไม่เสียหาย เพราะออกรวงช้ากว่า”

33โมเสสทูลลากษัตริย์ฟาโรห์แล้วออกไปจากเมือง เขากางแขนอ้อนวอนพระยาห์เวห์ ฟ้าก็หยุดร้อง ลูกเห็บและฝนก็หยุดตกบนแผ่นดิน 34เมื่อกษัตริย์ฟาโรห์ทรงเห็นว่า ฝน ลูกเห็บและฟ้าร้องหยุดแล้ว พระองค์ก็ทรงทำผิดอีก มีพระทัยดื้อรั้นเช่นเดียวกับบรรดาข้าราชบริพาร 35กษัตริย์ฟาโรห์ยังมีพระทัยดื้อดึง ไม่ทรงยอมปล่อยชาวอิสราเอลไปดังที่พระยาห์เวห์ตรัสไว้แก่โมเสส

 

9 a แปลตามตัวอักษรว่า “พระทัยของพระองค์”

b แปลตามตัวอักษรว่า “ให้เสียง” “ฟ้าร้องคือพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์” (ดู ข้อ 29; 19:19; โยบ 37:2; สดด 18:13; 29:3-9)

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก