"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

หญิงชาวชูเนมได้รับความเป็นธรรม a

8 1เอลีชาบอกหญิงที่เขาทำให้บุตรของนางกลับมีชีวิตว่า “ท่านและครอบครัวจงออกเดินทางไปอาศัยอยู่ที่อื่นชั่วคราว เพราะพระยาห์เวห์ทรงกำหนดให้เกิดการกันดารอาหารในแผ่นดินเป็นเวลาเจ็ดปี” 2หญิงคนนั้นก็ทำตามที่คนของพระเจ้าบอก นางพาครอบครัวไปอยู่ในแผ่นดินของชาวฟีลิสเตียเป็นเวลาเจ็ดปี 3ปลายปีที่เจ็ด นางก็กลับมาจากแผ่นดินของชาวฟีลิสเตียเข้าไปเฝ้ากษัตริย์ ทูลขอบ้านและที่ดินของนางคืนb

4กษัตริย์กำลังตรัสกับเกหะซีผู้รับใช้ของคนของพระเจ้าว่า “จงเล่าเรื่องอัศจรรย์ทั้งหมดที่เอลีชาเคยทำให้เราฟังซิ” 5ขณะที่เกหะซีกำลังทูลกษัตริย์ว่าเอลีชาทำให้คนตายมีชีวิตขึ้นมาอย่างไร หญิงซึ่งเอลีชาทำให้บุตรของนางกลับมีชีวิตก็เข้ามาทูลกษัตริย์ขอบ้านและที่ดินของตนคืน เกหะซีทูลว่า “ข้าแต่พระราชาเจ้านายของข้าพเจ้า นี่คือหญิงคนนั้น และนี่คือบุตรของนางที่เอลีชาทำให้กลับมีชีวิต” 6กษัตริย์ตรัสถามหญิงคนนั้น นางก็ทูลเล่าเรื่องให้ทรงฟัง กษัตริย์ทรงให้ข้าราชบริพารคนหนึ่งช่วยเหลือหญิงคนนั้น ตรัสว่า “จงคืนทุกสิ่งที่เป็นของนาง รวมทั้งราคาผลิตผลทั้งหมดที่ได้จากไร่นาของนางตั้งแต่วันที่นางออกจากแผ่นดินไปจนถึงบัดนี้”

 

เอลีชาและฮาซาเอลที่กรุงดามัสกัส

7เอลีชาไปที่กรุงดามัสกัส กษัตริย์เบนฮาดัดcแห่งอารัมกำลังทรงพระประชวร มีผู้ทูลพระองค์ว่า “คนของพระเจ้ามาอยู่ที่นี่แล้ว” 8กษัตริย์จึงทรงสั่งฮาซาเอลdว่า “จงนำของกำนัลไปให้คนของพระเจ้าและขอให้เขาทูลถามพระยาห์เวห์ว่า เราจะหายจากโรคนี้หรือไม่”

9ฮาซาเอลจึงนำของดีที่สุดทุกชนิดของกรุงดามัสกัสเป็นของกำนัลบรรทุกหลังอูฐสี่สิบตัว ออกเดินทางไปพบเอลีชา เมื่อมาถึง เขาหยุดยืนต่อหน้าเอลีชา บอกว่า “บุตรของท่าน เบนฮาดัดกษัตริย์แห่งอารัมทรงส่งข้าพเจ้ามาพบท่าน เพื่อถามว่าพระองค์จะทรงหายประชวรหรือไม่” 10เอลีชาตอบว่า “จงไปทูลพระองค์ว่า พระองค์จะทรงหายประชวรแน่ๆe แต่โดยแท้จริงแล้วพระยาห์เวห์ทรงเปิดเผยแก่ข้าพเจ้าว่า พระองค์จะสิ้นพระชนม์อย่างแน่นอน” 11แล้วเอลีชาก็จ้องมองหน้าฮาซาเอลนิ่งๆ เป็นเวลานานf จนฮาซาเอลรู้สึกไม่สบายใจ ทันใดนั้นคนของพระเจ้าก็ร้องไห้ 12ฮาซาเอลจึงถามว่า “ทำไมเจ้านายของข้าพเจ้าจึงร้องไห้” เอลีชาตอบว่า “เพราะข้าพเจ้ารู้ว่าท่านจะทำทารุณชาวอิสราเอล ท่านจะจุดไฟเผาป้อมปราการ จะฆ่าชายหนุ่มฉกรรจ์ จะฟาดทารกกับพื้นดินจนตาย และจะผ่าท้องหญิงมีครรภ์” 13ฮาซาเอลตอบว่า “ผู้รับใช้ของท่านเป็นแต่เพียงสุนัขตัวหนึ่งg จะทำสิ่งใหญ่โตเช่นนี้ได้อย่างไร” เอลีชาตอบว่า “พระยาห์เวห์ทรงเปิดเผยแก่ข้าพเจ้าว่า ท่านจะได้เป็นกษัตริย์ปกครองอารัม”

14ฮาซาเอลจึงลาจากเอลีชากลับไปเฝ้ากษัตริย์ ซึ่งตรัสถามว่า “เอลีชาได้บอกอะไรกับท่าน” เขาตอบว่า “เขาบอกข้าพเจ้าว่าพระองค์จะทรงหายประชวร” 15วันรุ่งขึ้น ฮาซาเอลhใช้ผ้าห่มชุบน้ำปิดพระพักตร์ปลงพระชนม์กษัตริย์ แล้วฮาซาเอลก็ขึ้นเป็นกษัตริย์สืบต่อมา

 

รัชสมัยกษัตริย์เยโฮรัมแห่งยูดาห์ (848-841 ก่อน ค.ศ.)

16ปีที่ห้าในรัชกาลกษัตริย์เยโฮรัมพระโอรสของกษัตริย์อาคับแห่งอิสราเอลi เยโฮรัมพระโอรสของกษัตริย์เยโฮชาฟัททรงเป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์ 17พระองค์มีพระชนมายุสามสิบสองพรรษาเมื่อทรงครองราชย์ และทรงปกครองที่กรุงเยรูซาเล็มเป็นเวลาแปดปี 18พระองค์ทรงดำเนินตามวิถีทางของบรรดากษัตริย์แห่งอิสราเอลดังที่ราชวงศ์กษัตริย์อาคับเคยกระทำ เพราะพระธิดาของกษัตริย์อาคับjเป็นมเหสี พระองค์ทรงกระทำความชั่วเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ 19แต่พระยาห์เวห์ไม่ทรงประสงค์จะทำลายยูดาห์ เพราะทรงเห็นแก่ดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ ดังที่ทรงสัญญาไว้ว่า “ดาวิดและบุตรหลานจะได้มีราชวงศ์kคงอยู่ต่อหน้าเราตลอดไป”

20ในรัชสมัยของพระองค์ เอโดมเป็นกบฏแยกตัวจากการปกครองของยูดาห์ แต่งตั้งกษัตริย์ขึ้นปกครองตนเองl 21เยโฮรัมจึงทรงยกทัพพร้อมกับรถศึกทั้งหมดไปที่เมืองศาอีร์m... กองทัพเอโดมยกมาล้อมกองทัพของพระองค์ไว้ แต่ในเวลากลางคืน พระองค์กับบรรดานายทหารรถศึกตีฝ่าวงล้อมของชาวเอโดมไปได้ บรรดาทหารของพระองค์ต่างก็หลบหนีกลับไปบ้านของตน 22เอโดมเป็นกบฏแยกตัวจากการปกครองของยูดาห์เป็นอิสระจนถึงวันนี้ ลิบนาห์nก็เป็นกบฏในเวลานั้นเช่นเดียวกัน

23เหตุการณ์ในรัชสมัยกษัตริย์เยโฮรัม และการกระทำทั้งหมดของพระองค์ มีบันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารของกษัตริย์แห่งยูดาห์

24กษัตริย์เยโฮรัมสิ้นพระชนม์และทรงถูกฝังไว้ในนครของกษัตริย์ดาวิด อาคัสยาห์พระโอรสทรงครองราชย์สืบต่อมา

 

รัชสมัยกษัตริย์อาคัสยาห์แห่งยูดาห์ (841 ก่อน ค.ศ.)

25ปีที่สิบสองในรัชกาลของกษัตริย์เยโฮรัมพระโอรสของกษัตริย์อาคับแห่งอิสราเอล อาคัสยาห์พระโอรสของกษัตริย์เยโฮรัมแห่งยูดาห์ทรงเป็นกษัตริย์ 26กษัตริย์อาคัสยาห์มีพระชนมายุยี่สิบสองพรรษาเมื่อทรงครองราชย์และทรงปกครองที่กรุงเยรูซาเล็มเป็นเวลาหนึ่งปี พระมารดาทรงพระนามว่าอาธาลิยาห์ เป็นพระนัดดาของกษัตริย์อมรีแห่งอิสราเอล 27พระองค์ทรงดำเนินตามวิถีทางของราชวงศ์กษัตริย์อาคับ ทรงกระทำความชั่วเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ ดังที่ราชวงศ์กษัตริย์อาคับเคยกระทำ เพราะทรงเกี่ยวดองกับราชวงศ์กษัตริย์อาคับโดยการอภิเษกสมรส

28พระองค์ทรงร่วมมือกับกษัตริย์เยโฮรัมพระโอรสของกษัตริย์อาคับ ทำสงครามกับกษัตริย์ฮาซาเอลแห่งอารัมที่เมืองราโมทในแคว้นกิเลอาด แต่กษัตริย์เยโฮรัมทรงได้รับบาดเจ็บจากชาวอารัม 29กษัตริย์เยโฮรัมเสด็จกลับมาที่เมืองยิสเรเอล เพื่อทรงรักษาบาดแผลที่ทรงได้รับจากชาวอารัมที่เมืองรามาห์ในการต่อสู้กับกษัตริย์ฮาซาเอลแห่งอารัม กษัตริย์อาคัสยาห์พระโอรสของกษัตริย์เยโฮรัมแห่งยูดาห์เสด็จไปเยี่ยมกษัตริย์เยโฮรัมพระโอรสของกษัตริย์อาคับที่เมืองยิสเรเอล เพราะกษัตริย์เยโฮรัมกำลังประชวร

 

8 a ข้อความตอนนี้ต่อจากเรื่องที่จบลงใน 4:37

b บ้านและที่ดินของนางคงถูกเพื่อนบ้านหรือชาวนายึดเอาไประหว่างที่นางไม่อยู่

c เบนฮาดัดในเรื่องนี้คงเป็นเบนฮาดัดที่สอง เช่นเดียวกับใน 1 พกษ 20:1

d ฮาซาเอลคงเป็นข้าราชบริพารใกล้ชิดคนหนึ่งของกษัตริย์เบนฮาดัด ต่อมาจะปลงพระชนม์เบนฮาดัดและขึ้นเป็นกษัตริย์สืบต่อมา

e “พระองค์จะทรงหายประชวรแน่ๆ” ผู้อ่านอาจข้องใจว่าทำไมประกาศกซึ่งรู้แล้วว่าเบนฮาดัดจะสิ้นพระชนม์ แต่แนะนำฮาซาเอลให้ไปทูลเบนฮาดัดว่าจะทรงหายประชวรแน่ๆ เพื่อแก้ปัญหานี้ ผู้คัดลอกบางคนแก้ไขตัวบทเป็นว่า “พระองค์จะไม่ทรงหายประชวรแน่ๆ” แต่ไม่จำเป็นต้องแก้ไขตัวบทก็ได้ เพราะเหตุการณ์อนาคตที่พระยาห์เวห์ทรงเปิดเผยให้เอลีชานั้น พระองค์ทรงประสงค์จะบอกแก่ฮาซาเอลมากกว่าแก่เบนฮาดัด

f “จ้องมองหน้าเป็นเวลานาน” แปลโดยคาดคะเน * อากัปกริยานี้แสดงว่าประกาศกกำลังรับการดลใจจากพระเจ้า

g “สุนัข” ฮาซาเอลเปรียบตนเองเป็นสุนัขตัวหนึ่งเพื่อแสดงความถ่อมตนว่าตนไม่ใช่คนสำคัญอะไร (ดู 1 ซมอ 9:8) ฮาซาเอลจึงประหลาดใจที่เอลีชาทำนายว่าตนจะได้เป็นคนยิ่งใหญ่

h “ฮาซาเอล” ประโยคนี้ในตัวบทภาษาฮีบรูไม่มีประธาน เราจึงไม่รู้แน่ว่าใครเป็นผู้กระทำการ แต่น่าจะเป็นฮาซาเอลซึ่งปลงพระชนม์เบนฮาดัดมากกว่า

i ต้นฉบับภาษาฮีบรูเสริมว่า “ขณะที่เยโฮซาฟัททรงเป็นกษัตริย์แห่งยูดาห์” แต่สำนวนแปลโบราณไม่มีประโยคนี้

j “ธิดาของกษัตริย์อาคับ” ผู้นี้คือพระนางอาธาลิยาห์ (ดู บทที่ 11 และ 2 พศด 21:6) พระนางจึงเป็นพระนัดดาของกษัตริย์อมรี (ดู ข้อ 26 และ 2 พศด 22:2)

k “ราชวงศ์” แปลตามตัวอักษรว่า “ตะเกียง” (ดู 1 พกษ 11:36)

l “เอโดม” (ดู กดว 20:23) เป็นประเทศราชในปกครองของยูดาห์ในรัชสมัยของเยโฮชาฟัท (3:8-10ฯ; 1 พกษ 22:48)

m “ศาอีร์” เป็นชื่อสถานที่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน แต่ไม่ทราบว่าที่ใด ข้อความตั้งแต่ข้อ 20-22 ออกจะสับสน เพราะผู้คัดลอกอาจตัดข้อความบางตอนออกไป เพื่อไม่ต้องเล่าถึงความพ่ายแพ้ของยูดาห์

n “ลิบนาห์” เป็นเมืองอยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มทางตะวันตกราว 40 กิโลเมตร ได้กบฏต่อยูดาห์มาเป็นประเทศราชของชาวฟีลิสเตีย

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก