"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

มิตรไม่แท้

    37. 1มิตรทุกคนย่อมกล่าวว่า “ฉันก็เป็นมิตรเหมือนกัน”

          แต่บางคนเป็นมิตรแต่ชื่อ

          2มิตรสหายและเพื่อนที่กลายเป็นศัตรู

          เป็นความทุกข์ถึงตายมิใช่หรือ

          3ทำไมมนุษย์จึงมีความโน้มเอียงเลวทรามเช่นนี้a

          ความโน้มเอียงที่จะปกคลุมแผ่นดินด้วยความหลอกลวงนี้มาจากไหน

          4มิตรสหายแสดงความยินดีกับเพื่อนในยามสุข

          แต่ในยามทุกข์ก็กลายเป็นศัตรูb

          5มิตรสหายร่วมทุกข์กับเพื่อนเพื่อจะได้มีกินc

          แต่เมื่อมีการต่อสู้ เขาก็ยกโล่ขึ้นป้องกันตนเอง

          6อย่าลืมเพื่อนร่วมใจของท่าน

          อย่าลืมเขาเมื่อท่านมีทรัพย์สมบัติ

ที่ปรึกษา

            7ที่ปรึกษาย่อมให้คำแนะนำ

          แต่มีบางคนให้คำแนะนำเพื่อประโยชน์ของตน

          8จงระวังผู้ที่อยากให้คำแนะนำแก่ท่าน

          จงถามดูเสียก่อนว่าเขาต้องการอะไร

          เกรงว่าเขาจะแนะนำท่านเพื่อจะได้ผลประโยชน์

          แล้วปล่อยท่านให้เผชิญชะตากรรมของท่านเองd

          9เขาอาจบอกว่า “ท่านเดินทางถูกแล้ว”

          แต่แล้วก็จะยืนอยู่ห่างๆเพื่อดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับท่าน

          10อย่าปรึกษาคนที่มองท่านในแง่ร้าย

          จงซ่อนแผนการของท่านจากคนที่อิจฉาท่าน

          11อย่าปรึกษาหญิงถึงคู่แข่งของนางe

          อย่าปรึกษาคนขลาดถึงเรื่องสงคราม

          อย่าปรึกษาพ่อค้าเรื่องการค้าขาย

          อย่าปรึกษาผู้ซื้อเรื่องราคา

          อย่าปรึกษาคนอิจฉาเรื่องการรู้คุณ

          อย่าปรึกษาคนใจร้ายเรื่องความเมตตา

          อย่าปรึกษาคนเกียจคร้านเรื่องการงานใดๆ

          อย่าปรึกษาลูกจ้างชั่วคราวเรื่องผลเก็บเกี่ยวตลอดปี

          อย่าปรึกษาผู้รับใช้เกียจคร้านถึงงานใหญ่โต

          อย่าพึ่งคนเหล่านี้เพื่อจะได้คำปรึกษาใดๆ

          12แต่จงคบค้ากับผู้ยำเกรงพระเจ้าf

          ซึ่งท่านรู้ว่าเป็นผู้ปฏิบัติตามบทบัญญัติ

          และมีจิตใจเหมือนใจของท่าน

          ถ้าท่านพลาดพลั้ง เขาก็จะเห็นใจท่าน

          13แล้วท่านจงยึดมั่นคำแนะนำจากใจของท่าน

          เพราะไม่มีผู้ใดน่าวางใจมากกว่าคำแนะนำนั้น

          14บางครั้งมโนธรรมของมนุษย์เตือนเขา

          ดีกว่ายามเจ็ดคนที่เฝ้าอยู่บนหอคอย

          15แต่เหนือทุกสิ่งเหล่านี้ จงอธิษฐานภาวนาต่อพระผู้สูงสุด

          เพื่อท่านจะดำเนินชีวิตในหนทางแห่งความจริง

ปรีชาญาณแท้และไม่แท้

            16ก่อนจะทำงานใด ควรพูดจากันg

          ก่อนจะทำสิ่งใด ควรคิดให้ดี

          17ความคิดมีรากอยู่ในใจ

          และแตกแขนงออกเป็นสี่แขนงh

          18คือความดีและความชั่ว ชีวิตและความตาย

          แต่ลิ้นเป็นนายปกครองทั้งสี่สิ่งนี้อยู่ตลอดเวลา

          19บางคนเชี่ยวชาญในการสอนผู้อื่น

          แต่ไม่เป็นประโยชน์สำหรับตนเอง

          20บางคนพูดเก่ง แต่เป็นที่รังเกียจของผู้อื่น

          เขาจะต้องตายเพราะไม่มีอาหารกินi

          21องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ทรงให้เขาเป็นที่โปรดปราน

          เพราะเขาไม่มีปรีชาญาณเลย

          22บางคนมีปรีชาสำหรับตนเอง

          คำพูดที่แสดงปรีชาญาณของเขาบังเกิดผลถาวรj

          23บุรุษผู้มีปรีชาย่อมสั่งสอนประชากรของตน

          ความรู้ของเขาบังเกิดผลถาวรk

          24บุรุษผู้มีปรีชาจะได้รับพรอย่างเต็มเปี่ยม

          ทุกคนที่เห็นเขาย่อมกล่าวว่าเขามีความสุข

          25ชีวิตของมนุษย์มีจำนวนวันจำกัดอยู่

          แต่จำนวนวันของอิสราเอลนับไม่ถ้วน

          26ผู้มีปรีชาจะได้รับความไว้วางใจในหมู่ประชากรของตน

          นามของเขาจะดำรงอยู่ตลอดไป

ความรู้จักประมาณ

            27ลูกเอ๋ย จงบังคับตนตลอดชีวิต

          จงดูว่าสิ่งใดทำร้ายท่าน จงหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น

          28เพราะทุกสิ่งไม่เหมาะกับทุกคน

          และไม่ใช่ทุกคนชอบสิ่งเดียวกัน

          29อย่าตะกละอาหารอร่อยทุกอย่าง

          อย่ากินเพียงเพื่อความอร่อยเท่านั้น

          30เพราะกินมากเกินไปเป็นภัยแก่สุขภาพ

          การกินไม่รู้จักอิ่มทำให้ปวดท้อง

          31หลายคนตายเพราะกินมากเกินไป

          ส่วนผู้ที่รู้จักบังคับตนจะมีอายุยืนยาว

37 a .  “ทำไมมนุษย์จึงมีความโน้มเอียงเลวทรามเช่นนี้” – แปลตามตัวอักษรว่า “ความโน้มเอียงเลวทรามเอ๋ย ทำไมเจ้าจึงถูกสร้างขึ้นมา” ** ความโน้มเอียงที่นำมนุษย์ให้ทำบาปเป็นประเด็นสำคัญในคำสอนของบรรดาธรรมาจารย์

b “มิตรสหาย.....กลายเป็นศัตรู” – ข้อนี้ ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ผู้ฉวยโอกาสมาร่วมโต๊ะอาหารกับท่านเป็นเพื่อนเลว ในยามทุกข์ เขาก็จะตีห่างจากท่าน”

c “เพื่อจะได้มีกิน” – แปลตามตัวอักษรว่า “เพราะเห็นแก่กระเพาะ” – ต้นฉบับภาษาฮีบรูเน้นความแตกต่างระหว่างมิตรแท้กับมิตรไม่แท้ว่า มิตรแท้ต่อสู้กับศัตรู และหยิบอาวุธสู้กับศัตรูเพื่อป้องกันเพื่อนด้วย

d “แล้วปล่อยท่านให้เผชิญกับชะตากรรมของท่านเอง” – แปลโดยคาดคะเน ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ทำไมสิ่งนี้จึงเกิดขึ้น”

e ข้อ 11 นี้ขยายความข้อ 7-8 โดยให้ตัวอย่างของผู้ที่ให้คำปรึกษาเพื่อจะได้ผลประโยชน์ของตนเอง

f “ผู้ยำเกรงพระเจ้า” – เทียบ สภษ 1:7 เชิงอรรถ a – สำหรับบุตรสิรา ความยำเกรงพระเจ้าเป็นปรีชาญาณที่เหนือกว่าปรีชาญาณตามประสาโลก

g “ก่อนจะทำงานใด ควรพูดจากัน” – แปลตามตัวอักษรว่า “คำพูดเป็นการเริ่มต้นของการงานทุกอย่าง”

h “แตกแขนงออกเป้นสี่แขนง” – แปลตามต้นฉบับภาษาฮีบรู – ต้นฉบับภาษากรีกว่า “สี่ส่วนปรากฏมาเป็นเครื่องหมายแสดงการเปี่ยนแปลงของจิตใจ”

i ข้อ 19-20 ในภาษาฮีบรูว่า 19คนหนึ่งอาจมีปรีชาเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น แต่เป็นคนโง่สำหรับตนเอง 20อีกคนหนึ่งมีปรีชา แต่ผู้อื่นไม่ชอบเขาเพราะคำพูด เขาจะไม่มีอาหารอร่อยกินเลย

j “ผลถาวร” – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ผลสำหรับร่างกายของเขา”

k “ความรู้ของเขาบังเกิดผลถาวร” – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ผลของความรู้ของเขาเป็นของประชากร”

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2021

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก