"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

Bible Diary เดือนตุลาคม 2021

bible diary2021

วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2021
สัปดาห์ที่ 31 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโรม (ฉธบ 6:2-6)
             
โมเสสได้กล่าวกับประชาชนว่า “ตราบเท่าที่ท่านทั้งหลายยังมีชีวิตอยู่ ท่านกับบุตรหลานของท่านจะต้องยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน ปฏิบัติตามข้อกำหนดและบทบัญญัติซึ่งข้าพเจ้ามอบให้ท่าน เพื่อท่านจะมีชีวิตยืนยาว ชาวอิสราเอลเอ๋ย จงฟังและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แล้วท่านทั้งหลายจะอยู่อย่างมีความสุข และจะทวีจำนวนมากขึ้นในแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ ดังที่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของบรรพบุรุษของท่านทรงสัญญาไว้
               ชาวอิสราเอลเอ๋ย จงฟังเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงเป็นพระเจ้าของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้ามีเพียงพระองค์เดียว ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน สุดจิตใจ สุดวิญญาณ และสุดกำลังของท่าน ถ้อยคำเหล่านี้ที่ข้าพเจ้ามอบให้ท่านในวันนี้ จะต้องอยู่ในใจของท่าน”

 

บทอ่านจากจดหมายถึงชาวฮีบรู (ฮบ 7:23-28)
              พี่น้อง สมณะในพันธสัญญาเดิมนั้นมีจำนวนมากมาย เพราะความตายขัดขวางมิให้เขาคงอยู่ แต่เพราะพระเยซูเจ้าทรงดำรงอยู่ตลอดไป พระองค์จึงทรงเป็นสมณะนิรันดร ด้วยเหตุนี้ พระเยซูเจ้าจึงทรงสามารถอย่างยิ่งที่จะช่วยคนทั้งปวงซึ่งเข้ามาหาพระเจ้าโดยทางพระองค์ให้ได้รับความรอดพ้น เพราะว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่เป็นนิจเพื่อทูลขอพระกรุณาให้คนเหล่านั้น
               มหาสมณะเช่นนี้เหมาะสมกับเรา คือเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ไร้ความผิด ไร้มลทิน แยกจากคนบาปทั้งปวง ประทับอยู่เหนือสวรรค์ชั้นฟ้า ไม่จำเป็นที่พระองค์จะต้องทรงนำเครื่องบูชามาถวายพระเจ้าทุกวัน ดังเช่นมหาสมณะองค์อื่นๆ เพื่อถวายชดเชยบาปของตนเองก่อน แล้วจึงถวายชดเชยบาปของประชากร ส่วนพระเยซูเจ้าเมื่อทรงถวายพระองค์เอง ได้ทรงกระทำเช่นนี้เพียงครั้งเดียวโดยมีผลตลอดไป ความจริง ธรรมบัญญัติได้แต่งตั้งมนุษย์ที่มีความอ่อนแอให้เป็นมหาสมณะ แต่คำสาบานของพระเจ้าซึ่งมาภายหลังธรรมบัญญัตินั้น ได้แต่งตั้งพระบุตรผู้ทรงบรรลุถึงความสมบูรณ์แล้วตลอดไปให้เป็นมหาสมณะ

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก (มก 12:28-34)
               เวลานั้น ธรรมาจารย์คนหนึ่งเข้ามาเฝ้าพระเยซูเจ้า ได้ฟังการโต้เถียงเรื่องนี้ และเห็นว่าพระองค์ทรงตอบได้ดี จึงทูลถามพระองค์ว่า ‘บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ!” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า ‘บทบัญญัติเอกก็คือ อิสราเอลเอ๋ย จงฟังเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเราทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาและสุดกำลังของท่าน บทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่าบทบัญญัติสองประการนี้ ธรรมาจารย์คนนั้นทูลว่า ‘พระอาจารย์ ท่านตอบได้ดี จริงทีเดียวที่ท่านกล่าวว่า พระเจ้ามีแต่เพียงพระองค์เดียวและนอกจากพระองค์แล้วไม่มีพระเจ้าอื่นเลย การจะรักพระองค์สุดจิตใจ สุดความเข้าใจและสุดกำลัง และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเองนี้มีคุณค่ามากกว่าเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องสักการบูชาใดๆทั้งสิ้น’ พระเยซูเจ้าทรงเห็นว่าเขาพูดอย่างเฉลียวฉลาด จึงตรัสว่า ‘ท่านอยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า’ หลังจากนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าทูลถามพระองค์อีกเลย

 

ข้อคิด
                พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ท่าน(ผู้มีภูมิรู้และตอบถูกต้อง)อยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า” ซึ่งการอยู่ไม่ไกลนั้น ก็เป็นการบอกขยายความต่อว่า “ท่านยังไม่ได้เข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้านะ” เขาผู้นั้นมีต้นทุนที่ดีมาก แต่สำนวนไทยบอกว่า “ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” การลงมือปฏิบัติให้เป็นจริงในชีวิต จึงเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นประเด็นที่รอคอยให้หลากหลายผู้คน ก้าวไปสู่การรักพระเป็นเจ้า สุดหัวใจ สุดหัวคิด และสุดน้ำใจ ไม่มีการกั๊กเอาไว้ และเมื่อนั้นก็จะเกิดผลเป็นการรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ตามมา

bible diary2021วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2021
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโรม (รม 11:1-2ก,11-12,25-29)
         
พี่น้อง ข้าพเจ้าขอถามว่า “จริงหรือที่ว่าพระเจ้าทรงทอดทิ้งประชากรของพระองค์” เป็นไปไม่ได้ ข้าพเจ้าเป็นชาวอิสราเอลเชื้อสายของอับราฮัมจากตระกูลเบนยามิน พระเจ้าไม่ทรงทอดทิ้งประชากรที่ทรงเลือกสรรไว้ก่อนแล้ว พวกท่านไม่รู้หรือ
            ข้าพเจ้าจึงถามต่อไปว่า “จริงหรือที่ชาวอิสราเอลสะดุดล้มอยู่เช่นนั้นตลอดไป ไม่ใช่เลย แต่เพราะพวกเขาสะดุดล้ม ความรอดพ้นจึงมาถึงชนต่างชาติ เพื่อให้ชาวอิสราเอลเกิดความอิจฉา ถ้าการสะดุดล้มของพวกเขาทำให้โลกได้รับความไพบูลย์และความเสียหายของพวกเขาเป็นความไพบูลย์ของชนต่างชาติแล้ว ความไพบูลย์จะมีมากเพียงใด ถ้าชาวอิสราเอลทุกคนมีความเชื่อ
              พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านรู้ธรรมล้ำลึกประการนี้ เพื่อมิให้ท่านทะนงว่าตนฉลาด นั่นคือ การที่ชาวอิสราเอลส่วนหนึ่งมีจิตใจกระด้าง จนกระทั่งคนต่างชาติเข้ามามีความเชื่อครบจำนวนเสียก่อน ต่อจากนั้นชาวอิสราเอลทั้งหมดก็จะรอดพ้น ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “พระผู้ไถ่จะเสด็จมาจากศิโยน จะทรงขจัดความอธรรมออกไปจากยาโคบ และนี่จะเป็นพันธสัญญาของเรากับพวกเขา เมื่อเราจะขจัดบาปของพวกเขาให้สิ้นไป”
ชาวอิสราเอลยังคงเป็นปฏิปักษ์ต่อข่าวดี ซึ่งเป็นผลดีต่อท่านทั้งหลาย แต่พวกเขาได้รับการเลือกสรร พวกเขาจึงยังคงเป็นที่รักของพระเจ้าตามพระสัญญาที่ทรงให้ไว้แก่บรรพบุรุษ ทั้งนี้ เพราะพระเจ้าไม่ทรงเปลี่ยนพระทัยเพิกถอนของประทานที่ส่งให้เปล่าและพระกระแสเรียกของพระองค์

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา (ลก 14:1,7-11)
              วันสับบาโตวันหนึ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จไปเสวยพระกระยาหารที่บ้านของหัวหน้าชาวฟาริสีผู้หนึ่ง ผู้ที่อยู่ที่นั่นต่างจ้องมองพระองค์
พระเยซูเจ้าทรงสังเกตเห็นผู้รับเชิญต่างเลือกที่นั่งที่มีเกียรติ จึงตรัสเป็นอุปมากับเขาว่า “เมื่อมีใครเชิญท่านไปในงานมงคลสมรส อย่าไปนั่งในที่ที่มีเกียรติ เพราะถ้ามีคนสำคัญกว่าท่านได้รับเชิญมาด้วย เจ้าภาพที่เชิญท่านและเชิญเขาจะมาบอกท่านว่า ‘จงให้ที่นั่งแก่ผู้นี้เถิด’ แล้วท่านจะต้องอับอายไปนั่งที่สุดท้าย แต่เมื่อท่านได้รับเชิญ จงไปนั่งในที่สุดท้ายเถิด เพื่อเจ้าภาพที่เชิญท่านจะมาบอกท่านว่า ‘เพื่อนเอ๋ย จงไปนั่งในที่ที่ดีกว่านี้เถิด’ แล้วท่านจะได้รับเกียรติต่อหน้าผู้ร่วมโต๊ะทั้งหลาย เพราะทุกคนที่ยกตนขึ้นจะถูกกดให้ต่ำลง แต่ทุกคนที่ถ่อมตนลงจะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น”

 

ข้อคิด
           พระเยซูเจ้ามิได้ทรงสั่งสอนแนะนำให้เราสุภาพอ่อนน้อมอย่างมีเลห์นัย ที่ตีความตามลายลักษณ์อักษรว่า “จงนั่งที่สุดท้ายเถิด เพื่อจะได้รับการเชิญให้มานั่งในที่ที่ดีกว่า” แต่พระองค์ทรงบอกกับเราว่า แม้ในสถานการณ์ของชีวิตที่ดูตกต่ำย่ำแย่ เหมือนเป็นคนต่ำต้อยอยู่ในที่ที่ท้ายสุดของสังคม แต่พระเป็นเจ้าก็สามารถทำให้เกิดความดีได้ เหมือนที่นักบุญเปาโลกล่าวในจดหมายของท่านว่า “แม้ชาวอิสราแอลจะเป็นปฏิปักษ์ต่อข่าวดี แต่พระเป็นเจ้าทรงทำให้กลายเป็นโอกาสให้การประกาศข่าวดีได้แผ่ขยายไพบูลย์ไปสู่คนทั้งโลก” ....ด้วยความไว้วางใจในพระเท่านั้น ก็จะไม่มีสิ่งใดในโลกที่ทำร้ายเราได้

bible diary2021วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2021
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโรม (รม 9:1-5)
         
พี่น้อง ข้าพเจ้าพูดความจริงในพระคริสตเจ้า ข้าพเจ้าไม่มุสา มโนธรรมของข้าพเจ้าและพระจิตเจ้าร่วมเป็นพยานได้ว่า ข้าพเจ้ามีความเศร้าโศกใหญ่หลวง และมีความทุกข์ใจอยู่ตลอดเวลา ข้าพเจ้ายินดีถูกสาปแช่ง ถูกตัดขาดจากพระคริสตเจ้า ถ้าหากจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องของข้าพเจ้าซึ่งมีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน พี่น้องเหล่านี้คือชาวอิสราเอล ที่ได้เป็นบุตรบุญธรรม ได้รับเกียรติ พันธสัญญา ธรรมบัญญัติ รวมทั้งศาสนพิธีและพระสัญญาต่าง ๆ พวกเขามีบรรพบุรุษเป็นต้นตระกูลของพระ คริสตเจ้าตามธรรมชาติมนุษย์ พระองค์ทรงอยู่เหนือสรรพสิ่ง เป็นพระเจ้าและทรงได้รับการถวายสดุดีตลอดนิรันดร อาเมน

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา (ลก 14:1-6)
        วันสับบาโตวันหนึ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จไปเสวยพระกระยาหารที่บ้านของหัวหน้าชาวฟาริสีผู้หนึ่ง ผู้ที่อยู่ที่นั่นต่างจ้องมองพระองค์ ขณะนั้นชายคนหนึ่งเป็นโรคบวมกำลังอยู่เฉพาะพระพักตร์
          พระเยซูเจ้าจึงตรัสถามบรรดานักกฎหมายและชาวฟาริสีว่า “อนุญาตให้รักษาโรคในวันสับบาโตหรือไม่” แต่คนเหล่านั้นนิ่งเงียบ พระองค์จึงทรงสัมผัสผู้ป่วย ทรงรักษาเขา แล้วให้กลับไป
พระองค์ตรัสกับคนเหล่านั้นอีกว่า “ถ้าผู้ใดมีบุตรหรือมีโคตกลงไปในบ่อ จะไม่รีบฉุดขึ้นมาทันทีแม้เป็นวันสับบาโตหรือ” แต่คนเหล่านั้นตอบคำถามนี้ไม่ได้

 

ข้อคิด
ระหว่างการให้ความรักเมตตาช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งบางครั้งอาจจะกลายเป็นการเปิดช่องให้เกิดการตำหนิ ต่อต้าน และเป็นภัยถึงชีวิต พระเยซูเจ้าได้ทรงเลือกอย่างแรก พระองค์ทรงเลือกที่จะรักเรา มากกว่าชีวิตของพระองค์เอง ........ต่อหน้าพระองค์ เราขอกล่าวจากหัวใจว่า “ลูกขอบพระคุณพระองค์” และขออ้อนวอนพระองค์ว่า “โปรดให้กำลังกับลูก ในการติดตามแบบฉบับของพระองค์ ซึ่งลูกสารภาพว่า เป็นการยากที่จะทำแบบอย่างของพระองค์ที่ทรงเลือกรักคนอื่น มากกว่าชีวิตของพระองค์ ลูกจึงขอพระองค์ โปรดช่วยลูกด้วย”

bible diary2021วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2021
ฉลอง น.ซีโมน และ น.ยูดาห์ อัครสาวก
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวเอเฟซัส (อฟ 2:19-22)
          
พี่น้อง ท่านจึงไม่เป็นคนต่างด้าวหรือผู้อาศัยอีกต่อไป แต่เป็นเพื่อนร่วมชาติกับบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้า ถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารโดยมีบรรดาอัครสาวกและประกาศกเป็นรากฐาน มีพระคริสตเยซูทรงเป็นศิลาหัวมุม พระคริสตเจ้าทรงทำให้อาคารทุกส่วนต่อกันสนิทเจริญขึ้นเป็นพระวิหารศักดิ์สิทธิ์เพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ในพระคริสตเจ้า ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกันกำลังถูกก่อสร้างร่วมกันขึ้นเป็นที่ประทับของพระเจ้าเดชะพระจิตเจ้า

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา (ลก 6:12-19)
           ครั้งนั้น พระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นไปบนภูเขาเพื่ออธิษฐานภาวนาและทรงอธิษฐานภาวนาต่อพระเจ้าตลอดทั้งคืน ครั้นรุ่งเช้า พระองค์ทรงเรียกบรรดาศิษย์เข้ามาแล้วทรงคัดเลือกไว้สิบสองคน ประทานนามว่า “อัครสาวก” คือซีโมน ซึ่งเรียกว่าเปโตร อันดรูว์น้องชายของเขา ยากอบ ยอห์น ฟิลิป บาร์โธโลมิว มัทธิว โธมัส ยากอบบุตรอัลเฟอัส ซีโมนผู้มีสมญาว่า “ผู้รักชาติ” ยูดาส บุตรของยากอบ และยูดาส อิสคาริโอท ต่อมายูดาสผู้นี้จะเป็นผู้ทรยศ

            พระเยซูเจ้าเสด็จลงมาจากภูเขาพร้อมกับบรรดาศิษย์และทรงหยุดอยู่ ณ ที่ราบแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีศิษย์กลุ่มใหญ่และประชาชนจำนวนมากจากทั่วแคว้นยูเดีย จากกรุงเยรูซาเล็ม จากเมืองไทระ และจากเมืองไซดอนซึ่งอยู่ริมทะเล มาฟังพระองค์ และรับการรักษาให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บของตน บรรดาผู้ที่ถูกปีศาจรบกวนได้รับการรักษาด้วย ประชาชนทุกคนพยายามสัมผัสพระองค์ เพราะมีพระอานุภาพออกจากพระองค์ รักษาทุกคนให้หาย

 

ข้อคิด
ก่อนการทำงานตลอดทั้งวัน พระเยซูเจ้าได้อธิษฐานภาวนาตลอดทั้งคืน ส่วนงานที่พระองค์ทำนั้น ก็หาได้ประสบผลสำเร็จ 100 % ในการเลือกอัครสาวก ก็ยังล้มเหลวเกิดผู้ทรยศ 1 คน หรือในการช่วยบรรดาผู้ถูกปีศาจรบกวนและการช่วยรักษาโรคให้กับหลายๆคน แต่ในที่สุด เสียงที่ร้องตะโกนต่อหน้าปิลาโต ก็เหลือแต่เสียงว่า “เอาไปตรึงกางเขน ๆ” ดูเหมือนพระองค์ไม่ประสบความสำเร็จในภาระกิจของพระองค์ แต่การอธิษฐานภาวนาของพระองค์ก็ยังคงยืนหยัดจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต ด้วยการภาวนาถึง 3 ครั้ง ในสวนเกทเสมานี .....การภาวนา เป็นแก่นและแกนกลางของการเจริญชีวิตของพระเยซูเจ้าและของผู้ติดตามพระองค์ แม้ผลงานอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ 100% แต่ชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระผ่านทางการภาวนา ยังคงอยู่ต่อไป ไม่ล้มเหลว

bible diary2021วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2021
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา (ลก 13:22-30)
         
เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จผ่านเมืองและหมู่บ้าน ทรงสั่งสอนประชาชนและทรงเดินทางมุ่งไปกรุงเยรูซาเล็ม คนคนหนึ่งทูลถามพระองค์ว่า “พระเจ้าข้า มีคนน้อยคนใช่ไหมที่รอดพ้นได้”
           พระองค์ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “จงพยายามเข้าทางประตูแคบ เพราะเราบอกท่านทั้งหลายว่าหลายคนพยายามจะเข้าไป แต่จะเข้าไม่ได้ เมื่อเจ้าของบ้านจะลุกขึ้นเพื่อปิดประตู ท่านจะยืนอยู่ข้างนอก เคาะประตูพูดว่า ‘พระเจ้าข้า เปิดประตูให้พวกเราด้วย’ แต่เขาจะตอบว่า ‘เราไม่รู้ว่าพวกเจ้ามาจากที่ใด’ แล้วท่านก็จะพูดว่า ‘พวกเราได้กินได้ดื่มอยู่กับท่าน ท่านได้สอนในลานสาธารณะของเรา’ แต่เจ้าของบ้านจะตอบว่า ‘เราไม่รู้ว่าพวกเจ้ามาจากที่ใดไปให้พ้นจากเราเถิด เจ้าทั้งหลายที่กระทำการชั่วช้า’
เวลานั้น ท่านทั้งหลายจะร่ำไห้คร่ำครวญและขบฟันด้วยความขุ่นเคืองเมื่อแลเห็นอับราฮัม อิสอัคและยาโคบกับบรรดาประกาศกในพระอาณาจักรของพระเจ้า แต่ท่านทั้งหลายกลับถูกไล่ออกไปข้างนอก จะมีคนจากทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ทิศเหนือและทิศใต้ มานั่งร่วมโต๊ะในพระอาณาจักรของพระเจ้า
ดังนั้น พวกที่เป็นกลุ่มสุดท้ายจะกลับกลายเป็นกลุ่มแรก และพวกที่เป็นกลุ่มแรกจะกลับกลายเป็นกลุ่มสุดท้าย”

 

ข้อคิด
               “พวกเราได้กินดื่มพระกายและพระโลหิต ได้ร่วมพิธีกรรมและรับศีลศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ พระคัมภีร์ของพระองค์อยู่บนแท่นพระของเรา.....พระเจ้าข้า เปิดประตูให้พวกเราด้วย” ขออย่าให้พระวาจาต่อไปนี้ กลายเป็นคำตอบที่พระเยซูเจ้ายื่นให้กับเราเลยว่า “กลุ่มแรกจะกลับกลายเป็นกลุ่มสุดท้าย และกลุ่มสุดท้ายจะกลับกลายเป็นกลุ่มแรก” .......“ข้าแต่พระองค์ โปรดอย่าให้ลูกหลงอยู่กับงานของพระองค์ จนลืมที่จะอยู่กับพระองค์....การภาวนาขาดหายไปจากชีวิตของลูกจริงๆ โปรดอย่าให้ลูกหลงผิดต่อไปเลย พระเจ้าข้า”

bible diary2021วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2021
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโรม (รม 8:18-25)
    
พี่น้อง ข้าพเจ้าคิดว่า ความทุกข์ทรมานในปัจจุบันเปรียบไม่ได้เลยกับพระสิริรุ่งโรจน์ที่จะทรงบันดาลให้ปรากฏแก่เรา เพราะสรรพสิ่งต่างกำลังรอคอยอย่างกระวนกระวาย เพื่อพระเจ้าจะได้ทรงบันดาลให้บรรดาบุตรของพระองค์ปรากฏในพระสิริรุ่งโรจน์ สรรพสิ่งต้องอยู่ใต้อำนาจของอนิจจังมิใช่โดยสมัครใจ แต่ตามความประสงค์ของผู้ที่บังคับให้สรรพสิ่งต้องอยู่ในสภาพดังกล่าว ถึงกระนั้น สรรพสิ่งยังมีความหวังว่า จะได้รับการปลดปล่อยจากการเป็นทาสของความเสื่อมสลายเพื่อไปรับ อิสรภาพอันรุ่งเรืองของบรรดาบุตรของพระเจ้า
        เรารู้ดีว่า จนถึงเวลานี้ สรรพสิ่งกำลังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดราวกับสตรีคลอดบุตร มิใช่เพียงแต่สรรพสิ่งเท่านั้น แม้แต่เราเองซึ่งได้รับผลิตผลครั้งแรกของพระจิตเจ้าแล้ว ก็ยังคร่ำครวญอยู่ภายใน ในเมื่อเรามีความกระตือรือร้นรอคอยให้พระเจ้าทรงรับเราเป็นบุตรบุญธรรม ให้ร่างกายของเราได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระ เพราะเราได้รอดพ้นเพียงในความหวัง แต่ความหวังที่มองเห็นได้ก็ไม่ใช่ความหวัง เพราะสิ่งที่มองเห็นแล้ว เขาจะหวังไปทำไมอีกเล่า แต่ถ้าเราหวังสิ่งที่เรามองไม่เห็น เราก็ย่อมมีความมานะพากเพียรรอคอยสิ่งนั้น

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา (ลก 13:18-21)
              เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าเหมือนกับสิ่งใด เราจะเปรียบพระอาณาจักรกับสิ่งใด พระอาณาจักรก็เหมือนกับเมล็ดมัสตาร์ดซึ่งชายคนหนึ่งทิ้งไว้ในสวนของตน มันเติบโตขึ้นและกลายเป็นต้นไม้ จนกระทั่งบรรดานกในอากาศมาทำรังอาศัยบนกิ่งได้”
               พระองค์ยังตรัสอีกว่า “เราจะเปรียบพระอาณาจักรของพระเจ้ากับสิ่งใด พระอาณาจักรก็เหมือนกับเชื้อแป้งที่หญิงคนหนึ่งนำมาเคล้าผสมกับแป้งสามถัง จนแป้งฟูขึ้นทั้งหมด”

 

ข้อคิด
พระอาณาจักรที่เราประกาศในชื่อว่า “การประกาศข่าวดี” เป็นพระอาณาจักรที่เริ่มในรูปลักษณ์ของ เมล็ดมัสตาร์ดและเชื้อแป้ง ที่เรียบง่าย สุภาพ และเล็กน้อย ในสายตาของมนุษย์ ผู้ประกาศข่าวดีเป็นดังนักบุญเปาโลที่เป็นผู้ปลูก เป็นดังอพอลโลที่เป็นผู้รดน้ำ และมีพระเป็นเจ้าที่เป็นผู้ทำให้เมล็ดพันธ์และเชื้อแป้งที่ประกาศนั้น เจริญเติบโตและเพิ่มพูนขึ้น .....เหตุการณ์และกระบวนการของการประกาศข่าวดีนี้ มิได้มีไว้สำหรับประกาศแก่คนอื่นก่อน แต่มีไว้สำหรับการประกาศข่าวดีหรือพระอาณาจักรของพระเจ้า ให้เกิดขึ้นที่ชีวิตของเราก่อน

bible diary2021วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2021
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโรม (รม 8:12-17)
          
พี่น้องทั้งหลาย เราไม่มีภารกิจใด ๆ ที่จะต้องดำเนินชีวิตตามธรรมชาติฝ่ายต่ำ ถ้าท่านดำเนินชีวิตตามธรรมชาติฝ่ายต่ำ ท่านก็จะตาย แต่ถ้าท่านกำจัดกิจการตามธรรมชาติฝ่ายต่ำ ด้วยเดชะพระจิตเจ้า ท่านก็จะมีชีวิต
              ทุกคนที่มีพระจิตของพระเจ้าเป็นผู้นำ ย่อมเป็นบุตรของพระเจ้า ท่านทั้งหลายไม่ได้รับจิตการเป็นทาสซึ่งมีแต่ความหวาดกลัวอีก แต่ได้รับจิตการเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งทำให้เราร้องออกมาว่า “อับบา พ่อจ๋า” พระจิตเจ้าทรงเป็นพยานยืนยันร่วมกับจิตของเราว่า เราเป็นบุตรของพระเจ้า เมื่อเราเป็นบุตร เราก็เป็นทายาทด้วย เป็นทายาทของพระเจ้าและเป็นทายาทร่วมกับพระคริสตเจ้า ถ้าเรารับการทรมานร่วมกับพระองค์ เราก็จะรับพระสิริรุ่งโรจน์ร่วมกับพระองค์ด้วย

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา (ลก 13:10-17)
              ขณะนั้น พระเยซูเจ้าทรงสั่งสอนอยู่ในศาลาธรรมแห่งหนึ่งในวันสับบาโต สตรีคนหนึ่งถูกปีศาจสิง เจ็บป่วยมาสิบแปดปีแล้ว หลังค่อม ยืดตัวตรงไม่ได้เลย เมื่อพระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเห็น จึงทรงเรียกนางเข้ามาและตรัสว่า “หญิงเอ๋ย เธอพ้นจากความพิการของเธอแล้ว” พระองค์ทรงปกพระหัตถ์เหนือนาง ทันใดนั้น นางก็ยืดตัวตรงและถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า
              แต่หัวหน้าศาลาธรรมรู้สึกขัดเคืองที่พระเยซูเจ้าทรงรักษาโรคในวันสับบาโต จึงกล่าวแก่ประชาชนว่า “วันที่ทำงานได้มีถึงหกวัน จงมารับการรักษาโรคในวันเหล่านั้นเถิด อย่ามาในวันสับบาโตเลย” องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสตอบว่า “เจ้าคนหน้าซื่อใจคด เจ้าแต่ละคนมิได้แก้โคหรือลาจากรางหญ้า พาไปกินน้ำในวันสับบาโตดอกหรือ หญิงผู้นี้เป็นบุตรหญิงของอับราฮัม ซึ่งซาตานล่ามไว้เป็นเวลาสิบแปดปีแล้ว ไม่สมควรที่จะถูกแก้จากพันธนาการนี้ในวันสับบาโตด้วยหรือ”
เมื่อพระองค์ตรัสดังนี้แล้ว ผู้ต่อต้านทุกคนของพระองค์รู้สึกอับอาย ขณะที่ประชาชนต่างชื่นชมยินดีเมื่อเห็นการอัศจรรย์ทั้งหลายที่พระองค์ทรงกระทำ

 

ข้อคิด
               การรับรู้ที่พอจะพบได้ในพระวาจาวันนี้คือ พระเยซูเจ้าทรงรู้สึกสงสารและรับรู้ความรู้สึกต่างๆของประชาชน ตัวอย่างเช่นในขณะที่สตรีถูกปีศาจสิง เธอต้องดำเนินชีวิตพร้อมกับความรู้สึกทรมาน ส่วนหัวหน้าศาลาธรรมรู้สึกขัดเคืองใจ พร้อมกับที่บรรดาผู้ต่อต้านพระเยซูเจ้า รู้สึกอับอาย แต่ประชาชนรู้สึกชื่นชมยินดี .....แต่ขณะนี้ ความรู้สึกที่ยังไม่ปรากฏคือ ความรู้สึกของผู้อ่านพระวาจาในวันนี้และในตอนนี้ จึงกลายเป็นคำถามกลับมาสู่ตัวเรา ณ ขณะนี้ว่า “แล้วข้าพเจ้าเล่า ขณะนี้หัวใจข้าพเจ้ารู้สึกอะไร” ....จงเอาหัวใจที่รู้สึกได้นี้ พูดกับพระเยซูเจ้าเถิด แล้วความสนิทสัมพันธ์ที่พระองค์รอคอยจะประทานให้กับเรา ก็จะค่อยๆก่อตัวขึ้น

bible diary2021วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2021
สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา
บทอ่านจากหนังสือประกาศกเยเรมีย์ (ยรม 31:7-9)
         
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ “จงร้องเพลงด้วยความยินดีสำหรับยาโคบ และโห่ร้องต้อนรับผู้นำของนานาชาติ จงประกาศสรรเสริญร้องว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยประชากรของพระองค์ให้รอดพ้น คือผู้ที่รอดชีวิตของอิสราเอล’ ดูซิ เราจะนำเขาทั้งหลายกลับมาจากแผ่นดินทางทิศเหนือ และจะรวบรวมเขาทั้งหลายมาจากปลายแผ่นดิน ในหมู่เขาจะมีทั้งคนตาบอด คนขาพิการ หญิงมีครรภ์ และหญิงที่กำลังคลอดบุตร เขาทั้งหลายจะกลับมาที่นี่พร้อมกันเป็นหมู่ใหญ่ เขาทั้งหลายกลับมาด้วยน้ำตานองหน้า เราจะนำเขากลับมาขณะที่เขาอธิษฐานภาวนา เราจะนำเขาให้เดินไปยังธารน้ำ ให้เดินในทางตรงที่เขาจะไม่สะดุด เพราะเราเป็นบิดาสำหรับอิสราเอล และเอฟราอิมเป็นบุตรคนแรกของเรา”

 

บทอ่านจากจดหมายถึงชาวฮีบรู (ฮบ 5:1-6)
          มหาสมณะทุกองค์ย่อมได้รับการคัดเลือกจากมวลมนุษย์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนเพื่อนมนุษย์ในความสัมพันธ์ติดต่อกับพระเจ้า เพื่อถวายทั้งบรรณาการและเครื่องบูชาชดเชยบาป เขาสามารถเห็นใจผู้ที่ไม่รู้และหลงผิด เพราะเขาก็ถูกความอ่อนแอครอบงำอยู่เช่นกัน เพราะเหตุนี้ เขาจึงต้องถวายบูชาชดเชยบาปสำหรับตนเองเช่นเดียวกับชดเชยบาปสำหรับประชากรด้วย ไม่มีใครแอบอ้างเกียรตินี้เป็นของตนได้ นอกจากผู้ที่พระเจ้าทรงเรียกเหมือนกับอาโรน ในทำนองเดียวกันพระคริสตเจ้ามิได้ทรงยกย่องพระองค์เองขึ้นเป็นมหาสมณะ แต่ผู้ที่ทรงยกย่องพระคริสตเจ้าคือพระเจ้า ผู้ตรัสกับพระองค์ว่า “ท่านเป็นบุตรของเรา วันนี้เราได้ให้กำเนิดท่าน” เช่นเดียวกับที่ได้ตรัสไว้อีกแห่งหนึ่งว่า “ท่านเป็นสมณะตลอดนิรันดรตามแบบอย่างของเมลคีเซเดค”

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก ( มก 10:46-52)
เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จมาถึงเมืองเยรีโคพร้อมกับบรรดาศิษย์ ขณะที่พระองค์เสด็จออกจากเมืองเยรีโคพร้อมกับบรรดาศิษย์และประชาชนจำนวนมาก บารทิเมอัส บุตรของทิเมอัส คนขอทานตาบอดนั่งอยู่ริมทาง เมื่อได้ยินว่าพระเยซูชาวนาซาเร็ธกำลังเสด็จผ่านมา เขาก็เริ่มส่งเสียงร้องตะโกนว่า ‘ข้าแต่พระเยซู โอรสของกษัตริย์ดาวิด เจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด’ หลายคนได้ดุเขาให้เงียบ แต่เขากลับตะโกนดังยิ่งกว่าเดิมว่า ‘พระโอรสของกษัตริย์ดาวิด เจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าเถิด’ พระเยซูเจ้าทรงหยุด ตรัสว่า ‘ไปเรียกเขามาซิ’ เขาก็เรียกคนตาบอดพลางกล่าวว่า ‘ทำใจดีๆไว้ ลุกขึ้น พระองค์กำลังเรียกเจ้าแล้ว’ คนตาบอดก็สลัดเสื้อคลุมทิ้ง กระโดดเข้าไปเฝ้าพระเยซูเจ้า พระเยซูเจ้าตรัสว่า ‘เจ้าอยากให้เราทำอะไรให้เจ้า?’ คนตาบอดทูลว่า ‘รับบูนี ให้ข้าพเจ้าแลเห็นเถิด’ พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า ‘ไปเถิด ความเชื่อของเจ้าได้ช่วยเจ้าให้รอดพ้นแล้ว’ ทันใดนั้น เขากลับแลเห็นและเดินทางติดตามพระองค์ไป

 

ข้อคิด
         คนที่แสวงหาพระในทุกกรณีของชีวิต เมื่อถึงเวลาอันควร ก็จะพบพระเยซูเจ้า เหมือนบารทิเมอัส คนขอทานตาบอด ที่เมื่อถึงเวลา ก็ “ได้ยินว่า พระเยซูเจ้ากำลังเสด็จผ่านมา” คนที่ทุ่มเทจริงจังในการแสวงหาพระ เมื่อมีโอกาสพบพระเยซูเจ้า ก็จะ “ส่งเสียงตะโกน” เรียกหาพระเยซูเจ้าอย่างไม่เกรงกลัวใคร คนที่จริงใจในชีวิต ก็จะพูดกับพระถึงเรื่องที่อยู่ในใจของตน ดังบารทิเมอัส ที่พูดความในใจกับพระเยซูเจ้าว่า “ให้ข้าพเจ้าเห็นเถิด” และที่สุด คนที่พบพระเยซูเจ้าจริง ก็จะติดตามพระองค์ อย่างที่บารทิเมอัส “เดินทางติดตามพระองค์ไป” เช่นกัน

bible diary2021วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2021
น.ยอห์น แห่งกาปิสตราโน พระสงฆ์
บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโรม (รม 8:1-11)
         
พี่น้อง ไม่มีการตัดสินลงโทษผู้ที่อยู่ในพระคริสตเยซูอีกต่อไป กฎของพระจิตเจ้าซึ่งประทานชีวิตในพระคริสตเยซูนั้นช่วยท่านให้พ้นจากกฎของบาปและกฎของความตาย เนื่องจากสิ่งที่ธรรมบัญญัติทำไม่ได้เพราะธรรมชาติมนุษย์เป็นเหตุให้อ่อนกำลังไปนั้น พระเจ้าทรงกระทำแล้วโดยทรงส่งพระบุตรของพระองค์มา ให้มีธรรมชาติเหมือนกับธรรมชาติมนุษย์ที่มีบาป เพื่อขจัดบาป พระเจ้าทรงตัดสินลงโทษบาปในธรรมชาติมนุษย์ เพื่อให้ข้อเรียกร้องอันชอบธรรมของธรรมบัญญัติสำเร็จไปในตัวเรา ซึ่งดำเนินชีวิตที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติที่บกพร่องอีกแล้ว แต่ดำเนินชีวิตตามพระจิตเจ้า
              ผู้ที่ยังดำเนินชีวิตตามธรรมชาติ ย่อมสนใจสิ่งที่เป็นของธรรมชาติ ส่วนผู้ที่ดำเนินชีวิตตามพระจิตเจ้า ก็สนใจสิ่งที่เป็นของพระจิตเจ้า ความต้องการตามธรรมชาติมนุษย์นำไปสู่ความตาย แต่ความปรารถนาของพระจิตเจ้านำไปสู่ชีวิตและสันติ ความต้องการตามธรรมชาติมนุษย์นำไปสู่เป็นศัตรูกับพระเจ้า เพราะไม่ยอมเชื่อฟังธรรมบัญญัติของพระองค์ และไม่อาจอ่อนน้อมยอมรับด้วย ผู้ที่ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติไม่อาจเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้
ส่วนท่านทั้งหลาย ท่านไม่ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติ แต่ดำเนินชีวิตตามพระจิตเจ้า เพราะพระจิตของพระเจ้าสถิตอยู่ในตัวท่าน ถ้าผู้ใดไม่มีพระจิตของพระคริสตเจ้าผู้นั้นก็ไม่เป็นของพระองค์
              ถ้าพระคริสตเจ้าสถิตอยู่ในท่านแล้ว แม้ร่างกายของท่านตายเพราะบาป จิตของท่านก็มีชีวิตเพราะความชอบธรรม และถ้าพระจิตของพระผู้ทรงบันดาลให้พระเยซูเจ้ากลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายนั้นสถิตอยู่ในท่าน พระผู้ทรงบันดาลให้พระคริสตเยซูทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายก็จะทรงบันดาลให้ร่างกายที่ตายได้ของท่านกลับมีชีวิต เดชะพระจิตของพระองค์ ซึ่งสถิตอยู่ในท่านด้วย

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา (ลก 13:1-9)
          เวลานั้น คนบางคนเข้ามาทูลพระเยซูเจ้าถึงเรื่องชาวกาลิลีซึ่งถูกปีลาตสั่งประหารชีวิตในขณะที่เขากำลังถวายเครื่องบูชา พระองค์จึงตรัสตอบเขาว่า “ท่านคิดว่าชาวกาลิลีเหล่านี้เป็นคนบาปมากกว่าชาวกาลิลีทุกคนหรือ จึงต้องถูกฆ่าเช่นนี้ มิได้ เราบอกท่านทั้งหลายว่าถ้าท่านไม่กลับใจเปลี่ยนชีวิต ทุกท่านจะพินาศไปเช่นกัน แล้วคนสิบแปดคนที่ถูกหอสิโลอัมพังทับเสียชีวิตเล่า ท่านคิดว่าคนเหล่านั้นมีความผิดมากกว่าคนอื่นทุกคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มหรือ มิได้ เราบอกท่านทั้งหลายว่าถ้าท่านไม่กลับใจเปลี่ยนชีวิต ทุกท่านจะพินาศไปเช่นเดียวกัน”
พระเยซูเจ้าตรัสเป็นอุปมาเรื่องนี้ว่า “ชายผู้หนึ่งปลูกต้นมะเดื่อเทศต้นหนึ่งในสวนองุ่นของตน เขามามองหาผลที่ต้นนั้น แต่ไม่พบ จึงพูดแก่คนสวนว่า “ดูซิ สามปีแล้วที่ฉันมองหาผลจากมะเดื่อเทศต้นนี้แต่ไม่พบ จงโค่นมันเสียเถิด เสียที่เปล่า ๆ” แต่คนสวนตอบว่า “นายครับ ปล่อยมันไว้ปีนี้อีกสักปีหนึ่งเถิด ผมจะพรวนดินรอบต้น ใส่ปุ๋ย ดูซิว่าปีหน้ามันจะออกผลหรือไม่ ถ้าไม่ออกผล ท่านจะโค่นทิ้งเสียก็ได้”

 

ข้อคิด
            พ่อแม่รักเรา แต่พ่อแม่ไม่ตามใจเรา พ่อแม่สนับสนุนผลักดันให้เราเติบโตทั้งกายและใจ ไม่ใช่ให้พบแต่ “ความสบาย” แต่ให้พบกับ “ความสุขและสันติ” ในชีวิต .....พระเป็นเจ้าทรงรักเรา แต่พระองค์ไม่ตามใจเรา พระองค์สนับสนุนผลักดันให้เรารับผิดชอบ เติบโต ทั้งกายและใจ ซึ่งบางที่เราก็ต้อง “กลับใจปรับเปลี่ยนชีวิต” บางทีก็ต้องเอาจริงเอาจัง “รดน้ำ พรวมดิน ใส่ปุ๋ย” ให้ชีวิตเติบโตขึ้นเป็นดังต้นไม้ที่มีชีวิต มิใช่เติบโตขึ้นเป็นแค่ตึกอาคารหรือกิจการภายนอกที่ดูใหญ่โต แต่ไม่มีชีวิต

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก