Get Adobe Flash player
สมณลิขิตVerbum Domini
สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1
พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)
E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ
Bible Diary 2013

BIBLE DIARY 2013

APP พระคัมภีร์สำหรับแอนดรอยด์
app พระคัมภีร์ฉบับคาทอลิกสำหรับ Andriod พร้อมให้ download แล้ววันนี้!!!
สถิติการเยี่ยมชม
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้3378
mod_vvisit_counterเมื่อวาน4379
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้28908
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว54663
mod_vvisit_counterเดือนนี้139106
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว202410
mod_vvisit_counterทั้งหมด2589978
เริ่มนับเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2011 โอกาสสมโภชปัสกา
Who 's Online
เรามี 56 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ปีแห่งความเชื่อ ปี ค.ศ.2012-2013

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ลูกเอ๋ย บาปของท่านได้รับการอภัยแล้ว”

9. พระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อเรียกคนบาป (3)

         นักบุญมาระโกไม่บันทึกว่าทั้งผู้หามคนอัมพาตและผู้ป่วยคิดอย่างไร  แต่บันทึกว่า “ที่นั่นมีธรรมาจารย์บางคนนั่งอยู่ด้วย” จึงบรรยายความคิดของคนเหล่านั้น เป็นครั้งแรกในพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโกที่ “ธรรมาจารย์” ปรากฏตัวและมีบทบาท ในบทที่ 1 นักบุญมาระโกบันทึกเพียงว่าพระเยซูเจ้า “ทรงสอนเขาอย่างทรงอำนาจ ไม่เหมือนกับบรรดาธรรมาจารย์” (1:22) ตั้งแต่บทนี้เป็นต้นไป นักบุญมาระโกเล่าว่า บรรดาธรรมาจารย์จะมาพบพระองค์เพื่อคอยจับผิด เขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะขัดแย้งกับพระองค์ เรื่องเหล่านี้เป็นโอกาสที่เราจะเข้าใจความคิดของพระเยซูเจ้าชัดเจนมากขึ้น ดังที่เราจะพิจารณาในกรณีต่อไป
        บรรดาธรรมาจารย์คิดในใจว่า “ทำไมคนนี้จึงพูดเช่นนี้ เขากล่าวดูหมิ่นพระเจ้า ใครเล่าอภัยบาปได้นอกจากพระเจ้าเท่านั้น” เขาแน่ใจว่า พระเจ้าเท่านั้นที่จะทรงอภัยบาป และความคิดนี้ก็ถูกต้อง บาปเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ที่มนุษย์มีต่อพระเจ้า เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าถูกทำลายแล้ว ลำพังมนุษย์จะคืนดีกับพระเจ้าไม่ได้ พระเจ้าเท่านั้นประทานการคืนดีและความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์อีกครั้งหนึ่งได้ ความคิดของธรรมาจารย์ว่า ใครเล่าอภัยบาปได้นอกจากพระเจ้าเท่านั้น ก็ถูกต้อง แต่การที่เขาตัดสินว่าพระเยซูเจ้าทรง “กล่าวดูหมิ่น    พระเจ้า” เป็นความเข้าใจผิด ความหมายแรกของการกล่าวดูหมิ่นพระเจ้าคือการสาปแช่งพระนามของพระองค์ ผู้กล่าวดูหมิ่นพระเจ้าเช่นนี้จึงสมควรจะต้องรับโทษถึงตายโดยถูกหินทุ่ม การกล่าวดูหมิ่นพระเจ้าในความหมายทางอ้อมคือ พระเยซูเจ้าทรงอ้างอำนาจซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของพระเจ้า นี่เป็นครั้งแรกที่บรรดาธรรมาจารย์กล่าวหาพระเยซูเจ้าว่าทรงกล่าวดูหมิ่นพระเจ้า และจะกล่าวหาเช่นนี้ เพื่อตัดสินลงพระองค์ในศาลให้รับโทษประหารชีวิต (เทียบ 14:64) ในเรื่องที่กำลังอธิบายอยู่ธรรมาจารย์ตัดสินผิด เพราะเขาคิดว่า พระเจ้าจะทรงมอบอำนาจให้อภัยบาปแก่พระเยซูเจ้าไม่ได้พระเจ้าทรงมอบภารกิจแก่พระเยซูเจ้าให้ทรงประกาศการอภัยบาปไม่ได้เช่นกัน นี่เป็นเพียงความคิดของเขา แต่ “พระเยซูเจ้าทรงทราบความคิดของเขาด้วยพระจิตของพระองค์” พระองค์ทรงอ่านใจมนุษย์เช่นเดียวกับพระเจ้า ดังที่เราอ่านในบทสดุดีว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงตรวจสอบ และทรงรู้จักข้าพเจ้า” (สดด 139:1)

      พระเยซูเจ้าจึงทรงย้ำว่าทรงได้รับอำนาจอภัยบาปจากพระบิดาจริง ทรงช่วยธรรมาจารย์ให้เข้าใจความจริงนี้โดยทรงเปรียบเทียบพระจาวา 2 ประโยค ตรัสว่า “อย่างใดง่ายกว่ากัน การบอกคนอัมพาตว่า ‘บาปของท่านได้รับการอภัยแล้ว’ หรือบอกว่า ‘ลุกขึ้น แบกแคร่เดินไปเถิด’”

      การเปรียบเทียบของพระเยซูเจ้ามีความหมายว่า ในความคิดของพระองค์ มนุษย์จะพูดว่า “บาปของท่านได้รับการอภัยแล้ว” หรือพูดว่า “ลุกขึ้น แบกแคร่เดินไปเถิด” ก็ง่ายพอ ๆ กัน และคำพูดทั้งสองนี้ไม่เกิดผล ถ้าไม่มีอำนาจพิเศษจากพระเจ้า แต่ในความคิดของผู้ฟัง การพูดที่จะให้อภัยบาปก็ง่ายกว่าคำพูดที่จะรักษาโรค เพราะการอภัยบาปเป็นนามธรรมตรวจสอบพฤติกรรมไม่ได้ ส่วนการรักษาโรคเป็นรูปธรรมที่มองเห็นได้ ส่วนพระเยซูเจ้าทรงเน้นว่าคำพูดทั้งสองง่ายเท่ากันและเกิดผลได้ถ้าได้รับอำนาจจากพระเจ้า พระองค์จึงทรงทำอัศจรรย์อย่างน่าพิศวง “เพื่อให้ท่านรู้ว่า บุตรแห่งมนุษย์มีอำนาจอภัยบาปได้บนแผ่นดินนี้”

      คำที่พระเยซูเจ้าทรงใช้เมื่อพูดถึงพระองค์เองคือ “บุตรแห่งมนุษย์” สำนวนนี้เราพบในหนังสือดาเนียล หมายถึงมนุษย์ที่พระเจ้าทรงมอบอำนาจให้พิพากษามนุษย์ทุกคนเมื่อสิ้นพิภพ พระเยซูเจ้าทรงใช้ชื่อนี้เพื่อเสนอแนะว่า พระองค์เป็นพระเมสสิยาห์ ทรงได้รับอำนาจจากพระบิดา ประชาชนที่ได้เป็นพยานถึงอัศจรรย์นี้ก็สรรเสริญขอบพระคุณพระเจ้าเพราะคนอัมพาตหายจากโรค การสรรเสริญเช่นนี้เป็นนัยว่า เขายอมรับพระเยซูเจ้าไม่ทรงกล่าวดูหมิ่นพระเจ้า ทรงเป็นผู้ได้รับอำนาจจากพระองค์ การให้อภัยบาปไม่เป็นการดูหมิ่นพระเจ้าแต่แสดงอำนาจที่พระเจ้าทรงมอบแก่พระองค์

     ดังนั้น ต่อหน้าผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ “พระองค์ตรัสแก่คนอัมพาตว่า ‘เราสั่งท่าน จงลุกขึ้น แบกแคร่ กลับไปบ้านเถิด‘ เขาก็ลุกขึ้นแบกแคร่ออกเดินไปทันทีต่อหน้าคนทั้งปวง” พระเยซูเจ้าทรงแสดงอย่างชัดเจนว่า ภารกิจของพระองค์คือการให้อภัยบาป นำการคืนดีกับพระองค์แก่มนุษย์  ทุกคน พระองค์ไม่เสด็จมาเพื่อรักษาโรคฝ่ายกายเท่านั้น แต่มาเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับพระเจ้า นำมนุษย์ให้มีความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง พระองค์ทรงสงสารผู้ป่วยจึงทรงรักษาเขาให้หาย เป็นการแสดงความรักต่อมนุษย์ผู้อ่อนแอ บาปมีอำนาจทำลายมนุษย์มากกว่าโรคภัยไข้เจ็บ “ทุกคนต่างประหลาดใจ ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าและพูดว่า ‘พวกเรายังไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อนเลย’” ท่าทีของพระเยซูเจ้าต่อคนอัมพาตแสดงความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์ผู้เป็นคนบาป เราจะเห็นท่าทีนี้ปรากฏในเรื่องเล่าต่อไป

 
บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
บทความบำรุงศรัทธา

ตอบคำถามจากพระคัมภีร์

BIBLE QUIZ กับ อ.มนต์สิงห์

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ
E-Book ขุมทรัพย์ เล่ม 3
ค้นหาข้อความภาษาไทย
ค้นหาพระคัมภีร์ในเวอร์ชั่นอื่น ๆ

Enter the Bible passage, keyword, or topic you want to find.



แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
วิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012