"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

VI. พระเยซูเจ้าทรงมุ่งหน้าไปสู่ความตาย

การกลับคืนชีพของลาซารัส

11 1ชายคนหนึ่งชื่อลาซารัสกำลังป่วย เขาเป็นชาวเบธานี หมู่บ้านของมารีย์และมารธาพี่สาว 2มารีย์คือหญิงที่ใช้น้ำมันหอมชโลมองค์พระผู้เป็นเจ้า ใช้ผมเช็ดพระบาทa ลาซารัสที่กำลังป่วยนี้เป็นพี่ชายของมารีย์ 3พี่น้องทั้งสองคนจึงส่งคนไปทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า คนที่พระองค์ทรงรักกำลังป่วย” 4เมื่อพระเยซูเจ้าทรงทราบข่าวนี้ ก็ตรัสว่า “โรคนี้มิได้เกิดขึ้นเพื่อความตาย แต่เพื่อพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า เพราะโรคนี้ พระบุตรของพระเจ้าจะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์”b

5พระเยซูเจ้าทรงรักมารธากับน้องสาวและลาซารัส 6หลังจากทรงทราบว่า ลาซารัสกำลังป่วย พระองค์ยังคงประทับอยู่ที่นั่นอีกสองวัน 7ต่อจากนั้น พระองค์ตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “เรากลับไปแคว้นยูเดียกันเถิด”c 8บรรดาศิษย์ทูลว่า “พระอาจารย์ ชาวยิวเพิ่งพยายามเอาหินขว้างพระองค์ แล้วพระองค์ยังจะกลับไปที่นั่นอีกหรือ” 9พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า

“วันหนึ่งมีสิบสองชั่วโมงมิใช่หรือ

ถ้าใครเดินเวลากลางวันก็ไม่สะดุด

เพราะเห็นแสงสว่างของโลกนี้

10แต่ถ้าใครเดินเวลากลางคืน ก็สะดุด

เพราะเขาไม่มีแสงสว่างเพื่อนำทาง”

11เมื่อตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเสริมว่า “ลาซารัสเพื่อนของเรากำลังหลับอยู่ แต่เรากำลังจะไปปลุกให้ตื่น” 12บรรดาศิษย์จึงทูลว่า “พระเจ้าข้า ถ้าเขาหลับอยู่ เขาก็จะหายจากโรค” 13พระเยซูเจ้าตรัสถึงความตายของลาซารัส แต่บรรดาศิษย์คิดว่าพระองค์ตรัสถึง “การนอนหลับ” 14ดังนั้น พระองค์จึงตรัสอย่างชัดเจนว่า “ลาซารัสตายแล้ว 15เรายินดีสำหรับท่านทั้งหลายที่เราไม่ได้อยู่ที่นั่น เพื่อท่านจะได้เชื่อd เราไปหาเขากันเถิด” 16โทมัสที่เรียกกันว่าฝาแฝด กล่าวกับศิษย์คนอื่นๆ ว่า “พวกเราจงไปตายพร้อมกับพระองค์เถิด”

17เมื่อเสด็จมาถึง พระเยซูเจ้าทรงพบว่าลาซารัสถูกฝังในคูหามาสี่วันแล้ว 18หมู่บ้านเบธานีอยู่ใกล้กรุงเยรูซาเล็ม ห่างกันราวสามกิโลเมตร 19ชาวยิวจำนวนมากมาหามารธาและมารีย์เพื่อปลอบใจนางในการตายของพี่ชาย 20เมื่อมารธารู้ว่าพระเยซูเจ้ากำลังเสด็จมา นางก็ออกไปรับเสด็จ ส่วนมารีย์ยังคงนั่งอยู่ที่บ้าน 21มารธาทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่e พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย 22แต่บัดนี้ดิฉันรู้ดีว่าสิ่งใดที่พระองค์ทรงวอนขอจากพระเจ้า พระเจ้าจะประทานให้”f 23พระเยซูเจ้าตรัสกับนางว่า “พี่ชายของท่านจะกลับคืนชีพ” 24มารธาทูลว่า “ดิฉันรู้ว่าเขาจะกลับคืนชีพเมื่อมนุษย์ทุกคนจะกลับคืนชีพในวันสุดท้าย” 25พระเยซูเจ้าตรัสกับนางว่า

“เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิตg

ใครเชื่อในเรา แม้ตายไปแล้ว ก็จะมีชีวิตh

26และทุกคนที่มีชีวิต และเชื่อในเรา

จะไม่มีวันตายเลย

ท่านเชื่อเช่นนี้หรือ”

27มารธาทูลตอบว่า “เชื่อ พระเจ้าข้า ดิฉันเชื่อว่าพระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าที่จะต้องเสด็จมาในโลกนี้”

28เมื่อมารธาทูลดังนี้แล้ว นางก็ไปเรียกมารีย์น้องสาว กระซิบบอกว่า “พระอาจารย์อยู่ที่นี่ และทรงเรียกน้องด้วย” 29เมื่อมารีย์ได้ยินดังนั้น ก็รีบลุกขึ้นไปเฝ้าพระองค์ 30พระเยซูเจ้ายังไม่ได้เสด็จเข้าในหมู่บ้าน แต่ยังประทับอยู่ในที่ที่มารธามาเฝ้า 31ชาวยิวซึ่งอยู่ที่บ้านกับมารีย์เพื่อปลอบใจนาง เมื่อเห็นนางรีบลุกขึ้นออกไป ก็ตามไปด้วย คิดว่านางคงจะไปร้องไห้ที่คูหาฝังศพ 32เมื่อมารีย์มาถึงที่ที่พระเยซูเจ้าประทับอยู่และเห็นพระองค์ ก็กราบพระบาททูลว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย” 33พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเห็นนางกำลังร้องไห้ และชาวยิวที่ตามมาก็ร้องไห้ด้วย พระองค์ทรงสะเทือนพระทัยและเศร้าโศกมาก 34ตรัสถามว่า “ท่านฝังเขาไว้ที่ไหน” เขาทูลว่า “พระเจ้าข้า เชิญเสด็จมาทอดพระเนตรเถิด” 35พระเยซูเจ้าทรงกันแสง 36ชาวยิวจึงพูดว่า “ดูซิ พระองค์ทรงรักเขาเพียงไร” 37แต่บางคนตั้งข้อสังเกตว่า “พระองค์ทรงรักษาคนตาบอดได้ จะทำให้คนนี้ไม่ตายไม่ได้หรือ” 38พระเยซูเจ้าทรงสะเทือนพระทัยอีก เสด็จถึงคูหาฝังศพ ซึ่งเป็นโพรงหินมีหินแผ่นหนึ่งปิดอยู่ 39พระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงยกแผ่นหินออก” มารธาiน้องสาวของผู้ตายทูลว่า “พระเจ้าข้า ศพมีกลิ่นแล้ว เพราะฝังมาถึงสี่วัน” 40พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เรามิได้บอกท่านหรือว่า ถ้าท่านมีความเชื่อ ท่านจะเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า” 41คนเหล่านั้นจึงยกแผ่นหินออก พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ขึ้นj ตรัสว่า

“ข้าแต่พระบิดาเจ้า ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงฟังคำของข้าพเจ้า

42ข้าพเจ้าทราบดีว่าพระองค์ทรงฟังข้าพเจ้าเสมอ

แต่ที่ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้

ก็เพื่อประชาชนที่อยู่รอบข้าพเจ้า

เขาจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงส่งข้าพเจ้ามา”

43ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเปล่งพระสุรเสียงดังว่า “ลาซารัสเอ๋ย จงออกมาเถิด” 44ผู้ตายก็ออกมา มีผ้าพันมือพันเท้า และผ้าคลุมใบหน้าด้วย พระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงเอาผ้าออกและปล่อยให้เขาไปเถิด”

ผู้นำชาวยิวตกลงที่จะประหารชีวิตพระเยซูเจ้า

45ชาวยิวหลายคนที่มาเยี่ยมมารีย์ และเห็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำ ก็เชื่อในพระองค์ 46แต่บางคนไปพบชาวฟาริสี เล่าเรื่องที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำให้ฟัง 47บรรดาหัวหน้าสมณะและชาวฟาริสีจึงเรียกประชุมสภา ปรึกษากันว่า “พวกเราจะทำอย่างไรดี เพราะคนคนนี้ได้ทำเครื่องหมายอัศจรรย์หลายอย่าง 48ถ้าเราปล่อยเขาไว้อย่างนี้ ทุกคนจะเชื่อเขา แล้วชาวโรมันก็จะมาทำลายทั้งพระวิหารkและชนชาติของเรา” 49คนหนึ่งในที่ประชุมชื่อคายาฟาส เป็นมหาสมณะในปีนั้นกล่าวว่า “ท่านทั้งหลายไม่เข้าใจอะไรเลย 50ท่านไม่คิดหรือว่า ถ้าคนคนเดียวจะตายเพื่อประชาชน จะเป็นประโยชน์มากกว่าlที่ชนทั้งชาติจะต้องพินาศไป” 51เขาไม่ได้พูดเช่นนี้ตามใจตนเอง แต่ในฐานะที่เป็นมหาสมณะในปีนั้นm เขาประกาศพระวาจาว่า พระเยซูเจ้าจะต้องสิ้นพระชนม์เพื่อชนทั้งชาติn 52และไม่ใช่เพื่อชนทั้งชาติเท่านั้น แต่เพื่อจะรวบรวมบรรดาบุตรของพระเจ้าที่กระจัดกระจายอยู่ให้กลับเป็นหนึ่งเดียวกัน 53ตั้งแต่วันนั้น ที่ประชุมได้ตกลงกันoที่จะประหารชีวิตพระองค์ 54ดังนั้น พระเยซูเจ้าจึงไม่เสด็จไปที่ใดอย่างเปิดเผยในหมู่ชาวยิวอีกต่อไป แต่เสด็จไปที่เมืองชื่อเอฟราอิม ในเขตแดนใกล้ถิ่นทุรกันดาร และทรงพำนักอยู่ที่นั่นกับบรรดาศิษย์

วันฉลองปัสกาใกล้เข้ามา

55วันปัสกาของชาวยิวใกล้จะมาถึงp ประชาชนจำนวนมากเดินทางจากชนบทขึ้นไปกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อชำระตนก่อนวันฉลองq 56เขาเหล่านั้นเสาะหาพระเยซูเจ้า และขณะที่ยืนอยู่ในพระวิหารก็ถามกันว่า “ท่านทั้งหลายคิดอย่างไร เขาจะมาในวันฉลองหรือไม่” 57บรรดาหัวหน้าสมณะและชาวฟาริสีได้ออกคำสั่งว่า ถ้าใครรู้ว่าพระองค์อยู่ที่ไหน ก็ให้มารายงาน เพื่อจะได้จับกุมพระองค์

 

เรียนพระคัมภีร์กับคุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร
พระวรสารนักบุญยอห์น บทที่ 11

 


 

11 a มารีย์ผู้นี้ไม่น่าจะเป็น หญิงคนบาป ใน ลก 7:37 ยน จะเล่าถึงมารีย์ชโลมพระบาทพระเยซูเจ้าใน ยน 12:1-11

b พระบุตรของพระเจ้าจะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ มีความหมายสองแง่ คือ พระเยซูเจ้าจะทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ เพราะได้กระทำอัศจรรย์นี้ (ดู 1:14 เชิงอรรถ n) แต่อัศจรรย์นี้จะทำให้พระองค์ถูกประหารชีวิต (ข้อ 46-54) แต่การถูกประหารชีวิตนี้เองเป็นการที่พระองค์จะรับพระสิริรุ่งโรจน์ (12:32 เชิงอรรถ h)

c สำเนาโบราณบางฉบับว่า ให้เราไปในแคว้น…”

d ความตายของลาซารัส จะทำให้พระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์ ซึ่งจะเสริมความเชื่อของบรรดาศิษย์

e สำเนาโบราณบางฉบับละ ข้าแต่พระเจ้า

f มารธามีความเชื่อในพระเยซูเจ้า แต่นางคิดว่า มีบางอย่างที่เป็นไปไม่ได้ จึงไม่ควรขอ

g สำเนาโบราณบางฉบับละ และชีวิต

h ผู้ที่มีความเชื่อจะมีชัยชนะเหนือความตายตลอดไป การกลับคืนชีพของลาซารัสเป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะนี้ (ดู 3:11 เชิงอรรถ e)

i สำเนาโบราณบางฉบับละ น้องสาวของผู้ตาย

j สำเนาโบราณบางฉบับเสริมว่า ขึ้นมองท้องฟ้า

k แปลตามตัวอักษรว่า "ที่ขอเรา"

l แปลได้อีกว่า จะเป็นการดีกว่า

m สำเนาโบราณบางฉบับละ ของปีนั้น

n คายาฟาสคิดว่า พระเยซูเจ้าต้องถูกประหารชีวิตเพื่อมิให้ประชาชนก่อการจลาจล แล้วชาวโรมันจะมาปราบการจลาจลนั้น โดยทำลายพระวิหารและจับประชาชนขายเป็นทาส แต่วาจาของคายาฟาสยังมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น คือพระเยซูเจ้าจำเป็นต้องสิ้นพระชนม์เพื่อช่วยมนุษยชาติให้รอดพ้น (ดู 1:29 เชิงอรรถ v)

o สำเนาโบราณบางฉบับว่า ได้วางแผน

p ยน เน้นเป็นพิเศษถึงความสัมพันธ์ระหว่างฉลองปัสกาของชาวยิว กับการสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้า (13:1; 18:28; 19:14, 42)

q สำเนาโบราณบางฉบับละ ก่อนวันฉลอง

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก