"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

2 1ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงละทิ้งความชั่วทั้งมวล คือ การหลอกลวง ความเจ้าเล่ห์ การอิจฉา การนินทาและการใส่ความ 2เช่นเดียวกับทารกแรกเกิด ท่านปรารถนาน้ำนมบริสุทธิ์ฝ่ายจิตใจ เพื่อน้ำนมจะช่วยให้ท่านเจริญเติบโตขึ้นไปรับความรอดพ้นa 3ถ้าท่านลิ้มรสแล้วว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า” ทรงความดีเพียงใด

สมณภาพใหม่

4จงเข้าไปเฝ้าพระองค์ผู้ทรงเป็นศิลาทรงชีวิตbซึ่งมนุษย์ละทิ้งไป แต่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้และมีค่าประเสริฐ 5ท่านเป็นเหมือนศิลาที่มีชีวิตกำลังก่อสร้างขึ้นเป็นวิหารของพระจิตเจ้า เป็นสมณตระกูลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อถวายเครื่องบูชาฝ่ายจิตซึ่งเป็นที่สบพระทัยพระเจ้าเดชะพระเยซูคริสตเจ้า 6ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “เราเลือกศิลาประเสริฐและวางไว้ในนครศิโยนเป็นศิลาหัวมุม ทุกคนที่มีความเชื่อในศิลานี้จะไม่ต้องอับอายเลย7สำหรับท่านผู้มีความเชื่อ ศิลานี้จึงมีค่าประเสริฐ แต่สำหรับผู้ไม่มีความเชื่อ ศิลาที่ช่างก่อสร้างละทิ้งก็กลายเป็นศิลาหัวมุม 8เป็นศิลาที่ทำให้สะดุดและเป็นศิลาที่ทำให้ล้มลง เขาเหล่านั้นสะดุดเพราะไม่ยอมเชื่อฟังพระวาจา นี่เป็นชะตากรรมของเขาc

9ท่านทั้งหลายdเป็นชาติที่ทรงเลือกสรรไว้ เป็นสมณราชตระกูล เป็นชนชาติศักดิ์สิทธิ์ เป็นประชากรที่เป็นกรรมสิทธิ์พิเศษของพระเจ้า เพื่อจะประกาศพระฤทธานุภาพของพระองค์ผู้ทรงเรียกท่านจากความมืดสู่ความสว่างน่าพิศวงของพระองค์ 10ในอดีตท่านมิได้เป็นประชากร แต่บัดนี้ท่านเป็นประชากรของพระเจ้าแล้ว ในอดีตท่านมิได้รับพระเมตตา แต่บัดนี้ท่านได้รับพระเมตตาแล้ว

หน้าที่ของคริสตชนต่อผู้ไม่มีความเชื่อ

11ท่านที่รักยิ่งทั้งหลาย ข้าพเจ้าวอนขอท่านผู้เป็นเสมือนคนต่างด้าวและคนพลัดถิ่นe ให้ละเว้นจากกิเลสตัณหาของเนื้อหนังซึ่งทำสงครามสู้รบกับวิญญาณ 12จงมีความประพฤติดีงามในหมู่คนต่างศาสนาf แม้เขาจะใส่ร้ายท่านว่าประพฤติชั่วร้าย เขาจะต้องยอมรับว่ากิจการที่ท่านทำนั้นเป็นกิจการดี และจะสรรเสริญพระเจ้าในวันที่พระองค์เสด็จมา

หน้าที่ของคริสตชนต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมือง

13เพราะเห็นแก่ความรักต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า จงอ่อนน้อมเชื่อฟังมนุษย์ทุกคนที่มีอำนาจปกครองg ทั้งพระจักรพรรดิซึ่งทรงมีอำนาจสูงสุด 14และผู้ว่าราชการซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ลงโทษผู้ทำความชั่วและยกย่องผู้ทำความดี 15พระเจ้ามีพระประสงค์ให้ท่านทำความดี ปิดปากคนโง่เขลามิให้พูดไร้สาระ 16จงประพฤติตนดุจคนอิสระ อย่าใช้อิสรภาพเป็นข้ออ้างเพื่อปิดบังความชั่ว แต่จงประพฤติดุจผู้รับใช้ของพระเจ้า 17จงให้เกียรติทุกคน จงรักพี่น้องผู้มีความเชื่อ จงเคารพยำเกรงพระเจ้า จงถวายพระเกียรติแด่พระจักรพรรดิ

หน้าที่ของคริสตชนต่อผู้เป็นนาย

18ผู้รับใช้ จงอยู่ใต้อำนาจผู้เป็นนายด้วยความเคารพยำเกรง ไม่เพียงแต่นายที่ใจดีและอ่อนโยนเท่านั้น แต่รวมถึงนายที่ใจร้ายด้วย 19การที่ใครคนหนึ่งยอมทนทุกข์ทรมานอย่าง
อยุติธรรมเพราะคำนึงถึงพระเจ้า ก็เป็นพระหรรษทานh 20จะเป็นเกียรติได้อย่างไรถ้าท่านทำผิดแล้วต้องทนทุกข์เพราะถูกลงโทษ แต่ถ้าท่านทำความดี แล้วยอมทนทุกข์ จึงจะเป็นพระหรรษทานเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า

21พระเจ้าทรงเรียกท่านให้ปฏิบัติดังนี้ พระคริสตเจ้าทรงรับทรมานiเพื่อท่าน และประทานแบบฉบับไว้ให้ท่านดำเนินตามรอยพระบาทj 22พระองค์มิได้ทรงทำบาป มิได้ตรัสหลอกลวงผู้ใด 23เมื่อเขาดูหมิ่นพระองค์ พระองค์ก็มิได้ทรงโต้ตอบ เมื่อทรงรับทรมาน พระองค์มิได้ทรงข่มขู่จะแก้แค้น แต่ทรงมอบพระองค์ไว้แด่พระผู้ทรงพิพากษาด้วยความเที่ยงธรรม 24พระองค์ทรงแบกบาปของเราไว้ในพระวรกายบนไม้กางเขน เพื่อเราจะได้ตายจากบาปและมีชีวิตอยู่เพื่อความชอบธรรม รอยแผลของพระองค์รักษาท่านให้หาย 25ท่านเคยเป็นเหมือนแกะkที่พลัดหลงจากฝูง แต่บัดนี้กลับมาหาผู้เลี้ยงและผู้ดูแลวิญญาณของท่านแล้ว

 

2 a หลังจากการเกิด (1:23 เชิงอรรถ m) ย่อมมีการเจริญเติบโตซึ่งมาจากพระวาจาที่คริสตชนรับเข้ามาเป็นอาหารเลี้ยงชีวิตจิตใจ

b การกล่าวถึงศิลาในที่นี้ทำให้คิดถึง อพย 19 และพันธสัญญาที่ทำให้อิสราเอลเป็นประชากรศักดิ์สิทธิ์ที่ภูเขาซีนาย แม้ว่าที่นั่นประชากรถูกห้ามไม่ให้เข้าใกล้ภูเขา ประชากรใหม่ของพระเจ้าได้สถาปนาขึ้นบนศิลาอีกก้อนหนึ่ง เป็นศิลาทรงชีวิตที่เขาทั้งหลายเข้าใกล้ได้ เพราะเขาเป็นสมณะตระกูลศักดิ์สิทธิ์ คริสตชนจะถวายเครื่องบูชาฝ่ายจิต (1 ปต 2:5) แทนเครื่องบูชาซึ่งถวายที่เชิงภูเขาซีนายเมื่อทำพันธสัญญาเดิม (อพย 24:5-8) ภาพเปรียบเทียบเรื่องการเจริญเติบโตจะเปลี่ยนไปเป็นภาพของการก่อสร้าง พระเยซูเจ้า (มธ 21:42//) ได้ทรงเปรียบเทียบพระองค์กับศิลาที่ช่างก่อสร้างได้ทิ้งไป (สดด 118:22) แต่พระเจ้าได้ทรงเลือก (อสย 28:16) คริสตชนซึ่งเป็นศิลาที่มีชีวิต (ข้อ 5) เช่นเดียวกับพระคริสตเจ้า (ข้อ 4) ถูกนำมาสร้างขึ้นเป็นที่พำนักของพระจิตเจ้า (1 คร 3:16-17; 2 คร 6:16; อฟ 2:20-22) คริสตชนถวายคารวกิจแด่พระเจ้าอย่างคู่ควรกับพระองค์ในที่พำนักนี้ (ยน 2:21 เชิงอรรถ i; รม 1:9 เชิงอรรถ g; ฮบ 7:27 เชิงอรรถ g)

c แปลตามตัวอักษรได้ว่า “เขาทั้งหลายได้ถูกกำหนดไว้แล้วเพื่อการนี้” จากการที่ได้ปฏิเสธข่าวดี ชาวยิวได้สูญเสียสิทธิเป็นประชากรของพระเจ้า ซึ่งคริสตชนได้รับสิทธินี้แทน (3:9; กจ 28:26-28; เทียบ ยน 12:37ฯ) ความคิดนี้ยังไม่สมบูรณ์ จำเป็นต้องพิจารณาข้อความนี้ควบคู่กับ รม 11:32; 1 ทธ 2:4 อีกด้วย และข้อความนี้ก็ไม่ได้เป็นข้อพิสูจน์ว่าพระเจ้าจะทรงทอดทิ้งชาวยิวตลอดไป

d ผู้เขียนใช้ข้อความหลายตอนจากพระคัมภีร์ที่กล่าวพาดพิงถึงลักษณะต่างๆ ของประชากรของพระเจ้า เพื่อเน้นความสัมพันธ์ของพระศาสนจักรกับพระเจ้า และความรับผิดชอบที่พระศาสนจักรมีต่อโลก (ดู วว 1:6; 5:10; 20:6) ในฐานะที่เป็นกรรมสิทธิ์ของพระคริสตเจ้า พระศาสนจักรจึงมีเอกภาพมากกว่าสังคมโดยทั่วไป (ดู กท 3:28; วว 5:9)

e “คนต่างด้าวและคนพลัดถิ่น” เป็นวลีที่ยกมาจาก สดด 39:12 และยังพบได้อีกใน ฮบ 11:13 นิยมใช้ในสมัยแรกเพื่อสอนคริสตชนให้ระลึกอยู่เสมอว่าเขาต้องดำเนินชีวิตในโลกนี้เหมือนกับว่าเป็นคนพลัดถิ่นในต่างแดน แต่บางทีข้อความตอนนี้อาจหมายถึงแต่เพียงผู้รับจดหมาย ซึ่งเป็นคริสตชนที่อาศัยอยู่ “กระจัดกระจาย” ในหมู่คนต่างศาสนาเท่านั้น (ดู 1:1,17; ฟป 3:20; คส 3:1-4)

f แม้คริสตชนจะเป็นพลเมืองมิใช่ของโลกนี้ (1:1 เชิงอรรถ a) เขาก็ยังมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อโลกในฐานะที่เป็นบุตรของพระเจ้า เป็นพลเมืองของสวรรค์ คริสตชนยังมีหน้าที่หลายประการที่จะต้องทำเพื่อให้ผู้ที่ใส่ร้ายได้เปลี่ยนความคิดเห็น (ข้อ 12 และ 15)

g หรือ “ผู้มีอำนาจปกครองที่เป็นมนุษย์” ไม่ว่าจะแปลอย่างไร ข้อความตอนนี้ต้องการปฏิเสธความเชื่อถือของคนต่างศาสนาที่ถือว่ากษัตริย์ผู้ปกครองเป็นเทพเจ้า ข้อความใน 2:13-3:12 กล่าวถึงหน้าที่ของคริสตชนต่อชนชั้นต่างๆ ในสังคม (เทียบ อฟ 5:22-6:9; คส 3:18-4:1; ทต 2:1-10)

h สำเนาโบราณบางฉบับเสริมว่า “เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า” (เทียบข้อ 20)

i สำเนาโบราณบางฉบับว่า “สิ้นพระชนม์” (เทียบ 3:18)

j “พระหรรษทาน” ที่ช่วยให้ทนทรมานจากความอยุติธรรม (ข้อ 19-20) มีพื้นฐานอยู่ที่แบบฉบับของพระคริสตเจ้า (ดู ยน 13:15; 1 คร 11:1; ฟป 2:5; 2 ธส 3:7 เชิงอรรถ b) ข้อ 21-25 ซึ่งกล่าวพาดพิงถึง อสย 53 นั้น อาจคัดมาจากเพลงสรรเสริญบทหนึ่ง เมื่อคริสตชนถูกเบียดเบียนข่มเหงก็ควรระลึกถึงพระเยซูเจ้าผู้ทรงถูกตรึงกางเขนเพราะบาปของเรา (3:18; กจ 2:23) พระองค์ทรงพากเพียรทนทุกข์ทรมานทั้งๆ ไม่มีความผิด (ลก 23:41; ยน 8:46; 2 คร 5:21; ฮบ 4:15)

k สำเนาโบราณบางฉบับว่า “ท่านได้หลงทางไปเหมือนแกะ” บัดนี้บรรดาแกะกลับเข้ามาในฝูงที่มีพระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยง (5:2-4; ยน 10) และผู้ดูแล (episkopos) ซึ่งเป็นผู้ปกครองด้วย (เทียบ ทต 1:5)

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก