Get Adobe Flash player
สมณลิขิตVerbum Domini
สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1
พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)
E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ
Bible Diary 2013

BIBLE DIARY 2013

APP พระคัมภีร์สำหรับแอนดรอยด์
app พระคัมภีร์ฉบับคาทอลิกสำหรับ Andriod พร้อมให้ download แล้ววันนี้!!!
สถิติการเยี่ยมชม
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้2888
mod_vvisit_counterเมื่อวาน5655
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2888
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว48535
mod_vvisit_counterเดือนนี้114829
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว128168
mod_vvisit_counterทั้งหมด2363291
เริ่มนับเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2011 โอกาสสมโภชปัสกา
Who 's Online
เรามี 71 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ปีแห่งความเชื่อ ปี ค.ศ.2012-2013

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ลูกเอ๋ย บาปของท่านได้รับการอภัยแล้ว”

9. พระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อเรียกคนบาป (5)

อีกคำหนึ่งที่เราพบเป็นครั้งแรกในพระวรสารตรงนี้คือ “ฟาริสี” ชาวฟาริสีเป็นชาวยิวกลุ่มหนึ่งทางศาสนาในสมัยของพระเยซูเจ้า เขามีความเชี่ยวชาญในเรื่องธรรมบัญญัติ เคร่งครัดในการปฏิบัติตามธรรมบัญญัติที่บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และตามธรรมประเพณีที่ปฏิบัติและสอนกันต่อ ๆ มา

“บรรดาธรรมาจารย์ที่เป็นฟาริสี” ชาวฟาริสีบางคนมีอาชีพเป็นธรรมาจารย์ ซึ่งศึกษาธรรมบัญญัติของโมเสสลึกซึ้งมากกว่าชาวฟาริสีทั่วไป เขามีความเชี่ยวชาญเรื่องบทบัญญัติ เป็นครูสอนและรู้จักตอบปัญหาต่าง ๆ เปรียบเหมือนทนายความในสมัยของเรา คนเหล่านี้แปลกใจที่พระเยซูเจ้าทรงทำให้ทั้งกลุ่มบรรดาศิษย์และกลุ่มคนบาปนั่งโต๊ะอาหารร่วมกัน ชาวยิวที่เป็นผู้ชอบธรรมจะปฏิบัติเช่นนี้ไม่ได้ และจะเข้าไปในบ้านของคนต่างศาสนาไม่ได้เช่นกัน

ข้อความตอนนี้ไม่บันทึกความรู้สึกของบรรดาศิษย์ แต่บันทึกปฏิกริยาของธรรมาจารย์เมื่อ “เห็นพระองค์เสวยร่วมกับคนบาปและคนเก็บภาษี จึงถามศิษย์ของพระองค์” การที่บรรดาธรรมาจารย์ไม่ได้พูดกับพระเยซูเจ้าโดยตรง แต่แสดงความแปลกใจต่อการกระทำของพระเยซูเจ้าให้บรรดาศิษย์รู้ว่า “ทำไมอาจารย์ของท่านกินอาหารกับคนเก็บภาษีและคนบาป” ก็เป็นนัยเหมือนกับว่าเตือนบรรดาศิษย์ให้ระวังตัว อย่าไปคบและร่วมโต๊ะกับคนบาปซึ่งเป็นการกระทำที่น่าอับอาย

พระเยซูเจ้าทรงได้ยินดังนั้นจึงตรัสตอบว่า “คนสบายดีไม่ต้องการหมอ แต่คนเจ็บไข้ต้องการ เราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม แต่เรามาเพื่อเรียกคนบาป” พระเยซูเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้ทุกคนเข้าใจว่าความคิดนี้ไม่ถูกต้อง จึงตรัสตอบผู้    วิพากษ์วิจารณ์พระองค์ โดยทรงเปรียบเทียบพระองค์เป็นเหมือนนายแพทย์ ภารกิจของพระองค์ต่อคนบาปเปรียบเหมือนการกระทำของนายแพทย์ที่ต้องเข้าใกล้ เอาใจใส่ ไม่ดุผู้ป่วย วิเคราะห์โรคและรักษาให้หาย นี่เป็นข่าวดีสำหรับคนบาปทุกคน พระเยซูเจ้าทรงใช้อุปมานี้เพื่อแสดงว่า ความสนิทสัมพันธ์ของพระองค์กับคนบาปมีพื้นฐานในภารกิจที่พระเจ้าประทานให้และไม่ทำให้พระองค์ทรงมีมลทิน แต่เป็นการเชิญชวนคนบาปให้กลับใจ เพราะหมอไม่มีหน้าที่บอกเพียงว่าผู้ป่วยเป็นโรคใดและปล่อยให้ป่วยต่อไป แต่มีหน้าที่รักษาเขาให้หาย

พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราไม่ได้มา” หมายความว่าพระบิดาเจ้าทรงเป็นผู้ส่งพระเยซูเจ้า พระประสงค์ของพระเยซูเจ้าคือทรงเรียกคนบาปให้กลับใจ พระเจ้าเพียงพระองค์เดียวทรงมีอำนาจ อภัยบาป พระองค์ทรงมอบอำนาจอภัยบาปนี้แก่ “บุตรแห่งมนุษย์” นี่คือข่าวดีที่พระเยซูเจ้าทรงประกาศด้วยกิจการของพระองค์ พระเจ้าไม่ทรงเรียกร้องให้มนุษย์เป็นผู้ชอบธรรมก่อนที่พระองค์จะทรงรัก เพราะพระเจ้าทรงรักคนบาปอยู่แล้ว พระองค์ทรงเรียก ทรงเชิญชวนให้คืนดีและมีชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ คำที่พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ เราไม่ได้มาเพื่อเรียกคนชอบธรรม ” คนชอบธรรมในที่นี้หมายถึง ผู้ที่คิดว่าตนเป็นคนดี เขาดูหมิ่นและลงโทษผู้อื่น พระเยซูเจ้าไม่ทรงช่วยผู้ที่จองหอง ผู้ที่ปิดใจไม่ยอมรับพระวาจาของพระองค์ ไม่ยอมรับคำสั่งสอนและแสงสว่าง เขาปฏิเสธพระหรรษทานที่พระเยซูเจ้าทรงนำมาให้ เขาจึงไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้า เพราะเขาถือว่าตนเองเป็นผู้ชอบธรรม

b)    ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
1. เราเข้าใจและเห็นคุณค่าภารกิจของพระเยซูเจ้ายากพอ ๆ กับผู้ร่วมสมัยของพระองค์ เขาเห็นว่าการรักษาโรคมีคุณค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด เราก็เช่นกัน เราอาจรู้สึกว่าสิ่งที่ต้องการฝ่ายกายมีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่เราขาดในความสัมพันธ์กับพระเจ้า ความปรารถนาตามธรรมชาติที่จะพ้นจากโรคต่าง ๆ แรงกล้ากว่าความปรารถนาที่จะคืนดีกับพระเจ้า

ยิ่งกว่านั้น เราอาจจะมีอันตรายที่สูญเสียความสนใจในข่าวดีเรื่องพระเยซูเจ้าและในการดำเนินชีวิตชิดสนิทกับพระองค์ เพราะเราไม่เห็นผลประโยชน์ทันทีในชีวิตประจำวัน ดังนั้น เราต้องพยายามก้าวหน้าในความรู้สึกละเอียดอ่อนต่อพระเจ้า เพื่อตีความหมายว่า ความสัมพันธ์กับพระเจ้าเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด เป็นแสงสว่าง เป็นพละกำลังที่พระเยซูเจ้าประทานให้เราเพื่อจะได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระอย่างแท้จริง

ถ้าเราไม่พบความหมายสำคัญของการมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า ชีวิตของเราแม้จะมีสุขภาพดี ประสบความสำเร็จมากมายก็ยังเป็นชีวิตที่ผิวเผิน ในไม่ช้า เราจะรู้สึกว่าชีวิตล้มเหลว นักบุญเทเรซาแห่งอเวลาเขียนว่า “พระเจ้าพระองค์เดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องการสิ่งอื่นใดเลย” ถ้าเรามีความรู้สึกเช่นเดียวกันนี้ เราก็จะเข้าใจคุณค่าภารกิจของพระเยซูเจ้า ผู้ทรงนำความรักของพระบิดาแก่เราในปัจจุบัน และประทานการคืนดีกับพระเจ้าเพื่อจะมีชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์

 
บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
บทความบำรุงศรัทธา

ตอบคำถามจากพระคัมภีร์

BIBLE QUIZ กับ อ.มนต์สิงห์

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ
E-Book ขุมทรัพย์ เล่ม 3
ค้นหาข้อความภาษาไทย
ค้นหาพระคัมภีร์ในเวอร์ชั่นอื่น ๆ

Enter the Bible passage, keyword, or topic you want to find.



แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
วิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012