เพลงสดุดีที่ 79

คำคร่ำครวญของชนทั้งชาติa

สดด บทนี้เป็นคำอ้อนวอนของชุมชนชาวอิสราเอลในยามลำบาก สภาพแวดล้อมที่ทำให้ประพันธ์บทเพลงนี้น่าจะเป็นการที่กองทัพบาบิโลนทำลายกรุงเยรูซาเล็มและการเป็นเชลยในปี 587 ก.ค.ศ. สดด บทนี้ยังเหมาะที่จะใช้ในโอกาสอื่นอีกอย่างน้อย 2 โอกาส คือเมื่อกษัตริย์อันทิโอคัส เอปีฟาเนสล่วงละเมิดพระวิหารในปี 167 ก.ค.ศ. และเมื่อกรุงเยรูซาเล็มถูกชาวโรมันทำลายพร้อมกับพระวิหารในปี ค.ศ. 70 ผู้ประพันธ์ดูเหมือนจะกล่าวว่าการลงโทษจากพระเจ้าเช่นนี้มีสาเหตุมาจากบาปไม่ใช่ของประชาชนร่วมสมัยกับตน แต่จากบาปของบรรพบุรุษในอดีต ถ้าอยากจะรู้สาเหตุของความสับสนวุ่นวายทางศีลธรรม และสังคมในโลกปัจจุบัน ก่อนอื่นหมด เราคริสตชนควรจะมองดูความประพฤติของตน และพยายามแก้ไข

เพลงสดุดี ของอาสาฟ

1      ข้าแต่พระเจ้า นานาชาติเข้ามารุกรานมรดกของพระองค์

            เขาทำให้พระวิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์เป็นมลทิน

            ทำให้กรุงเยรูซาเล็มกลายเป็นซากปรักหักพัง

2      เขาทั้งหลายทิ้งศพบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ให้เป็นอาหารของนกในอากาศ

     ทิ้งร่างของผู้จงรักภักดีต่อพระองค์ให้เป็นอาหารของสัตว์ป่า

3      เขาทำให้เลือดไหลดังสายน้ำรอบกรุงเยรูซาเล็ม

            ไม่มีผู้ใดฝังศพ

4      ข้าพเจ้าทั้งหลายกลายเป็นที่ดูถูกเหยียดหยามของเพื่อนบ้าน

            กลายเป็นเป้าแห่งการหัวเราะเยาะและเย้ยหยันของผู้คนโดยรอบ            

5   ข้าแต่พระยาห์เวห์  พระองค์ยังจะทรงพิโรธอยู่อีกนานเพียงใด?

            เป็นนิจกาลหรือ พระเจ้าข้า?

            การที่พระองค์ไม่ทรงยอมให้มีคู่แข่งยังจะคงคุกรุ่นดังไฟกระนั้นหรือ?

6      ขอพระองค์ทรงเทพระพิโรธลงเหนือนานาชาติที่ไม่ยอมรู้จักพระองค์

            และเหนืออาณาจักรทั้งหลายที่ไม่เรียกขานพระนามของพระองค์เถิด

7      เพราะชาติเหล่านั้นกลืนกินยาโคบไปแล้ว

            ทำลายที่พำนักของเขาจนหมดสิ้น

8      ขอพระองค์อย่าทรงระลึกถึงความผิดของบรรพบุรุษแล้วลงโทษข้าพเจ้าทั้งหลาย

            โปรดเสด็จมาพบข้าพเจ้าทั้งหลายด้วยความเมตตาสงสารโดยเร็วเถิด

            เพราะข้าพเจ้าทั้งหลายขัดสนอย่างยิ่ง

9      ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้รอดพ้น

            โปรดทรงช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด

            เพราะเห็นแก่พระสิริรุ่งโรจน์แห่งพระนามของพระองค์

        b โปรดทรงช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้รอดพ้น

            และทรงอภัยบาปของข้าพเจ้าทั้งหลาย

            เดชะพระนามของพระองค์

10    เหตุไฉนนานาชาติจึงถามว่า "พระเจ้าของพวกเขาอยู่ที่ใด?"

            โปรดให้เป็นที่ประจักษ์แก่นานาชาติต่อหน้าข้าพเจ้าทั้งหลาย

            ว่าพระองค์ทรงแก้แค้นแทนโลหิตของผู้รับใช้พระองค์c

11    ขอให้เสียงคร่ำครวญของผู้ถูกจับเป็นเชลยขึ้นไปถึงพระองค์

            โปรดทรงช่วยผู้ถูกตัดสินประหารชีวิตให้รอดพ้น

            เดชะพระอานุภาพยิ่งใหญ่ของพระองค์

12    ข้าแต่พระยาห์เวห์ เพื่อนบ้านของข้าพเจ้าทั้งหลายดูหมิ่นพระองค์เพียงใด

            โปรดทรงตอบสนองเขาให้ถูกสบประมาทเป็นเจ็ดเท่าเถิด

13    ส่วนข้าพเจ้าทั้งหลายผู้เป็นประชากรของพระองค์ และเป็นฝูงแกะที่ทรงเลี้ยงดู

            จะขอบพระคุณพระองค์ตลอดไป

            จะประกาศสรรเสริญพระองค์ตลอดทุกยุคทุกสมัย

79 a เพลงสดุดีบทนี้อาจชวนให้คิดถึงการที่กรุงเยรูซาเล็มถูกชาวบาบิโลนทำลายในปี 587 ก.ค.ศ. หรือการที่ชนชาติเพื่อนบ้าน เช่นชาวเอโดม ชาวโมอับ ฯลฯ ปล้นสะดมกรุงเยรูซาเล็ม เทียบ 2 พกษ 24:2

b ต้นฉบับภาษากรีกเสริมว่า "ข้าแต่พระยาห์เวห์"

c "แก้แค้นแทนโลหิต" พระเจ้าทรงลงโทษชนชาติเพื่อนบ้านที่ข่มเหงประชากรอิสราเอล เสมือนว่าพระองค์ทรงเป็น "ญาติสนิท" ที่ต้องแก้แค้นแทนโลหิตของญาติที่ถูกฆ่า (go'el) ของอิสราเอล ดู กดว 35:19 เชิงอรรถ c