เพลงสดุดีที่ 22

ความทุกข์ทรมานและความหวังของผู้ชอบธรรมa

ภาคแรกของ สดด บทนี้ (ข้อ 1-21) เป็นเพลงคร่ำครวญของบุคคลหนึ่ง ซึ่งรู้สึกว่าถูกพระเจ้าทรงทอดทิ้งอย่างสิ้นเชิงให้อยู่ในความทุกข์ แต่ในภาคที่สองเพลงคร่ำครวญเปลี่ยนความรู้สึกเป็นการแสดงความยินดีขอบคุณพระเจ้า เมื่อผู้อธิษฐานภาวนามั่นใจว่าความทุกข์ที่เขากำลังรับอยู่ จะมีประโยชน์สำหรับชนทั้งชาติ พระเยซูเจ้าตรัสข้อความในข้อแรกของ สดด บทนี้ เมื่อทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน จึงทำให้ สดด บทนี้เป็น "เพลงสดุดีเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์" (Messianic psalm) ที่กล่าวถึงการที่พระเยซูเจ้าทรงรับทรมาน กลับคืนพระชนมชีพและรับพระสิริรุ่งโรจน์

สำหรับหัวหน้านักขับร้อง ตามทำนองเพลง "แม่กวางแห่งรุ่งอรุณ"b

เพลงสดุดีของกษัตริย์ดาวิด

1      พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า ทำไมพระองค์จึงทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเล่า?

        ทำไมจึงทรงอยู่ห่างไกล ไม่ทรงฟังคำคร่ำครวญของข้าพเจ้าที่ร้องขอความช่วยเหลือ?

2      พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าเรียกหาเวลากลางวัน พระองค์ก็มิได้ทรงตอบ

        เรียกหาเวลากลางคืน แต่ไม่พบความสงบใจเลย

3      ถึงกระนั้นพระองค์ทรงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์

        ประทับอยู่กับอิสราเอล ประชากรที่สรรเสริญพระองค์c

4      บรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลายมอบความวางใจไว้ในพระองค์

        เขามอบความวางใจ พระองค์ก็ทรงปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระ

5      เขาร้องขอพระองค์ให้ทรงช่วย ก็ได้รับความรอดพ้น

        เขาวางใจในพระองค์ และไม่เคยผิดหวังเลย

6      แต่ข้าพเจ้าเป็นเสมือนหนอน มิใช่มนุษย์

        เป็นที่เหยียดหยามของคนทั้งหลาย ใครๆก็ดูหมิ่น

7      ผู้ใดเห็นข้าพเจ้าก็เยาะเย้ย

        เขายิ้มหยันและสั่นศีรษะ พลางพูดว่า

8      "เขาวางใจในพระยาห์เวห์d ก็ให้พระองค์ทรงช่วยซิ

        ถ้าพระองค์โปรดปราน ก็ให้พระองค์ทรงปลดปล่อยเขา”

9      พระองค์ทรงดึงข้าพเจ้าออกจากครรภ์

        ทรงมอบข้าพเจ้าไว้ในอ้อมกอดของมารดา

10    ข้าพเจ้าพึ่งพระองค์ตั้งแต่เกิดมาแล้ว

        พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพเจ้าตั้งแต่ครรภ์มารดา

11    โปรดอย่าทรงอยู่ห่างจากข้าพเจ้า เพราะความเดือดร้อนกำลังเข้ามาใกล้

        และไม่มีใครช่วยเหลือข้าพเจ้าเลย

12    กระทิงมากมายเรียงรายห้อมล้อมข้าพเจ้า

        กระทิงแห่งบาชานโอบใกล้เข้ามา

13    เขาอ้าปากกว้างใส่ข้าพเจ้า

        เหมือนสิงโตแยกเขี้ยวคำราม

14    พลังของข้าพเจ้าร่อยหรอเหมือนน้ำไหล

        กระดูกทุกชิ้นเคลื่อนหลุดออกจากกัน

        หัวใจของข้าพเจ้าเหลวเหมือนขี้ผึ้ง

        หลอมละลายอยู่ภายในอกของข้าพเจ้า

15    คอข้าพเจ้าeแห้งผากราวกับดินเผา

        ลิ้นเกาะติดอยู่กับเพดานปาก

        พระองค์ทรงวางข้าพเจ้าไว้ในธุลีแห่งความตาย

16    สุนัขฝูงหนึ่งรี่เข้ามากลุ้มรุมข้าพเจ้า

        อันธพาลกลุ่มหนึ่งปรี่เข้ามาประชิด

        เขาเจาะไชfมือและเท้าของข้าพเจ้า

17    ข้าพเจ้านับกระดูกของข้าพเจ้าได้ทุกชิ้น

        เขาต่างจ้องมองข้าพเจ้าและสะใจ

18    เขานำเสื้อผ้าของข้าพเจ้ามาแบ่งปันกัน

        นำเสื้อยาวของข้าพเจ้ามาจับสลากกัน

19    ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขออย่าทรงอยู่ห่างจากข้าพเจ้า

        พระองค์ทรงเป็นพลังของข้าพเจ้า โปรดเสด็จมาช่วยข้าพเจ้าโดยเร็วเถิด

20    โปรดทรงช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากคมดาบ

        ช่วยชีวิตข้าพเจ้าให้พ้นจากแรงขย้ำของสุนัข

21    โปรดทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอดพ้นจากปากสิงโต

        ช่วยข้าพเจ้าผู้น่าสงสารgให้พ้นจากเขาของกระทิงป่า

22    แล้วข้าพเจ้าจะประกาศพระนามของพระองค์แก่บรรดาพี่น้อง

        จะสรรเสริญพระองค์ในหมู่ประชากรที่มาชุมนุมกัน

23    ท่านทั้งหลายที่ยำเกรงพระยาห์เวห์ จงสรรเสริญพระองค์เถิด

        พงศ์พันธุ์ยาโคบเอ๋ย จงถวายพระเกียรติแด่พระองค์เถิด

        พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย จงเคารพยำเกรงพระองค์เถิด

24    เพราะพระองค์มิได้ทรงรังเกียจผู้ยากไร้

        หรือดูถูกความเดือดร้อนของเขา

        มิได้ทรงซ่อนพระพักตร์

        แต่ทรงฟังเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากเขา

25    ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระองค์ในหมู่ประชากรมากมายที่มาชุมนุมกัน

        จะแก้บนต่อหน้าผู้ที่ยำเกรงพระองค์

26    คนยากจนจะได้กินจนอิ่มh

        ผู้แสวงหาพระยาห์เวห์จะสรรเสริญสดุดีพระองค์

        ขอให้เขาทั้งหลายมีชีวิตอย่างเป็นสุขตลอดไป

27    ประชาชนทั่วโลกจะจดจำและกลับมาหาพระยาห์เวห์

        ประชาชาติทุกตระกูลจะกราบนมัสการพระองค์i

28    เพราะพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์

        ทรงปกครองชนชาติทั้งปวง

29    ผู้ทรงอำนาจในแผ่นดินจะกราบนมัสการพระองค์j

        มนุษย์ทุกคนที่จะต้องตายจะก้มกราบเฉพาะพระพักตร์

        ข้าพเจ้าจะมีชีวิตเพื่อพระองค์

30    บุตรหลานของข้าพเจ้าจะรับใช้พระองค์k

        เขาจะประกาศถึงพระยาห์เวห์แก่คนรุ่นหลังสืบไปl

31    เขาจะประกาศความเที่ยงธรรมของพระองค์แก่ประชากรที่จะเกิดมา

        ว่านี่คือพระราชกิจของพระองค์

22 a เพลงสดุดีบทนี้เริ่มต้นด้วยคำคร่ำครวญของผู้บริสุทธิ์ที่ถูกเบียดเบียน ซึ่งอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากพระยาห์เวห์ จะจบลงเป็นการขอบพระคุณที่ทรงช่วยให้รอดพ้น (ข้อ 22-26) ข้อความในข้อ 23 ทำให้เพลงสดุดีบทนี้เป็นเพลงที่ใช้ขับร้องในพิธีกรรมประจำชาติ ส่วนบทสรุป (ข้อ 27-31) ที่กล่าวถึงนานาชาติยอมรับพระยาห์เวห์เป็นกษัตริย์นั้น ดูเหมือนจะเป็นผลตามมาจากความทุกข์ยากของผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ผู้นี้

b อาจเป็นชื่อเพลงที่คุ้นหูในสมัยนั้น ต้นฉบับแปลโบราณหลายฉบับแปลว่า “เพื่อขอความช่วยเหลือในยามรุ่งอรุณ”

c ต้นฉบับภาษากรีกว่า “พระองค์ประทับอยู่ในที่ศักดิ์สิทธิ์ ทรงเป็นคำสรรเสริญแห่งอิสราเอล"

d ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “จงวางใจ”

e“คอข้าพเจ้า” แปลโดยคาดคะเน ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “พลังของข้าพเจ้า”

f “เจาะไช” แปลโดยคาดคะเนตามฉบับแปลโบราณ  ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “เหมือนสิงโต” ซึ่งไร้ความหมาย   ---  น่าสังเกตว่าข้อความนี้ชวนให้คิดถึง อสย 53:5 แต่ผู้นิพนธ์พระวรสารไม่ได้อ้างถึงข้อนี้โดยตรงในเรื่องพระทรมาน

g “ข้าพเจ้าผู้น่าสงสาร”  แปลตามตัวอักษรว่า “พระองค์ทรงตอบข้าพเจ้า” แต่นักวิชาการคาดคะเนว่าคำนี้น่าจะอ่านว่า “ความน่าสงสารของข้าพเจ้า” ซึ่งมีความหมายเดียวกับ “ข้าพเจ้าผู้น่าสงสาร"

h “คนยากจนจะได้กินจนอิ่ม” เป็นการเท้าความถึงงานเลี้ยงสมัยพระเมสสิยาห์ (อสย 55:1ฯ) มากกว่าจะคิดถึงพิธีเลี้ยงหลังการถวายศานติบูชา (ลนต 3:1 เชิงอรรถ a)

i “พระองค์” (บุรุษที่ 3)ตามฉบับแปลโบราณ ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “พระองค์” (บุรุษที่ 2)

j “พระองค์” แปลโดยคาดคะเน (ak-lo)  ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “เขาทั้งหลายได้กิน” (aklu)

k ข้อ 30-31 เข้าใจยากเพราะตัวบทในต้นฉบับไม่สมบูรณ์ จึงต้องแปลโดยคาดคะเนเทียบกับต้นฉบับแปลโบราณ

l “สืบไป” แปลตามตัวอักษรว่า “เขาทั้งหลายจะมา”