เพลงสดุดีที่ 7

บทภาวนาของผู้ชอบธรรมในยามถูกเบียดเบียนa

สดด บทนี้เป็นคำรำพันของผู้ที่ถูกใส่ร้ายกล่าวหา เขาเข้ามาในพระวิหารเพื่อแสวงหาความปลอดภัย และขอให้พระเจ้าทรงปกป้องความบริสุทธิ์ของเขา ในฐานะคริสตชน เราไม่อาจยืนยันความบริสุทธิ์ของเราโดยวิธีเดียวกันนี้ได้ เพราะรู้ดีว่าเราทุกคนเป็นคนบาป แต่ในเวลาเดียวกัน เราอาจยืนยันความบริสุทธิ์ของพระคริสตเจ้าซึ่งเป็นเสมือนอาภรณ์ที่เราสวมอยู่ (เทียบ กท 3:27) และพระองค์ประทานความชอบธรรมของพระองค์ ให้เป็นความชอบธรรมของเราด้วย (เทียบ รม 5:18-19)

คำคร่ำครวญของกษัตริย์ดาวิด ที่ทรงขับร้องถวายพระยาห์เวห์ เพราะคำพูดของคุชbชนเผ่าเบนยามิน

1      ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าลี้ภัยมาพึ่งพระองค์

               โปรดทรงช่วยข้าพเจ้าให้รอดพ้นจากบรรดาผู้ตามล่าข้าพเจ้า

                     และทรงช่วยข้าพเจ้าให้พ้นภัยเถิด

2      มิฉะนั้น เขาจะขย้ำทำร้ายข้าพเจ้าประดุจสิงโต

               และฉุดลากข้าพเจ้าไปโดยไม่มีใครช่วยข้าพเจ้าเลย

3      ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของข้าพเจ้า หากข้าพเจ้าได้กระทำดังนี้

               คือปล่อยให้มือข้าพเจ้าทำความผิด

4      ตอบแทนพันธมิตรด้วยความชั่ว

               หรือปล่อยศัตรูที่ทำร้ายข้าพเจ้าอย่างไร้เหตุผลโดยไม่ลงโทษc

5      ก็ขอให้ศัตรูไล่ตามทันข้าพเจ้า

               ขอให้เขาเหยียบย่ำชีวิตของข้าพเจ้าไว้กับพื้นดิน

                     โยนเกียรติยศdของข้าพเจ้าให้จมอยู่ในฝุ่น

6      ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงลุกขึ้นด้วยพระพิโรธเถิด

               ขอทรงลุกขึ้นมาปราบความยโสของศัตรู

               ขอทรงตื่นขึ้นมาพิพากษาดังที่ทรงกำหนดไว้เถิดe

7      แม้นานาชาติจะมาชุมนุมกันอยู่รอบพระองค์

               ก็ขอให้พระองค์เสด็จมาประทับอยู่เบื้องบน เหนือเขา

8      พระยาห์เวห์ทรงพิพากษานานาชาติ

               ข้าแต่พระยาห์เวห์ โปรดประทานความยุติธรรมแก่ข้าพเจ้า

               เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้ชอบธรรมและไร้ความผิดf

9      โปรดให้การมุ่งร้ายของคนชั่วจบลง

               ให้ผู้ชอบธรรมยืนหยัดอย่างมั่นคง

        พระองค์ทรงทดสอบความคิดและจิตใจ

               พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้เที่ยงธรรม

10    พระเจ้าทรงเป็นโล่ที่ปกป้องข้าพเจ้า

               ทรงช่วยผู้มีใจสุจริตให้รอดพ้น

11    พระเจ้าทรงเป็นผู้พิพากษาเที่ยงธรรมg

               ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงลงโทษทุกวัน

12    ถ้าผู้ใดไม่ยอมกลับใจ

               พระองค์ทรงลับดาบให้คมh

               และทรงโก่งคันธนูเล็งเป้า

13    ทรงตระเตรียมเครื่องมือมรณะไว้

               ทรงจุดไฟลูกธนูให้เป็นธนูเพลิง

14    ดูคนชั่วสิ เขาคิดร้ายดุจก่อกำเนิดความชั่ว

               มีความเลวอยู่ในครรภ์ และคลอดความหลอกลวง

15    เขาขุดหลุม โกยดินออกให้ลึก

               แต่เขากลับตกลงไปในบ่อที่ขุดไว้

16    ความชั่วร้ายกลับมาอยู่เหนือเขา

               ความรุนแรงที่เขาทำ ตกลงมาบนศีรษะของเขา

17    ข้าพเจ้าจะขอบพระคุณพระยาห์เวห์สำหรับความเที่ยงธรรมของพระองค์

                                    ข้าพเจ้าจะขับร้องสรรเสริญพระนามพระยาห์เวห์i พระเจ้าสูงสุด

7 a เพลงสดุดีประเภทคร่ำครวญบทนี้มีโครงสร้างดังนี้ (1) ข้อ 1-2 การร้องหาพระยาห์เวห์ (2) ข้อ 3-5 การยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้อ้อนวอน (3) ข้อ 6-11 การอ้อนวอนขอให้พระเจ้าประทานความยุติธรรม (4) ข้อ 12-16 พระเจ้าจะทรงลงโทษคนชั่วในไม่ช้า (5) ข้อ 17 เป็นข้อเพิ่มเติมเพื่อใช้ในพิธีกรรม

b “คุช” สำนวนแปลโบราณว่า “ชาวคุช” (ดู 2 ซมอ 18:21) ซึ่งเป็นผู้นำข่าวมรณกรรมของอับซาโลมมาทูลกษัตริย์ดาวิด แต่คำว่า “ชาวเบนยามิน”ที่นี่ชวนให้คิดว่าบุคคลที่มีชื่อ “คุช” นี้ต้องเป็นศัตรูกับกษัตริย์ดาวิด

c บางคนแปลว่า “ปล้นศัตรูโดยไร้เหตุผล”  แต่การแปลเช่นนี้ไม่คำนึงถึงหลักการในพันธสัญญาเดิมที่เรียกร้องให้คนชั่วถูกลงโทษ (ดู อพย 21::25 เชิงอรรถ f) – พันธสัญญาใหม่จะพัฒนาหลักการนี้ให้สมบูรณ์ (เทียบ มธ 5:38ฯ)

d “เกียรติยศ” บางคนแปลว่า “ชีวิต” หรือ “จิต” และยังแปลได้อีกว่า “ตับ” (หรือ “วิญญาณ”)

e ต้นฉบับภาษากรีกเสริมว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้า”

f แปลตามตัวอักษรว่า “ตามความชอบธรรมและความบริสุทธิ์ที่อยู่ในข้าพเจ้า”

g “พิพากษาเที่ยงธรรม” ต้นฉบับภาษากรีกเสริมว่า “กริ้วช้า”

h บางคนเข้าใจว่าประธานของประโยคในข้อ 12 และ 13 คือ “ศัตรู” (ดู ข้อ 5) ไม่ใช่พระเจ้า

i ผู้แปลบางคนคิดว่าคำ “พระยาห์เวห์” ไม่อยู่ในต้นฉบับ --- “ขับร้องสรรเสริญ” เป็นคำเฉพาะที่หมายถึงการใช้เครื่องดนตรีประกอบการขับร้องด้วย