เพลงสดุดีที่ 6

คำวอนขอในยามยากลำบากa

สดด บทนี้เป็นบทแรกในชุดเพลงสดุดี 7 บทที่คริสตชนแต่โบราณเรียกว่า "เพลงสดุดีขอสมาโทษ" (Penitential Psalms คือ สดด 6; 32; 38; 51; 102; 130 และ 143) สดด บทนี้เป็นคำอ้อนวอนของผู้ป่วยที่กำลังทนทุกข์อย่างสาหัส และรู้สึกว่าวาระสุดท้ายใกล้เข้ามาแล้ว เขาจึงวอนขอพระเจ้าได้ทรงช่วยให้พ้นจากความตาย โดยให้เหตุผลว่าถ้าเขาตายไป พระองค์ก็จะขาดผู้นมัสการพระองค์ไปหนึ่งคน ชาวอิสราเอลในพันธสัญญาเดิมยังไม่ได้รับการเปิดเผยเกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย บทภาวนาบทนี้จบลงด้วยข้อความที่แสดงความไว้ใจว่าพระเจ้าทรงได้ยินเสียงร้องไห้ของเขาแล้ว เราคริสตชนอาจใช้ สดด บทนี้เพื่อแสดงความทุกข์ถึงบาป ทั้งบาปส่วนตัวและบาปของสังคม เพราะถ้าจะคิดให้ถึงที่สุด ต้องนับว่าบาปเป็นสาเหตุของความทุกข์และความเลวร้ายทั้งหลายที่เราประสบในโลกนี้

สำหรับหัวหน้านักขับร้อง ใช้เครื่องสายประกอบคู่แปด  เพลงสดุดีของกษัตริย์ดาวิด

1      ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขออย่าได้ทรงดุด่าข้าพเจ้าในยามที่ทรงพระพิโรธ

               อย่าได้ทรงลงโทษข้าพเจ้าด้วยความกริ้ว

2      ข้าแต่พระยาห์เวห์ โปรดทรงเมตตาข้าพเจ้าด้วยเถิด ข้าพเจ้ากำลังจะสิ้นแรงอยู่แล้ว

               โปรดทรงบำบัดรักษาข้าพเจ้าด้วย กระดูกของข้าพเจ้าสั่นคลอน

3      จิตข้าพเจ้าวุ่นวายอย่างยิ่ง

               ข้าแต่พระยาห์เวห์….. อีกนานเท่าไรเล่า?

4      ข้าแต่พระยาห์เวห์ โปรดทรงหันกลับมาช่วยชีวิตข้าพเจ้าให้รอดพ้นb

               โปรดทรงปลดปล่อยข้าพเจ้าเพราะความรักมั่นคงของพระองค์

5      ในหมู่ผู้ตายไม่มีใครระลึกถึงพระองค์

               ในแดนมรณะไม่มีใครสรรเสริญพระองค์c

6      ข้าพเจ้าคร่ำครวญจนหมดแรง

               หลั่งน้ำตาเปียกหมอน  น้ำตาชุ่มที่นอนทุกค่ำคืน

7      นัยน์ตาข้าพเจ้าพร่ามัวด้วยความทุกข์

               ข้าพเจ้าอ่อนกำลังลงเพราะมีศัตรูมากมายd

8      ผู้กระทำชั่วทั้งหลาย จงไปให้พ้น

               พระยาห์เวห์ทรงได้ยินเสียงร่ำไห้ของข้าพเจ้า

9      พระยาห์เวห์ทรงฟังคำวอนขอของข้าพเจ้า

               พระยาห์เวห์ทรงรับฟังคำภาวนาของข้าพเจ้า

10         ขอให้ศัตรูทั้งมวลของข้าพเจ้าต้องอับอายและกลัวจนตัวสั่น         ขอให้เขาต้องอับอายและถอยหนีไปทันที

6 a สดด 6 เป็นบทแรกในชุด “เพลงสดุดีขอสมาโทษ” 7 บท (32, 38, 51, 102, 130, 143) ใน สดด บทนี้ ผู้เจ็บป่วยอ้อนวอนขอพระเจ้า

b “ชีวิต” คำภาษาฮีบรู  “nephesh” (ดู ปฐก 2:7) แปลได้หลายอย่าง คือ จิตใจ ลมหายใจ ชีวิต และยังเลยไปถึง “ลำคอ” ด้วย ลมหายใจเป็นบ่อเกิดของชีวิตและสูญหายไปพร้อมกับความตาย คำนี้จึงมักจะใช้เพื่อหมายถึงคนหรือสัตว์ที่มีชีวิต (ปฐก 12:1; 14:21;  อพย 1:5; 12:4) หรือหมายถึงชีวิตในรูปแบบต่างๆ ทั้งในระดับร่างกายและระดับอารมณ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกัน (ดู ปฐก 2:21 เชิงอรรถ m) สำนวนว่า “จิตใจของข้าพเจ้า” จึงมักจะมีความหมายเท่ากับ “ตัวข้าพเจ้า” (ดู 3:2; 44:25; 124:7; ปฐก 12:13; อพย 4:19; 1 ซมอ 1:26; 18:1-3) หรือเท่ากับคำว่า “ชีวิตของข้าพเจ้า” “ใบหน้าของข้าพเจ้า” “เกียรติของข้าพเจ้า”  ในพันธสัญญาใหม่ คำว่า “psyche” (วิญญาณ, ชีวิต) รักษาความหมายทั้งหมดนี้ของคำภาษาฮีบรู “nephesh” (ดู มธ 2:20; 10:28; 16:25-26: 1 คร 12:15 เชิงอรรถ e; 15:44 เชิงอรรถ w)

c แดนมรณะ” แปลคำฮีบรูว่า “she’ol” (ดู  กดว 16:33 เชิงอรรถ f) ผู้ตายมีสภาพเป็นเงาที่พูดไม่ได้ของผู้ที่เคยมีชีวิต และไม่สามารถติดต่อกับพระเจ้าได้ (สดด 30:9; 88:5,10-12; อสย 38:18)

d บางคนแปลว่า “ศัตรูของข้าพเจ้าช่างหยิ่งยโส”