Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

  1. 1“จงร้องเรียกซิ มีผู้ใดบ้างจะตอบท่าน

                   ท่านจะหันไปหาผู้ศักดิ์สิทธิ์aใดได้

                   2จงรู้ว่าความโกรธฆ่าคนโง่เขลา

                   และความอิจฉาริษยาฆ่าคนขาดสติ

                   3ข้าพเจ้าเคยเห็นคนโง่เขลาหยั่งราก

                   แต่ทันใดที่อาศัยของเขาก็พังb

                   4บุตรของเขาอยู่ห่างไกลจากความปลอดภัย

                   ถูกใส่ร้ายในศาลโดยไม่มีผู้ใดป้องกันc

                   5เขาเก็บเกี่ยวสิ่งใดได้ ผู้หิวโหยก็จะขโมยสิ่งนั้นไปกินจนหมด

                   แม้เขาจะสุมหนามป้องกันไว้d

                   แม้เขาจะมีทรัพย์สมบัติ ผู้กระหายก็จะมากลืนทรัพย์สมบัตินั้น

                   6ความทุกข์ยากไม่มาจากฝุ่นดิน

                   และเหตุร้ายไม่งอกขึ้นมาจากพื้นดิน

                   7แต่มนุษย์เป็นผู้ก่อให้เกิดเหตุร้าย

                   เหมือนประกายไฟปลิวขึ้นเบื้องบนe

                   8“ถ้าเป็นข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะแสวงหาพระเจ้า

                   จะมอบคดีของข้าพเจ้าไว้กับพระองค์f

                   9พระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราจะหยั่งรู้ได้

                   ทรงกระทำอัศจรรย์นับไม่ถ้วน

                   10พระองค์ประทานฝนแก่แผ่นดิน

                   และทรงส่งน้ำมาบนท้องทุ่ง

                   11พระองค์ทรงยกผู้ต่ำต้อยให้สูงขึ้น

                   ทรงบันดาลให้ผู้เป็นทุกข์ประสบความเจริญรุ่งเรือง

                   12ทรงทำให้อุบายของคนเจ้าเล่ห์ล้มเหลว

                   มือของเขาจะได้ไม่ประสบความสำเร็จ

                   13พระองค์ทรงใช้เล่ห์กลของคนฉลาดเป็นกับดักเขา

                   ทรงทำลายแผนการของคนเจ้าเล่ห์

                   14เขาพบความมืดในเวลากลางวัน

                   และในเวลาเที่ยงวันก็คลำหาทางเหมือนในเวลากลางคืน

                   15แต่พระองค์ทรงช่วยผู้ขัดสนให้พ้นคมดาบg

                   และพ้นจากมือของผู้มีกำลัง

                   16คนยากจนจึงมีความหวัง

                   และความอยุติธรรมก็ปิดปากเงียบ

                   17มนุษย์ที่พระเจ้าทรงอบรมสั่งสอนย่อมเป็นสุข

                   ท่านจงอย่าดูหมิ่นการอบรมสั่งสอนhจากพระผู้ทรงสรรพานุภาพi

                   18พระองค์ทรงทำให้บาดเจ็บและทรงพันแผลให้

                   ทรงโบยตี แต่พระหัตถ์ของพระองค์ก็รักษาให้หาย

                   19พระองค์จะทรงช่วยท่านให้พ้นจากความยากลำบากหกประการ

                   และความยากลำบากประการที่เจ็ดjจะไม่ทำร้ายท่าน

                   20ในยามอดอยาก พระองค์จะทรงช่วยท่านให้พ้นจากความตาย

                   ในยามสงคราม จะทรงช่วยให้พ้นจากอานุภาพของดาบ

                   21พระองค์จะทรงปกป้องท่านไว้จากคำพูดใส่ร้าย

                   ท่านจะไม่กลัวหายนะที่จะมาถึงk

                   22ท่านจะหัวเราะเยาะหายนะและความอดอยากl

                   จะไม่กลัวสัตว์ร้ายของแผ่นดิน

                   23หินในทุ่งนาจะไม่เป็นอุปสรรคกับท่านm

                   สัตว์ป่าจะเป็นมิตรกับท่าน

                   24ท่านจะรู้ว่ากระโจมของท่านปลอดภัย

                   ท่านจะไปตรวจดูคอกแกะ และจะไม่มีสัตว์ตัวใดขาดหายไป

                   25ท่านจะรู้ว่าลูกหลานของท่านมีจำนวนมาก

                   ลูกหลานของท่านจะเป็นเหมือนหญ้าในทุ่ง

                   26ท่านจะมีอายุยืนยาวและแข็งแรงจนถึงวันตาย

                   เหมือนข้าวเต็มรวงในฤดูเก็บเกี่ยว

                   27ดูซิ ทั้งหมดนี้เราได้ค้นพบว่าเป็นความจริง

                   จงฟังและเรียนรู้เถิด เพื่อประโยชน์ของท่านเอง”

5 a “ผู้ศักดิ์สิทธิ์” คือ “ทูตสวรรค์” (ดู 15:15 – เทียบกับ 4:18 – ดนล  4:10,14,20; 8:13; ศคย 14:5) – การที่ทูตสวรรค์อาจขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าให้เราได้จะมีกล่าวถึงอีกใน 33:23-24; ดู ทบต 12:12; ศคย 1:12 – คำถามของเอลีฟัสเป็นการประชดประชัน – ถ้าทูตสวรรค์ยังถูกพระเจ้าพิพากษา ก็ป่วยการที่เราจะไปขอร้องทูตสวรรค์ให้ช่วยเราไปต่อสู้กับพระเจ้า แต่คำถามเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าชาวยิวมีธรรมเนียมขอร้องให้ทูตสวรรค์ช่วยวอนขอพระเจ้าแทนตน ธรรมเนียมเช่นนี้อาจสืบเนื่องมาจากสมัยที่มนุษย์ยังเชื่อในเทพเจ้าหลายองค์ เทพเจ้าของแต่ละคนจะต้องช่วยปกป้องมนุษย์ที่นับถือตนเมื่อเทพเจ้าต่างๆมาประชุมกัน

b “ที่อาศัยของเขาก็พัง” – แปลโดยคาดคะเน – ตัวบทข้อ 3-4 ไม่ชัดเจน – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ข้าพเจ้าสาปแช่ง” – ต้นฉบับภาษากรีกและซีเรียคว่า “คำสาปแช่งตกลงมา”

c “ถูกใส่ร้ายในศาลโดยไม่มีผู้ใดป้องกัน” – แปลตามตัวอักษรว่า “พินาศที่ประตูเมือง” – ในสมัยโบราณ “ประตูเมือง” เป็นที่ชุมนุมของประชาชน และเป็นสถานที่ซึ่งใช้สำหรับพิจารณาคดี เปรียบเหมือน “ศาล” ในปัจจุบัน

d “แม้เขาจะเอาหนามมาสุมกันไว้” – แปลตามตัวอักษรว่า “จากกอหนาม”

e “ประกายไฟปลิวขึ้นเบื้องบน” – แปลโดยคาดคะเน – ต้นฉบับไม่ชัดเจน – สำนวนแปลโบราณบางฉบับว่า “เหมือนนกอินทรีบินขึ้นเบื้องสูง”

f หลังจากคำเรียกร้องแบบประชดประชันในข้อ 1 (ดูเชิงอรรถ a) เอลีฟัสดูเหมือนจะชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างผู้ที่อ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากทูตสวรรค์ กับผู้ที่ประพฤติเหมือนกับตน ซึ่งไม่กลัวที่จะเข้าหาพระเจ้าโดยตรง ดังนั้น เขาจึงชวนให้โยบแก้ไขท่าทีที่เขามีต่อพระเจ้า และประพฤติตนด้วยความซื่อสัตย์ยิ่งขึ้นต่อพระผู้สร้างของตน

g “พ้นคมดาบ” – แปลตามตัวอักษรว่า “จากดาบ”

h “อย่าดูหมิ่นการอบรมสั่งสอน” – เอลีฟัสบอกโยบว่าความทุกข์ยากของเขาเป็นการอบรมสั่งสอนจากพระเจ้า – นำความเจ็บปวดมาให้ก็จริง แต่เป็นการสั่งสอนที่นำประโยชน์มาให้ด้วย – เอลีฮูก็จะกล่าวเช่นเดียวกันนี้ใน 33:19ฯ

i “พระผู้ทรงสรรพานุภาพ” – ภาษาฮีบรูว่า “ชัดดาย” ซึ่งเป็นพระนามของพระเจ้าในสมัยของบรรพบุรุษ (ดู ปฐก 17:1 เชิงอรรถ a) - ผู้ประพันธ์หนังสือโยบมักจงใจใช้ถ้อยคำและสำนวนโบราณบ่อยๆ

j “หกประการ....ประการที่เจ็ด” – เอลีฟัสใช้ลีลาการพูดแบบ “สุภาษิตตัวเลข” – ดู สภษ 6:16-19; 30:15ฯ.

k “หายนะที่จะมาถึง” – บางคนแปลว่า “โจรปล้น”

l “หายนะและความอดอยาก” – บางคนแปลโดยคาดคะเนว่า “ความแห้งแล้งและน้ำค้างแข็ง” เพราะคิดว่าได้มีการกล่าวถึง “หายนะและความอดอยาก” มาก่อนนี้แล้ว

m “หินในทุ่งนา” – ในปาเลสไตน์ เราจะพบก้อนหินอยู่ทั่วไปตามไร่นาที่ทำการเพาะปลูก ซึ่งชาวนาต้องเก็บมาเรียงไว้เป็นกำแพงรอบที่ดินของตนก่อนจะทำการเพาะปลูกได้ (ดู 2 พกษ 3:19,25; อสย 5:2)