Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

หนังสือประกาศกโยเอล

  1. บทที่ 1
  2. บทที่ 2
  3. บทที่ 3
  4. บทที่ 4

ชื่อหนังสือ

1. 1พระวาจาที่พระยาห์เวห์ตรัสแก่โยเอล บุตรของเปธุเอล

I. ภัยพิบัติจากตั๊กแตน

ก. พิธีกรรมไว้ทุกข์

 

คำคร่ำครวญถึงความพินาศของยูดาห์

2ท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย จงฟังเรื่องนี้เถิด

ท่านทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในแผ่นดิน จงเงี่ยหูฟังเถิด

เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดในสมัยของท่าน

หรือเกิดในสมัยบรรพบุรุษของท่านบ้างหรือไม่

3จงเล่าเรื่องนี้แก่บรรดาบุตรของท่าน

ให้บรรดาบุตรเล่าต่อแก่บุตรของเขา

และให้บุตรของเขาเล่าต่อไปยังชนรุ่นต่อไป

4สิ่งที่ตั๊กแตนวัยอ่อนกินเหลือ

ตั๊กแตนที่เริ่มมีปีกก็กินต่อ

สิ่งที่ตั๊กแตนเริ่มมีปีกกินเหลือ

ตั๊กแตนที่บินได้ก็จะกินต่อ

สิ่งที่ตั๊กแตนที่บินได้กินเหลือ

ตั๊กแตนที่บินมาเป็นฝูงก็กินจนหมดa

5พวกขี้เมาทั้งหลายเอ๋ย จงตื่นและร้องไห้เถิด

ท่านทั้งหลายที่ดื่มเหล้าองุ่น จงร้องคร่ำครวญ

เพราะเหล้าองุ่นใหม่ถูกกันไม่ให้มาถึงปากของท่าน

6เพราะชนชาติหนึ่งขึ้นมาต่อสู้กับแผ่นดินของข้าพเจ้า

เขามีกำลังมากและมีจำนวนนับไม่ถ้วน

มีฟันเหมือนฟันสิงโต

มีเขี้ยวเหมือนเขี้ยวสิงโตตัวเมีย

7เขาทำลายเถาองุ่น

ลอกเปลือกต้นมะเดื่อเทศของข้าพเจ้า

ลอกเปลือกออกโยนทิ้งไปb

ปล่อยกิ่งก้านไว้ขาวโพลน

8จงร่ำไห้cเหมือนอย่างหญิงพรหมจารี

ที่สวมผ้ากระสอบไว้ทุกข์คู่หมั้นแห่งวัยสาวของเธอd

9ธัญบูชาและการเทเหล้าองุ่นถวายe

หายไปจากพระวิหารของพระยาห์เวห์

บรรดาสมณะผู้รับใช้พระยาห์เวห์ไว้ทุกข์

10ทุ่งนาถูกทำลาย

แผ่นดินก็ไว้ทุกข์

เพราะข้าวถูกทำลาย

เหล้าองุ่นใหม่ก็ไม่มี

น้ำมันมะกอกเทศก็หมดไป

11ชาวนาทั้งหลายเอ๋ย จงอับอายเถิด

ผู้แต่งเถาองุ่นเอ๋ย จงร้องคร่ำครวญ

ไว้ทุกข์ให้ข้าวสาลีและข้าวบารลี

เพราะผลิตผลของทุ่งนาได้ถูกทำลายจนหมด

12เถาองุ่นแห้งไป

ต้นมะเดื่อเทศก็เหี่ยวเฉา

ต้นทับทิม ต้นอินทผลัมและต้นแอปเปิ้ล

และต้นไม้ทุกต้นในทุ่งนาเหี่ยวแห้งไป

ความยินดีก็สูญสิ้นไปจากบรรดาบุตรแห่งมนุษย์ด้วย

การเชิญชวนให้กลับใจและอธิษฐานภาวนา

13บรรดาสมณะเอ๋ย จงใช้ผ้ากระสอบคาดสะเอว

และร้องโอดครวญเถิด

ท่านทั้งหลายผู้รับใช้พระยาห์เวห์ที่พระแท่นบูชา

จงร้องคร่ำครวญ

ท่านผู้รับใช้พระเจ้าของข้าพเจ้า จงมาเถิดf

จงสวมผ้ากระสอบตื่นเฝ้าทั้งคืน

เพราะธัญบูชาและการเทเหล้าองุ่นถวาย

หายไปจากพระวิหารของพระเจ้าของท่าน

14จงประกาศgให้มีการจำศีลอดอาหาร

จงเรียกประชาชนมาชุมนุมกัน

จงรวบรวมบรรดาผู้อาวุโสและผู้อาศัยทุกคนในแผ่นดิน

ให้มายังพระวิหารของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน

และจงร้องขอความช่วยเหลือจากพระยาห์เวห์ว่า

15“อนิจจาเอ๋ย วันนั้น

วันของพระยาห์เวห์อยู่ใกล้แล้ว

วันนั้นจะมาถึง เป็นการทำลายจากพระผู้ทรงสรรพานุภาพh

16อาหารหายไปต่อหน้าต่อตาของเรา

ความร่าเริงและความยินดีก็สูญไปจากพระวิหาร

ของพระเจ้าของเราแล้วมิใช่หรือ

17เมล็ดพืชที่หว่านแล้วแห้งตายอยู่ใต้ผิวดินi

โรงเก็บผลผลิตก็ว่างเปล่า

ยุ้งข้าวก็ผุพัง

เพราะไม่มีข้าวจะเก็บ

18บรรดาสัตว์เลี้ยงร้องครวญครางเสียงดัง

ฝูงโคก็งงงัน

เพราะไม่มีหญ้ากิน

แม้แต่ฝูงแพะแกะก็พลอยรับโทษไปด้วย

19ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพเจ้าร้องเรียกพระองค์

เพราะไฟjได้เผาผลาญทุ่งหญ้าในถิ่นทุรกันดาร

เปลวไฟไหม้ต้นไม้ทุกต้นในทุ่ง

20แม้กระทั่งสัตว์ป่าก็กระหายหาพระองค์

เพราะน้ำในห้วยแห้งไป

และไฟก็กินหญ้าในทุ่งหญ้าของถิ่นทุรกันดารจนหมด

1 a ประกาศกกล่าวถึงการที่แผ่นดินถูกฝูงตั๊กแตนบุกรุกมาทำลายพืชผล ตัวบทใช้คำสี่คำเรียกตั๊กแตนซึ่งมีหลายชนิด เราไม่รู้ว่าคำทั้งสี่แต่ละคำแปลว่าอะไรแน่ – อาจเป็นชื่อตั๊กแตนกลุ่มย่อยชนิดต่างๆ หรืออาจหมายถึงเพียงขั้นตอนของการเจริญเติบโตเท่านั้น (เราเลือกแปลในความหมายหลังนี้)

b เถาองุ่นและต้นมะเดื่อเทศเป็นสัญลักษณ์ของสันติและความสงบสุข – เทียบ 1 พกษ 5:5; มคา 4:4; ศคย 3:10 – การทำลายต้นไม้เหล่านี้จึงหมายถึงการถูกข้าศึกเข้าโจมตีและนำความพินาศมาให้

c “จงร่ำไห้” - ประกาศกกำลังพูดกับประชาชนที่ชุมนุมกัน

d “ผ้ากระสอบ” เป็นเครื่องหมายของความทุกข์และการเป็นทุกข์กลับใจ

e การถวายธัญบูชาประจำวัน – ดู ลนต บทที่ 2 – การเทเหล้าองุ่นถวายเป็นการถวายผลิตผลทางการเกษตรอย่างหนึ่งพร้อมกับผลิตผลทางการเกษตรอย่างอื่น เช่น แป้งและน้ำมัน – ดู อพย 29:38-42; กดว 28:3-8.

f “จงมาเถิด” หมายถึง “เข้ามาในพระวิหาร” – ดู 2:17.

g “จงประกาศ....” – แปลตามตัวอักษรว่า “จงทำให้ศักดิ์สิทธิ์” – การเชิญชวนคล้ายกันให้กลับใจและอธิษฐานภาวนายังพบได้อีกใน 2:12-13,15-17 – ดู ยนา 3:5-9 ด้วย – กิจกรรมที่ประกาศกโยเอลสนใจคือการปฏิบัติตามธรรมเนียมและพิธีกรรม (1:9,13,16;2:14) ซึ่งแตกต่างกันอย่างชัดเจนกับท่าทีของประกาศกอาโมส โฮเชยา มีคาห์ และเยเรมีย์ ซึ่งเน้นการกลับใจภายในมากกว่า – ดู อมส 5:21 เชิงอรรถ n – แต่โยเอลก็เน้นความจำเป็นต้องกลับใจภายในด้วย (2:13)

h ที่นี่มีการเล่นคำระหว่าง “การทำลาย” (shod ในภาษาฮีบรู) กับคำ “พระผู้ทรงสรรพานุภาพ” (Shaddai ในภาษาฮีบรู – ซึ่งเป็นพระนามหนึ่งของพระเจ้า – ดู ปฐก 17:1 เชิงอรรถ b) – ภัยพิบัติจากตั๊กแตนเป็นการเกริ่นนำ “วันของพระยาห์เวห์” ซึ่งเป็นวันแห่งความน่ากลัว – ดู 2:1-2,11; อมส 5:18 เชิงอรรถ m – ถึงกระนั้น ในบริบทของ ยอล บทที่ 3-4 (แต่ ดู อบด ข้อ 15 ด้วย) วันของพระยาห์เวห์จะนำชัยชนะสุดท้ายของอิสรเอลมาให้

i “แห้งตายอยู่ใต้ผิวดิน” – ความหมายไม่ชัดเจน – 3 คำใน 4 คำภาษาฮีบรูในประโยคนี้พบได้ที่นี่เท่านั้น ไม่พบที่ใดอีก - การแปลจึงเป็นเพียงโดยคาดคะเน

j “ไฟ” – เทียบ 2:3 และ “เปลวไฟ” เป็นสัญลักษณ์ของความแห้งแล้งซึ่งตามหลังการถูกตั๊กแตนทำลายพืชผล – ดู อมส 7:4.

คำเตือนให้คิดถึงวันของพระยาห์เวห์a

2. 1จงเป่าแตรเขาสัตว์bในศิโยน

จงส่งสัญญาณเตือนบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเรา

ให้ทุกคนที่อาศัยในแผ่นดินตัวสั่น

เพราะวันของพระยาห์เวห์กำลังจะมา

วันนั้นอยู่ใกล้แล้ว

2เป็นวันแห่งความมืดและความมืดมิด

เป็นวันที่มีเมฆและความมืดทึบc

ตั๊กแตนdจำนวนมากและทรงพลัง

แผ่กระจายอยู่บนภูเขาต่างๆเหมือนรุ่งอรุณ

อย่างที่ไม่เคยมีมาในอดีต

และจะไม่มีอีกในอนาคต

จากชั่วอายุคนหนึ่งถึงอีกชั่วอายุคนหนึ่ง

การถูกตั๊กแตนจู่โจม

3ไฟเผาผลาญอยู่ด้านหน้าตั๊กแตนเหล่านี้

เปลวเพลิงไหม้อยู่ด้านหลัง

แต่ก่อนนั้นแผ่นดินเป็นเหมือนสวนเอเดน

แต่หลังจากนั้นก็กลายเป็นถิ่นทุรกันดารที่รกร้าง

ไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่อีกเลย

4ตั๊กแตนเหล่านี้ดูเหมือนเป็นม้า

วิ่งควบรวดเร็วเหมือนม้าศึกe

5ส่งเสียงอึกทึกเหมือนเสียงรถรบ

กระโจนบนยอดภูเขา

ส่งเสียงดังเหมือนเสียงเปลวไฟที่ไหม้ซังข้าว

เหมือนกองทัพทรงพลังที่ตั้งแถวเข้าประจัญบาน

6เมื่อประชาชนชาติต่างๆเห็นตั๊กแตนเหล่านี้ก็กระสับกระส่าย

ใบหน้าของทุกคนซีดเซียว

7มันวิ่งเหมือนทหารชำนาญศึก

ปีนกำแพงเหมือนนักรบ

ต่างก็เดินตามทางของตน

ไม่หันเหออกนอกทางเลยf

8มันไม่แย่งทางกัน

ต่างก็เดินอยู่ในทางของตน

เดินหน้าฝ่าลูกธนู

ไม่แตกแถวเลย

9มันจู่โจมเข้าในเมือง

กระโจนขึ้นบนกำแพงเมือง

ปีนเข้าไปในบ้าน

เข้าไปทางหน้าต่างเหมือนขโมย

นิมิตเห็นวันของพระยาห์เวห์

            10ต่อหน้าตั๊กแตนเหล่านี้ แผ่นดินสั่นไหว

ท้องฟ้าสั่นสะเทือน

ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มืดไป

ดวงดาวก็อับแสงg

11พระยาห์เวห์ทรงเปล่งพระสุรเสียงh

ให้กำลังพลของพระองค์ได้ยิน

กองทัพของพระองค์ใหญ่มาก

ผู้ปฏิบัติตามพระวาจาก็ทรงพลัง

เพราะวันของพระยาห์เวห์เป็นวันยิ่งใหญ่และน่ากลัวยิ่งนัก

ผู้ใดเล่าจะทนได้

คำเชิญชวนให้กลับใจ

            12แต่บัดนี้ – พระยาห์เวห์ตรัส –

ท่านทั้งหลายจงกลับมาหาเราด้วยสุดจิตสุดใจเถิด

จงจำศีลอดอาหาร ร่ำไห้ และไว้ทุกข์คร่ำครวญ

13จงฉีกใจของท่าน มิใช่ฉีกเสื้อผ้า

จงกลับมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน

เพราะพระองค์ทรงเมตตาและกรุณา

ไม่ทรงโกรธง่าย ทรงเปี่ยมด้วยความรักมั่นคง

ทรงสงสารและไม่ทรงลงโทษ

14ใครจะรู้ได้ พระองค์อาจจะทรงเปลี่ยนพระทัยสงสาร

กลับมาประทานพระพรi

ท่านถวายผลิตผลเป็นธัญบูชาและเทเหล้าองุ่น

ถวายพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน

15จงเป่าแตรเขาสัตว์ในศิโยน

จงประกาศให้มีการจำศีลอดอาหาร

จงเรียกประชาชนให้มาชุมนุมกัน

16จงเรียกประชาชนให้มาพร้อมกัน

จงประกาศให้มีการประชุมj

จงเรียกบรรดาผู้อาวุโสมาชุมนุมกัน

จงรวบรวมเด็กๆ แม้ทารกที่ยังกินนม

จงให้เจ้าบ่าวออกมาจากห้องหอ

และให้เจ้าสาวออกจากห้องวิวาห์

17จงให้บรรดาสมณะผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์

ร่ำไห้อยู่ระหว่างเฉลียงกับพระแท่นบูชาk

ทูลว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ โปรดทรงเมตตาประชากรของพระองค์เถิด

ขออย่าทรงทำให้มรดกของพระองค์ถูกลบหลู่

และถูกนานาชาตินินทาว่าร้าย

ทำไมชนชาติทั้งหลายจะต้องพูดว่า

“พระเจ้าของเขาอยู่ที่ไหน”

ข. พระดำรัสตอบของพระยาห์เวห์

 

          18พระยาห์เวห์ทรงหวงแหนแผ่นดินของพระองค์

ทรงสงสารประชากรของพระองค์

ภัยพิบัติสิ้นสุด

19พระยาห์ทรงตอบประชากรของพระองค์ว่า

“ดูซิ เราจะส่งข้าวสาลี เหล้าองุ่นใหม่

และน้ำมันมะกอกเทศให้ท่าน

ท่านจะกินจนอิ่ม

เราจะไม่ทำให้ท่านถูกลบหลู่ในหมู่นานาชาติอีก

20เราจะขับไล่ผู้มาจากทิศเหนือlไปให้ห่างจากท่าน

จะขับไล่เขาเข้าไปในแผ่นดินแห้งแล้งและรกร้าง

จะขับไล่กองหน้าเข้าไปในทะเลด้านตะวันออก

ขับไล่กองหลังเข้าไปในทะเลด้านตะวันตก

กลิ่นเหม็นคลุ้งของเขาจะขึ้นมา

กลิ่นเหม็นเน่าของเขาก็ขึ้นมา

เพราะเขาทำความชั่วมากมาย (**)

นิมิตเห็นความอุดมสมบูรณ์

21แผ่นดินเอ๋ย อย่ากลัวเลย

จงยินดีและเปรมปรีดิ์เถิด

เพราะพระยาห์เวห์ทรงทำกิจการยิ่งใหญ่

22สัตว์ป่าทั้งหลายเอ๋ย อย่ากลัวเลย

เพราะทุ่งหญ้าในถิ่นทุรกันดารจะเขียวสด

ต้นไม้จะเกิดผล

ต้นมะเดื่อเทศและเถาองุ่นจะออกผลอย่างอุดมสมบูรณ์

23บุตรทั้งหลายของศิโยนเอ๋ย จงชื่นชมยินดีเถิด

จงเปรมปรีดิ์ในพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน

เพราะพระองค์ประทานฝนต้นฤดูที่จำเป็นmให้ท่าน

พระองค์ทรงหลั่งฝนลงมาให้ท่าน

คือฝนต้นฤดูและฝนปลายฤดูเหมือนในอดีต

24ลานนวดข้าวจะมีข้าวสาลีเต็ม

ถังจะมีเหล้าองุ่นใหม่และน้ำมันมะกอกเทศจนเต็ม

25เราจะคืนผลิตผลให้ท่าน

แทนผลิตผลในปีที่ตั๊กแตนวัยอ่อน

ตั๊กแตนวัยมีปีก ตั๊กแตนที่บินได้

และตั๊กแตนที่บินมาเป็นฝูงได้กิน

คือกองทัพใหญ่ที่เราส่งมาโจมตีท่าน

26ท่านทั้งหลายจะกินจนอิ่ม

จะสรรเสริญพระนามพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน

ผู้ทรงทำสิ่งมหัศจรรย์ในหมู่ท่าน

ประชากรของเราจะไม่ต้องอับอายอีกเลย

27แล้วท่านจะรู้ว่าเราอยู่ในหมู่ของท่านในอิสราเอล

เรา เรานี่แหละเป็นพระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่าน

ไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีก

ประชากรของเราจะไม่ต้องอับอายอีกเลย”

2 a การที่ตั๊กแตนมาทำลายพืชผลถูกกล่าวถึงในข้อ 1-11 เหมือนกับว่าเป็นการถูกกองทัพที่ต่อต้านไว้ไม่ได้จู่โจม แต่ครั้งนี้เป็นลักษณะประการหนึ่งของ “วันของพระยาห์เวห์” (1:15)

b การเป่าแตรส่งสัญญาณเช่นนี้เป็นการเตือนให้ทุกคนรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง (อสค 33:3,6; ฮชย 5:8; อมส 3:6) เสียงแตรหรือเสียงเป่าเขาสัตว์เป็นการประกาศล่วงหน้าถึงการลงโทษอิสราเอล (อสย 18:3; ยรม 4:5; 6:1; ฮชย 8:1) บอกว่าวันการลงโทษกำลังมาแล้ว (2:1; ศฟย 1:16 – เทียบ วว 8:6 – 9:21) – เสียงแตรเขาสัตว์ยังใช้เพื่อเรียกชาวอิสราเอลมาร่วมชุมนุมทางศาสนา (2:15; กดว 10:2-10) จึงจะเป็นสัญญาณสำหรับการชุมนุมผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรในวันสิ้นพิภพด้วย (อสย 27:13; 1 ธส 4:16-17; 1 คร 15:52)

c ภาพเมฆและความมืดทึบเช่นนี้สะท้อนการบุกรุกของตั๊กแตนที่บินมาเป็นฝูง จนทำให้ท้องฟ้ามืดไป (เทียบ วว 9:2) ภาพเปรียบเทียบนี้อาจเปรียบกับความรวดเร็วที่ฝูงตั๊กแตนบินเข้ามาบุกรุก หรือเปรียบกับแสงอาทิตย์ที่สะท้อนกับตัวตั๊กแตนเป็นสีเหลืองเรืองๆ

d “แผ่ขยาย....เหมือนรุ่งอรุณ” – ตามต้นฉบับภาษากรีก – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “แผ่ขยาย....เมื่อรุ่งอรุณ”

e การเปรียบเทียบฝูงตั๊กแตนกับม้าพบได้บ่อยๆ – ที่นี่ในข้อ 4-9 ภาพเปรียบเทียบนี้ถูกบรรยายว่าฝูงตั๊กแตนบุกรุกเข้ามาเหมือนม้าศึกในกองทัพ – ดู นฮม 2:4-7,11; 3:2-3,15-17 – ในบริบทของวรรณกรรมประเภทวิวรณ์ (Apocalyptic)

f “หันเหออกนอกทาง” – ตามต้นฉบับภาษากรีก – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “เข้ามาเกี่ยวข้อง”

g ปรากฏการณ์ในโลกและบนท้องฟ้าเป็นเครื่องหมายของ “วันของพระยาห์เวห์” – ดู อมส 8:9 เชิงอรรถ h.

h “ทรงเปล่งพระสุรเสียง” หมายถึงเสียงฟ้าร้อง – ดู 4:16; อพย 19:16 เชิงอรรถ g; โยบ 37:4,5; สดด 18:13: 29:3-9; อมส 1:2 – ฝูงตั๊กแตนเป็น “กองทัพ”(ของพระเจ้า)

i “พระพร” หมายถึง “พืชผลที่เก็บเกี่ยวได้อุดมบริบูรณ์” – ดู ฉธบ 7:13-14; 16:10,15,17; ฮกก 2:15-19 ซึ่งทำให้ประชากรนำพืชผลมาถวายพระเจ้าได้อีก – ดู ยอล 1:9.

j “เรียก” และ “ประกาศ” – ตามตัวอักษรว่า “ทำให้ศักดิ์สิทธิ์” – ดู 1:14.

k “ระหว่างเฉลียงกับพระแท่นบูชา” หมายถึงสถานที่ในลานทางตะวันออกของพระวิหาร (ดู 1 พกษ 6:3; อสค 40:48-49) ระหว่างเฉลียง (ulam) และพระแท่นเผาเครื่องบูชา (1 พกษ 8:64; 2 พศด 8:12) – บรรดาสมณะอธิษฐานภาวนาโดยหันหน้าเข้าหาพระวิหาร

l “ผู้มาจากทิศเหนือ” – ฝูงตั๊กแตนในข้อ 1-11 บัดนี้ถูกนำมาเปรียบว่าเป็นกองทัพข้าศึกที่มาจากทางทิศเหนือเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาตัดสินของพระยาห์เวห์ – ความคิดเช่นนี้พบได้เสมอในข้อเขียนของบรรดาประกาศก (ยรม 1:13-15,13 เชิงอรรถ e; อสค 26:7)

(**) “เขาทำความชั่วมากมาย” – แปลตามตัวอักษรว่า “เขาทำกิจการใหญ่โต” - ประโยคนี้อาจเป็นข้อความที่ผู้คัดลอกเสริมเข้ามา

m “ที่จำเป็น” – ตามตัวอักษรว่า “สำหรับความยุติธรรม” – ความหมายไม่ชัดเจน – อาจเป็นวลีที่ผู้คัดลอกเสริมเข้ามา – อาจหมายความว่าพระยาห์เวห์ประทานฝนแก่ประชากรที่กลับใจแล้ว “ตามความยุติธรรม” นั่นคือ เพราะทรงซื่อสัตย์ต่อประชากรตามที่ทรงทำพันธสัญญาไว้ – หรืออาจหมายความว่า “ในปริมาณที่เหมาะสม” หรือยังอาจหมายความว่า “เพราะเห็นแก่ความยุติธรรม” เป็นเครื่องหมายว่าประชากรกลับมาปฏิบัติความชอบธรรมอีกแล้ว – สำนวนแปลภาษาละตินฉบับ Vulgata ทำให้ข้อความนี้มีความหมายเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ โดยแปลว่า “ผู้สอนความชอบธรรม” (doctorem iustitiae) – ดู ฮชย 10:12 (ตามต้นฉบับภาษาฮีบรู) และ ยรม 23:6; 33:15 – คำนี้ (ผู้สอนความชอบธรรม) ยังเป็นชื่อตำแหน่งหัวหน้าของกลุ่มชน “แห่งพันธสัญญา” ตามเอกสารซึ่งพบได้ที่ Qumran อีกด้วย

II. ยุคใหม่และวันของพระยาห์เวห์

ก. การหลั่งพระจิตa

3. 1ต่อจากนี้

เราจะหลั่งจิตของเราลงเหนือมนุษย์ทุกคน

บรรดาบุตรชายและบุตรหญิงของท่านจะประกาศพระวาจา

บรรดาคนชราของท่านจะฝันเห็นสิ่งต่างๆ

บรรดาคนหนุ่มของท่านจะเห็นนิมิต

2ในวันเหล่านั้น เราจะหลั่งจิตของเรา

เหนือแม้กระทั่งทาสชายและทาสหญิงb

3เราจะทำปาฏิหาริย์ในท้องฟ้าและบนแผ่นดินc

เป็นเลือด ไฟ และควัน

4ดวงอาทิตย์จะมืดไป

ดวงจันทร์จะกลายเป็นเลือด

ก่อนที่วันของพระยาห์เวห์จะมาถึง

เป็นวันยิ่งใหญ่และน่ากลัว

5ทุกคนที่เรียกขานพระนามของพระยาห์เวห์จะรอดพ้น

เพราะบนภูเขาศิโยนและในกรุงเยรูซาเล็มจะมีผู้หนีพ้น

ตามที่พระยาห์เวห์ตรัสไว้

และจะมีผู้รอดชีวิตdที่พระยาห์เวห์ทรงเรียก

3 a เราแบ่งบทตามวิธีแบ่งบทของตัวบทภาษาฮีบรูตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติมา – ในพระคัมภีร์ฉบับภาษากรีก 3:1 = 2:28 และ 4:1 = 3:1 – คำประกาศพระวาจาในข้อ 1-3 ซึ่งข้อ 4-5 บอกว่าสำเร็จเป็นไป หมายถึง “วันของพระยาห์เวห์” และสัญญาว่าพระเจ้าจะทรงหลั่งพระจิตลงมาเมื่อถึงเวลา – ดู อสค 36:27 เชิงอรรถ f – คำปราศรัยของเปโตรใน กจ 2:16-21,17 เชิงอรรถ k อธิบายว่าอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในวันเปนเตก๊อสเตเป็นการทำให้คำประกาศพระวาจานี้เป็นจริง

b พระจิตของพระเจ้าจะหลั่งลงมาเหนือทุกคนไม่ว่าจะมีฐานะใดในสังคม ตามคำอธิษฐานภาวนาของโมเสสใน กดว 11:29 – “พระจิต” นี้หมายถึงทั้ง “จิต” หรือ “พลัง” ในการประกาศพระวาจา ซึ่งที่นี่มีความฝันและนิมิตเป็นเครื่องหมาย – ดู กดว 12:6 – และเป็นสาเหตุของการปรับปรุงจิตใจภายใน – ดู อสค 11:19-20; 36:26-27 (ไม่ได้หมายถึง “พระจิตเจ้า” โดยตรง)

c “ปาฏิหาริย์” บนท้องฟ้าและบนแผ่นดินเหล่านี้เป็นการประกาศล่วงหน้าว่า “วันของพระยาห์เวห์” กำลังจะมาถึง (1:15; 2:1-2,10; อมส 8:9 เชิงอรรถ h)

d “ผู้รอดชีวิต” – แปลโดยคาดคะเน – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ในหมู่ผู้รอดชีวิต”

ข. พระเจ้าจะทรงตัดสินลงโทษนานาชาติa

พระเจ้าทรงแจ้งล่วงหน้าถึงการตัดสิน

  1. 1ดูซิ ในวันเหล่านั้นและในเวลานั้น

เมื่อเราให้ชาวยูดาห์และชาวกรุงเยรูซาเล็ม

ที่ถูกกวาดต้อนเป็นเชลยได้กลับมาb

2เราจะรวบรวมนานาชาติ

และนำเขาลงไปในหุบเขาเยโฮชาฟัทc

และเราจะพิพากษาเขาที่นั่น

ถึงการกระทำของเขาต่ออิสราเอล

ประชากรของเราและมรดกของเราd

เขาได้ทำให้ประชากรของเรา

ต้องกระจัดกระจายไปอยู่ในหมู่นานาชาติ

และได้แบ่งปันแผ่นดินeของเรา

3เขาจับฉลากประชากรของเรา

แลกเด็กชายกับหญิงโสเภณี

ขายเด็กหญิงเพื่อซื้อเหล้าองุ่นมาดื่ม

ข้อกล่าวหาชาวเฟนีเชียและชาวฟีลิสเตียf

                4เมืองไทระ เมืองไซดอน และทุกแคว้นของฟีลิสเตียเอ๋ย

เจ้าจะเอาอะไรกับเรา จะแก้แค้นเราหรือ

ถ้าเจ้าแก้แค้นเรา เราจะทำให้การกระทำของเจ้า

ตกบนหัวของเจ้าgอย่างฉับพลันและรวดเร็ว

5เพราะเจ้าได้เอาเงินและทองคำของเราไป

และนำทรัพย์สมบัติที่มีค่าของเราไปไว้ในวิหารของเจ้า

6เจ้าได้ขายชาวยูดาห์และชาวกรุงเยรูซาเล็มให้แก่ชาวกรีกh

เพื่อส่งเขาไปไกลจากเขตแดนของตน

7ดูซิ เราจะเร่งเร้าเขาให้กลับมา

จากสถานที่ที่เจ้าขายเขาให้ไปอยู่

เราจะทำให้การกระทำของเจ้าตกบนหัวของเจ้า

8เราจะขายบุตรชายบุตรหญิงของเจ้าแก่ชาวยูดาห์

ซึ่งจะขายเขาต่อไปแก่ชาวเสบาi

ประชากรที่อยู่ห่างไกล

- พระยาห์เวห์ตรัส -

พระเจ้าทรงเรียกนานาชาติให้มาชุมนุมกันj

9จงประกาศเรื่องนี้ในหมู่นานาชาติ

จงเตรียมทำสงครามk

จงเร่งเร้าทหารชำนาญศึก

จงให้นักรบทุกคนเข้ามาใกล้

ให้เขาขึ้นมาเถิด

10จงตีผาลไถนาของท่านให้เป็นดาบ

ตีขอลิดของท่านให้เป็นหอกl

ให้คนอ่อนแอพูดว่า “ฉันเป็นทหารชำนาญศึก”

11นานาชาติโดยรอบเอ๋ย จงรีบมาเถิด

จงมาชุมนุมกันที่นั่น

ข้าแต่พระยาห์เวห์

ขอทรงส่งทหารชำนาญศึกของพระองค์ลงมาเถิดm

12นานาชาติจงรีบขึ้นมายังหุบเขาเยโฮชาฟัทเถิด

เพราะที่นั่นเราจะนั่งพิพากษานานาชาติที่อยู่โดยรอบ

13จงใช้เคียวเกี่ยวเถิด

เพราะข้าวที่จะต้องเกี่ยวสุกแล้ว

จงมาเถิด จงเหยียบย่ำ

เพราะบ่อย่ำองุ่นเต็มแล้ว

ถังเก็บน้ำองุ่นล้นแล้ว

เพราะความชั่วของเขาทั้งหลายมีมาก

          14ชนจำนวนมาก ชนจำนวนมาก

อยู่ในหุบเขาการตัดสินn

เพราะวันแห่งพระยาห์เวห์ใกล้เข้ามาแล้ว

ในหุบเขาการตัดสิน

วันของพระยาห์เวห์

            15ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มืดไป

          ดวงดาวก็อับแสง

16พระยาห์เวห์ทรงเปล่งพระสุรเสียงจากศิโยน

ทรงร้องตะโกนจากกรุงเยรูซาเล็ม

ท้องฟ้าและแผ่นดินสั่นสะเทือน

แต่พระยาห์เวห์ทรงเป็นที่ลี้ภัยสำหรับประชากรของพระองค์

ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งสำหรับชาวอิสราเอล

17แล้วท่านทั้งหลายจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน

เราพำนักอยู่ในศิโยน ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเรา

กรุงเยรูซาเล็มจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์o

จะไม่มีคนต่างด้าวยึดครองเมืองนี้อีกเลย

ค. อนาคตรุ่งเรืองของอิสราเอล

 

            18เมื่อวันนั้นมาถึง

ภูเขาจะหลั่งเหล้าองุ่นใหม่

น้ำนมจะไหลตามเนินเขา

ห้วยต่างๆของยูดาห์จะมีน้ำไหล

น้ำจะไหลออกมาจากพุน้ำในพระวิหารของพระยาห์เวห์

และจะรดหุบเขาชิทธีมp

19อียิปต์จะกลายเป็นที่รกร้าง

เอโดมจะกลายเป็นถิ่นทุรกันดารแห้งแล้ง

เพราะความทารุณที่เขาทั้งหลายเคยทำแก่พงศ์พันธุ์ยูดาห์

เขาได้หลั่งโลหิตของผู้บริสุทธิ์ในแผ่นดินของตน

20แต่ยูดาห์จะมีผู้อาศัยอยู่ตลอดไป

กรุงเยรูซาเล็มจะมีผู้อาศัยอยู่ทุกชั่วอายุคน

21เราจะแก้แค้นแทนโลหิตของเขา

จะไม่ปล่อยผู้ทำผิดให้พ้นโทษq

และพระยาห์เวห์จะทรงพำนักในศิโยน

4 a การฟื้นฟูอิสราเอลมีการลงโทษชนชาติที่เบียดเบียนอิสราเอลรวมอยู่ด้วย – เทียบ อบด ข้อ 15-21 - วันของพระยาห์เวห์กลับเป็นการคุกคามเต็มที่ต่อชนชาติที่เป็นศัตรู **** เช่นเดียวกับในบทก่อนๆ พระวาจาของพระยาห์เวห์ (ในข้อ 1-8,12-13,17 [21ก(?)] ถูกจัดไว้สลับกับถ้อยคำของประกาศก (ในข้อ 9-11,14-16,18-20,21ข)

b “ให้ชาวยูดาห์....ได้กลับมา” ยังแปลได้อีกว่า “จะทำให้ยูดาห์และกรุงเยรูซาเล็มกลับมีความรุ่งเรืองอีก”

c “เยโฮชาฟัท” (แปลว่า “พระยาห์เวห์ทรงพิพากษา”) – เช่นเดียวกับในข้อ 12 – เป็นนามสัญลักษณ์สำหรับสถานที่ที่พระยาห์เวห์จะทรงพิพากษาตัดสินนานาชาติ – ดู อสย 66:16; ยรม 25:31 – ในข้อ 14 หุบเขานี้ถูกเรียกว่า “หุบเขาการตัดสิน” – ข้อ 11 และ 16 ชวนให้คิดว่าหุบเขานี้อยู่ใกล้กรุงเยรูซาเล็ม แม้ไม่จำเป็นจะต้องบอกว่าหุบเขานี้คือหุบเขาที่ในปัจจุบันเรียกว่า “หุบเขาโยชาฟัท” (หุบเขาของห้วยขิดโรนทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของพระวิหาร) – ชื่อ “หุบเขาโยชาฟัท” นี้มีหลักฐานย้อนไปได้ถึงคริสตศตวรรษที่ 4 เท่านั้น

d “อิสราเอล” ที่ตรงนี้ไม่หมายถึงอาณาจักรเหนือ แต่หมายถึง “ประชากรของพระยาห์เวห์” ทั้งหมด – เทียบ 2:23,27; 4:1.

e “การทำให้ประชากรกระจัดกระจายไปและการแบ่งปันแผ่นดิน” เป็นการกล่าวพาดพิงถึงการกวาดต้อนเป็นเชลยในปี 597 และ 586 ก.ค.ศ. และการกระทำต่อแผ่นดินและต่อกรุงเยรูซาเล็มโดยชาวเคลเดียและแคว้นต่างๆที่อยู่ติดกับแคว้นยูดาห์โดยรอบ – เทียบ อสค 21:23-27; บทที่ 25; อบด ข้อ 11-14; นฮม 3:10.

f ต่างจากประชากรที่ถูกกล่าวถึงในคำประกาศพระวาจาตอนอื่นๆ ข้อ 1-2 ออกชื่อสองเมืองชัดเจนว่าได้เข้าปล้นสะดมประชากร (ข้อ 5) และจับชาวยิวขายเป็นทาส (อาจเป็นผู้ประสบเคราะห์กรรมในปี 597 และ 586 ก.ค.ศ.) – ดู อมส 1:6-10 (ข้อความนี้อาจเขียนขึ้นในสมัยถูกเนรเทศ) ที่กล่าวโทษทั้งสองเมืองนี้ว่าทำความผิดเดียวกัน

g “ทำให้การกระทำ....ตกเหนือหัว” – ตามกฎการอนุญาตให้ตอบสนองตามส่วนความผิด (“lex talionis” – อพย 21:25) ซึ่งถูกนำมาใช้ในข้อ 5-8; เทียบ สดด 7:14-16; อบด ข้อ 15.

h “ชาวกรีก” – ภาษาฮีบรูว่า “ชาวยาวาน”

i “ชาวเสบา” เป็นชนค้าขายทางใต้ของคาบสมุทรอาหรับ – ดู 1 พกษ 10:1 เชิงอรรถ a; โยบ 6:19; ยรม 6:20.

j เป็นการกลับมาพูดถึงความคิดเรื่องการพิพากษาตัดสินอีก (ข้อ 1-3). นานาชาติอาจมาทำสงครามกับพระยาห์เวห์และเข้ามาบุกรุกศิโยน – เทียบ ศคย 12:3-4; 14:2 – แต่ที่นั่นใน “หุบเขาการตัดสิน” (ข้อ 11-14) เขาจะถูกพิพากษาตัดสินและจะประสบหายนะ ถูกทำลายโดยสิ้นเชิง (ข้อ 15-17)

k “จงเตรียมทำสงคราม” – ตามตัวอักษรว่า “จงทำให้สงครามศักดิ์สิทธิ์” - คนโบราณคิดว่าการสงครามเป็นกิจกรรมศักดิสิทธิ์ – เทียบ 2:16; อสย 13:3; ยรม 6:4; 22:7.

l ข้อความสองบรรทัดนี้ตรงกันข้ามกับข้อความใน อสย 2:4; 11:6 เชิงอรรถ e – เป็นการกระทำหลังจากที่ได้มีการพิพากษาตัดสินแล้ว – ข้อ 18 และ 21.

m “จงรีบมาเถิด” – แปลโดยคาดคะเน (ภาษาฮีบรูว่า hushu) – ตัวบทภาษาฮีบรูว่า cushu ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าแปลว่าอะไร **** “จงมาชุมนุมกัน” – ตามต้นฉบับภาษากรีก – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “เขาทั้งหลายจะมาชุมนุมกัน” - บรรทัดสุดท้ายอาจเป็นข้อความที่ผู้คัดลอกเสริมเข้ามา **** “ทหารชำนาญศึก” หรือ “วีรบุรุษ” ของกองทัพสวรรค์ คือ บรรดาทูตสวรรค์ (“บรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์” ใน ศคย 14:5)

n เป็นคำพิพากษาตัดสินปิดคดี – คำที่ใช้ยังอาจหมายถึงเลื่อนนวดข้าวที่มีหินคมเป็นฟัน – เทียบ อสย 28:27; 41:15; อมส 1:3 – (รากศัพท์มีความหมายว่า “คม, ตัด”) – คำว่า “การเก็บเกี่ยว” ในข้อ 13 ชวนให้คิดถึงภาพเปรียบเทียบนี้ – ถ้าเป็นเช่นนี้ “หุบเขาการตัดสิน” อาจแปลว่า “หุบเขาแห่งเลื่อนนวดข้าว” 

o “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งจะถูกล่วงละเมิดไม่ได้ – ดู อสย 51:23; 52:1; ยรม 31:40; อบด ข้อ 17; นฮม 2:1; ศคย 9:8; 14:21.

p “หุบเขาชีทธิม” – เราไม่รู้ว่าสถานที่นี้อยู่ที่ไหน – ใช้ในบริบทของวรรณกรรมวิวรณ์เกี่ยวกับแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่

q “ไม่ปล่อยผู้ทำผิดให้พ้นโทษ” – ตามต้นบับภาษากรีกและซีเรียค – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “เราจะปล่อยให้โลหิตของเขาไม่ต้องรับโทษ” – ข้อนี้อาจเป็นข้อความที่ผู้คัดลอกเสริมเข้ามาที่ปลายของข้อ 19.

ค้นหาข้อความภาษาไทย

โครงการ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 6

โครงการ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 6 (การอบรมพระคัมภีร์เพื่อสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์)

บทภาวนาปีพระวาจา

บทภาวนาปีพระวาจา

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย