Get Adobe Flash player

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ฉ. กษัตริย์อามาซิยาห์ อุสซียาห์ และโยธามทรงศรัทธาไม่สิ้นสุดใจต่อพระยาห์เวห์

อามาซิยาห์ทรงขึ้นเป็นกษัตริย์

  1. 1อามาซิยาห์ทรงเป็นกษัตริย์เมื่อพระชนมายุยี่สิบห้าพรรษา และทรงครองราชย์เป็นเวลายี่สิบเก้าปีที่กรุงเยรูซาเล็ม พระมารดาทรงพระนามว่าเยโฮอัดดาน ซึ่งทรงเป็นชาวกรุงเยรูซาเล็ม 2พระองค์ทรงกระทำสิ่งที่พระยาห์เวห์ทรงเห็นว่าถูกต้อง แต่ไม่สุดจิตสุดใจ 3เมื่อทรงมีอำนาจปกครองอย่างมั่นคงแล้วก็ทรงประหารชีวิตข้าราชบริพารที่ปลงพระชนม์กษัตริย์โยอาช พระบิดา 4แต่มิได้ทรงประหารชีวิตบุตรของคนเหล่านี้ เพราะมีเขียนไว้ในหนังสือธรรมบัญญัติของโมเสส พระยาห์เวห์ทรงบัญญัติว่า “บิดาไม่ต้องตายเพราะความผิดของบุตร และบุตรไม่ต้องตายเพราะความผิดของบิดา แต่ละคนจะต้องตายเพราะความผิดของตน”

กษัตริย์อามาซิยาห์ทรงได้รับชัยชนะในสงครามกับชาวเอโดมa

          5กษัตริย์อามาซิยาห์ทรงเรียกชนเผ่ายูดาห์และเผ่าเบนยามินมาชุมนุมกันเป็นครอบครัว ทรงจัดแบ่งเป็นกองทหารให้อยู่ใต้บังคับบัญชาของนายพันนายร้อย ทรงสำรวจจำนวนประชากรที่มีอายุตั้งแต่ยี่สิบปีขึ้นไป ทรงพบว่ามีนักรบสามแสนคนพร้อมที่จะออกศึก ถือหอกและโล่เป็นอาวุธ พระองค์ยังทรงใช้เงินหนักราวสามพันห้าร้อยกิโลกรัมจ้างทหารอีกหนึ่งแสนคนมาจากอาณาจักรอิสราเอล 7แต่คนของพระเจ้าคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์ทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ ขออย่าให้กองทัพอิสราเอลรวมพลังกับพระองค์ออกไปทำสงครามเลย เพราะพระยาห์เวห์ไม่สถิตอยู่กับอิสราเอล คือกับชนเผ่าเอฟราอิมทั้งหมด 8ถ้าพระองค์ทรงคิดว่าโดยวิธีนี้จะทรงเข้มแข็งในการรบ พระเจ้าจะทรงทำให้พระองค์ทรงล้มลงต่อหน้าศัตรู เพราะพระเจ้าทรงพลังจะช่วยให้ได้ชัยชนะหรือปล่อยให้พ่ายแพ้ก็ได้” 9กษัตริย์อามาซิยาห์ตรัสถามคนของพระเจ้าว่า “แล้วเราจะทำอย่างไรกับเงินหนักราวสามพันห้าร้อยกิโลกรัมที่เราได้จ่ายให้กองทัพอิสราเอลไปแล้วเล่า” คนของพระเจ้าทูลตอบว่า “พระยาห์เวห์จะประทานแก่พระองค์มากกว่านี้ก็ยังได้” 10กษัตริย์อามาซิยาห์จึงทรงให้กองทัพที่มาสมทบกับพระองค์จากเอฟราอิมกลับบ้าน เขาทั้งหลายโกรธแค้นชาวยูดาห์ และกลับบ้านด้วยความโกรธอย่างมาก

          11กษัตริย์อามาซิยาห์ทรงรวบรวมความกล้า ทรงนำกองทัพออกไปยังหุบเขาเกลือและฆ่าชาวเสอีร์หนึ่งหมื่นคน 12ชาวยูดาห์จับเชลยได้อีกหนึ่งหมื่นคน นำไปบนยอดผาแล้วผลักให้ตกลงไป ทุกคนร่างแหลกเหลวตาย 13ระหว่างนั้น ทหารอิสราเอลที่กษัตริย์อามาซิยาห์ทรงปล่อยให้กลับบ้านไม่ให้ไปร่วมรบด้วย ก็ไปโจมตีเมืองต่างๆของอาณาจักรยูดาห์ ตั้งแต่กรุงสะมาเรียจนถึงเมืองเบธโฮโรน ฆ่าประชาชนสามพันคน และปล้นข้าวของไปเป็นจำนวนมาก

          14เมื่อกษัตริย์อามาซิยาห์เสด็จกลับจากการทำลายกำลังพลชาวเอโดมแล้ว พระองค์ทรงนำรูปเคารพของชาวเสอีร์มาตั้งไว้เป็นเทพเจ้าของพระองค์ ทรงกราบไหว้และถวายกำยานต่อหน้ารูปเหล่านั้น 15ทำให้พระยาห์เวห์ทรงพระพิโรธกษัตริย์อามาซิยาห์ จึงทรงใช้ประกาศกคนหนึ่งไปทูลถามกษัตริย์ว่า “ทำไมพระองค์จึงทรงนมัสการเทพเจ้าที่ช่วยประชากรของตนให้พ้นจากอำนาจของพระองค์ไม่ได้” 16ขณะที่ประกาศกกำลังทูลอยู่นั้น กษัตริย์ก็ตรัสขัดขึ้นว่า “เราแต่งตั้งท่านให้เป็นที่ปรึกษาตั้งแต่เมื่อใดเล่า หยุดเสียที มิฉะนั้นเราจะสั่งให้ฆ่าท่าน” ก่อนที่ประกาศกจะหยุดพูด เขาทูลว่า “ข้าพเจ้ารู้ว่าพระเจ้าทรงตัดสินพระทัยจะทำลายพระองค์ เพราะพระองค์ทรงกระทำเช่นนี้ และไม่ทรงยอมฟังคำแนะนำของข้าพเจ้า”

กองทัพยูดาห์ปราชัยต่อกษัตริย์อิสราเอล

            17กษัตริย์อามาซิยาห์แห่งยูดาห์ทรงฟังคำแนะนำของที่ปรึกษาคนอื่น แล้วทรงส่งทูตไปเฝ้ากษัตริย์เยโฮอาช พระโอรสของกษัตริย์เยฮูแห่งอิสราเอล เพื่อทูลท้าทายให้มาประลองกำลังกัน 18แต่กษัตริย์เยโฮอาชแห่งอิสราเอลทรงส่งสารตอบกษัตริย์อามาซิยาห์แห่งยูดาห์ว่า “พุ่มหนามแห่งเลบานอนส่งสารไปถึงต้นสนสีดาร์แห่งเลบานอนว่า ‘โปรดยกบุตรสาวของท่านให้แต่งงานกับบุตรชายของฉันเถิด’ แต่สัตว์ป่าแห่งเลบานอนผ่านมาเหยียบย่ำพุ่มหนามเสีย 19พระองค์ตรัสว่า ‘เราปราบชาวเอโดมได้’ พระองค์จึงทรงมีพระทัยผยอง ขอพระองค์ทรงอยู่ที่บ้านเถิด ทำไมจะต้องทรงก่อเรื่องเดือดร้อนที่นำหายนะมาถึงพระองค์และชาวยูดาห์พร้อมกับพระองค์ด้วยเล่า”

          20แต่กษัตริย์อามาซิยาห์ไม่ทรงรับฟัง เพราะพระเจ้ามีพระประสงค์จะมอบพระองค์และชาวยูดาห์ไว้ในอำนาจของศัตรู เพราะกษัตริย์อามาซิยาห์ทรงกราบไหว้เทพเจ้าของชาวเอโดมพร้อมกับชาวยูดาห์ 21กษัตริย์เยโฮอาชแห่งอิสราเอลจึงทรงยกทัพมาสู้รบกับกษัตริย์อามาซิยาห์แห่งยูดาห์ที่เมืองเบธ-เชเมชในแผ่นดินยูดาห์ 22กองทัพยูดาห์พ่ายแพ้อิสราเอลและทหารทุกคนต่างหนีกลับบ้านของตน 23กษัตริย์อามาซิยาห์ พระโอรสของเยโฮอาช พระโอรสของเยโฮยาคัศb ทรงถูกกษัตริย์เยโฮอาชแห่งอิสราเอลจับเป็นเชลยที่เมืองเบธ-เชเมช   กษัตริย์เยโฮอาช ทรงนำพระองค์ไปกรุงเยรูซาเล็ม ทรงทำลายกำแพงเมืองตั้งแต่ประตูเอฟราอิมไปจนถึงประตูหัวมุมเป็นระยะทางราวสองร้อยเมตร 24ทรงกวาดทองคำ เงินและเครื่องใช้ทั้งหมดที่ทรงพบในพระวิหารของพระเจ้าในความดูแลของโอเบด-เอโดม และในท้องพระคลัง รวมทั้งผู้คนเป็นตัวประกันกลับไปที่กรุงสะมาเรีย

กษัตริย์อามาซิยาห์สิ้นพระชนม์

            25กษัตริย์อามาซิยาห์แห่งยูดาห์ พระโอรสของกษัตริย์เยโฮอาชแห่งยูดาห์ ยังทรงพระชนม์อยู่ต่อไปอีกสิบห้าปี หลังจากกษัตริย์เยโฮอาชแห่งอิสราเอล พระโอรสของกษัตริย์เยโฮยาคัศสิ้นพระชนม์แล้ว

          26เหตุการณ์ในรัชสมัยกษัตริย์อามาซิยาห์ตั้งแต่ต้นจนจบ มีบันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารของกษัตริย์แห่งยูดาห์และอิสราเอล 27เมื่อกษัตริย์อามาซิยาห์ทรงละทิ้งพระยาห์เวห์แล้ว ที่กรุงเยรูซาเล็มก็มีผู้คบคิดกันจะปลงพระชนม์พระองค์ พระองค์จึงเสด็จหลบหนีไปที่เมืองลาคีช แต่พวกกบฏยังส่งคนตามไปปลงพระชนม์พระองค์ที่นั่น 28แล้วนำพระศพบรรทุกม้ากลับมากรุงเยรูซาเล็ม นำไปฝังไว้กับบรรพบุรุษในนครของดาวิดc

25 a เรื่องราวที่เล่าในข้อ 5-16 นี้ตรงกับข้อความใน 2 พกษ 14 เพียงข้อเดียว คือ 14:7 – ผู้เขียนพงศาวดารดูเหมือนจะได้รายละเอียดมาจากแหล่งข้อมูลอื่นที่มีรายละเอียดมากกว่า ทหารรับจ้างชาวอิสราเอลซึ่งไม่มีโอกาสได้ของเชลยในกรณีที่รบชนะชาวเอโดม จึงไปปล้นเมืองต่างๆของอาณาจักรยูดาห์เป็นการแก้แค้น การทำเช่นนี้ทำให้ชาวยูดาห์ทำสงครามตอบโต้ชาวอิสราเอลดังที่มีเล่าในข้อ 17ฯ – 2 พกษ 14 ให้เหตุผลของสงครามครั้งนี้เพียงประการเดียว คือ การที่กษัตริย์อามาซิยาห์ทรงหยิ่งผยองที่ได้ทรงรบชนะชาวเอโดม – ให้สังเกตเรื่องเล่าต่อมาถึงการที่บรรดาประกาศกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยในข้อ 7 และ 15

b “เยโฮยาคัศ” - บางคนคิดว่าหมายถึงกษัตริย์อาหัสยาห์

c “ดาวิด” – แปลตามสำนวนแปลโบราณ และ 2 พกษ 14:20 – ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “ยูดาห์”