Get Adobe Flash player

ความรักต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นสาระสำคัญของธรรมบัญญัติe

32จงจำใส่ใจ และปฏิบัติตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านทรงบัญชาแก่ท่าน     อย่าหันไปทางขวาหรือทางซ้ายเลย  33แต่จงเดินตามทางซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านทรงบัญชาท่านไว้ทุกประการ เพื่อท่านจะได้อยู่อย่างมีความสุขและจะมีชีวิตยืนยาวในแผ่นดินที่ท่านกำลังเข้ายึดครอง 

6  1ต่อไปนี้เป็นบทบัญญัติ ข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ที่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านทรงบัญชาให้ข้าพเจ้าสั่งสอนท่านทั้งหลาย เพื่อท่านจะได้ปฏิบัติตามในแผ่นดินที่ท่านกำลังเข้าไปยึดครอง  2ตราบเท่าที่ท่านทั้งหลายยังมีชีวิตอยู่ ท่านกับบุตรหลานของท่านจะต้องยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านa ปฏิบัติตามข้อกำหนดและบทบัญญัติซึ่งข้าพเจ้ามอบให้ท่าน เพื่อท่านจะมีชีวิตยืนยาว  3ชาวอิสราเอลเอ๋ย จงฟังและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แล้วท่านทั้งหลายจะอยู่อย่างมีความสุข และจะทวีจำนวนมากขึ้นในแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ ดังที่องค์พระผู้เป็นเจ้าของบรรพบุรุษของท่านทรงสัญญาไว้

4ชาวอิสราเอลเอ๋ย จงฟังเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรงเป็นพระเจ้าของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้ามีเพียงพระองค์เดียวb  5ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน สุดจิตใจ สุดวิญญาณ และสุดกำลังของท่านc  6ถ้อยคำเหล่านี้ที่ข้าพเจ้ามอบให้ท่านในวันนี้ จะต้องอยู่ในใจของท่าน  7ท่านจะต้องพร่ำสอนบรรดาบุตรของท่าน ด้วยถ้อยคำเหล่านี้ ทั้งเวลานั่งอยู่ในบ้าน และเดินตามถนน ทั้งเวลาไปนอนและตื่นนอน  8ท่านจะต้องผูกไว้ที่มือเป็นเครื่องหมาย คาดไว้ที่หน้าผาก  9ท่านจะต้องเขียนไว้ที่เสาประตูบ้านของท่านและที่ประตูเมือง

10องค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านจะทรงนำท่านเข้าไปในแผ่นดินที่พระองค์ทรงสาบานไว้กับอับราฮัม อิสอัค และยาโคบบรรพบุรุษของท่านว่าจะประทานให้ท่าน พระองค์จะทรงนำท่านเข้าไปในเมืองใหญ่และรุ่งเรืองที่ท่านไม่ได้สร้าง  11ในบ้านเรือนที่เต็มไปด้วยของดี ๆ ที่ท่านไม่ได้สะสมไว้ มีบ่อน้ำที่ท่านไม่ได้ขุด มีสวนองุ่นและสวนมะกอกเทศที่ท่านไม่ได้ปลูก เมื่อท่านได้กินจนอิ่มแล้ว  12จงจำใส่ใจ อย่าลืมองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงนำท่านออกจากแผ่นดิน   อียิปต์ ให้พ้นจากการเป็นทาส  13ท่านจะต้องยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน ท่านจะต้องกราบไหว้พระองค์และสาบานโดยออกพระนามของพระองค์เท่านั้น


6 a "ความยำเกรงพระยาห์เวห์" เป็นสำนวนที่แสดงความซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญา ดังนั้น ความยำเกรงที่กล่าวใน อพย 20:20 เชิงอรรถ i จึงรวมทั้งความรักซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความรักของพระเจ้า (4:37) และความเชื่อฟังอย่างไม่มีเงื่อนไขต่อทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงบัญชา (6:2-5; 10:12-15; ดู ปฐก 22:12) ชาวอิสราเอลจะค่อย ๆ พัฒนาความเข้าใจทีละเล็กทีละน้อยว่าจะต้องแสดงความยำเกรงอย่างไรและในเรื่องใดบ้าง (ยชว 24:14; 1 พกษ 18:3,12; 1 พกษ 4:1; สภษ 8:7 เชิงอรรถ a; อสย 11:2; ยรม 32:39)

b ยังแปลได้อีกว่า "พระยาห์เวห์ พระเจ้าของเรา ทรงเป็นพระยาห์เวห์แต่องค์เดียว" ประโยคนี้เป็นการยืนยันว่ามีพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น ชาวยิวในภายหลังใช้ประโยคนี้เป็นการเริ่มต้นของบทภาวนาประจำวันที่เรียกว่า shema (จงฟังเถิด)

          ชาวอิสราเอลค่อย ๆ พัฒนาความเข้าใจความเชื่อในพระเจ้าหนึ่งเดียวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อคำนึงถึงพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับตน และที่ทรงเลือกสรรตนให้เป็นประชากรพิเศษของพระองค์ (ปฐก 6:18; 12:1 เชิงอรรถ a; 15:1 เชิงอรรถ a; 21:1 เชิงอรรถ a) ตั้งแต่สมัยโบราณ ชาวอิสราเอลไม่เคยยืนยันอย่างชัดเจนว่ามีพระอื่น ๆ อยู่ด้วย แต่ยืนยันเสมอว่าพระเจ้าของตนทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงชีวิต (5:26 เชิงอรรถ d) และค่อย ๆ เข้าใจอีกว่าพระองค์ทรงปกครองโลกแต่พระองค์เดียว เช่นเดียวกับที่ทรงปกครองประชากรของพระองค์ (อพย 3:16 เชิงอรรถ h; 1 พกษ 8:56-60; 18:21; 2 พกษ 19:15-19; บสร 1:8-9; อสย 42:8 เชิงอรรถ e; อมส 4:13; 5:8; มคา 1:11; ศคย 14:9) และในที่สุดชาวอิสราเอลจะยืนยันโดยหลักการด้วยว่า พระอื่น ๆ ไม่มีความเป็นอยู่เลย (ปชญ 13:10 เชิงอรรถ e; 14:12-14; อสย 40:20 เชิงอรรถ m; 41:21 เชิงอรรถ i)

c การรักพระเจ้าไม่ใช่สิ่งที่เราจะเลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่เป็นคำสั่งที่จำเป็นต้องปฏิบัติ ความรักนี้สะท้อนความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อประชากรของพระองค์ (4:37; 7:8; 10:15) และรวมความยำเกรงพระเจ้า หน้าที่รับใช้พระองค์และปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ด้วย (ข้อ 13; 10:12-13; 11:1; ดู 30:2) เราพบคำสั่งอย่างชัดเจนที่จะต้องรักพระเจ้า เพียงในหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติเท่านั้น แต่จะพบคำเตือนในแนวเดียวกันทั้งใน 2 พกษ 23:35 และ ฮชย 6:6 เรายังพบเรื่องความรักต่อพระเจ้า แม้จะไม่เป็นคำสั่งในหนังสือเพลงสดุดีและหนังสือประกาศก เช่น โฮเชยาและเยเรมีย์ด้วยเช่นกัน พระเยซูเจ้าทรงอ้างถึง ฉธบ 6:5 และตรัสว่าบทบัญญัติข้อนี้เป็นบทบัญญัติที่สำคัญที่สุด          (มธ 22:37//) ความรักนี้จะต้องมีความยำเกรงพระเจ้าควบคู่ไปด้วย แต่ต้องเป็นความยำเกรงเยี่ยงบุตรต่อบิดา มิใช่เยี่ยงทาสต่อนาย (1 ยน 4:18)