III การแตกแยกทางการเมืองและศาสนา

การชุมนุมที่เมืองเชเคม

12 1เรโหโบอัมเสด็จไปที่เมืองเชเคม เพราะชาวอิสราเอลทั้งหมดมาชุมนุมกันที่นั่นเพื่อจะตั้งพระองค์เป็นกษัตริย์ 2เมื่อเยโรโบอัมบุตรของเนบัท ซึ่งหนีกษัตริย์ซาโลมอนไปอยู่ในอียิปต์รู้ข่าว ก็อยู่ในอียิปต์ต่อไปa 3แต่ชาวอิสราเอลทุกคนbที่มาชุมนุมส่งคนไปเรียกเขามา แล้วทูลเรโหโบอัมพร้อมกันว่า  4“พระราชบิดาของพระองค์ทรงบังคับพวกเราให้แบกแอกหนัก บัดนี้ขอพระองค์ทรงผ่อนคลายการงานทารุณที่พระราชบิดาทรงเกณฑ์ให้พวกเราทำ และขอพระองค์ทรงทำให้แอกหนักที่บังคับให้พวกเราแบกเบาลง แล้วพวกเราจะรับใช้พระองค์” 5เรโหโบอัมตรัสตอบว่า “จงกลับไปก่อน อีกสามวันจงกลับมาพบเรา” ประชาชนก็กลับไป

          6กษัตริย์เรโหโบอัมทรงปรึกษาบรรดาผู้อาวุโสซึ่งเคยรับใช้กษัตริย์ซาโลมอน พระราชบิดาขณะยังทรงพระชนม์อยู่ ทรงถามว่า “ท่านทั้งหลายแนะนำเราให้ตอบประชาชนนี้ว่าอย่างไร” 7เขาทั้งหลายทูลตอบว่า “ถ้าบัดนี้พระองค์ทรงยอมฟังเสียงของประชาชน ยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของเขา ถ้าพระองค์ทรงใช้พระวาจาอ่อนโยนตอบเขา เขาจะเป็นผู้รับใช้พระองค์ตลอดไป” 8แต่กษัตริย์เรโหโบอัมไม่ทรงรับฟังคำแนะนำของบรรดาผู้อาวุโส กลับไปทรงปรึกษาคนหนุ่มที่เติบโตมาพร้อมกับพระองค์และรับใช้พระองค์อยู่ 9พระองค์ทรงถามเขาว่า “ประชาชนขอให้เราผ่อนคลายแอกที่พระราชบิดาของเราทรงบังคับเขาให้แบก ท่านทั้งหลายจะแนะนำเราให้ตอบเขาว่าอย่างไร” 10บรรดาคนหนุ่มที่เติบโตมาพร้อมกับพระองค์ทูลตอบว่า “พระองค์ทรงควรตอบประชาชนที่ทูลขอพระองค์ให้ทรงผ่อนคลายแอกที่พระราชบิดาของพระองค์ทรงเกณฑ์เขาให้แบกว่า ‘นิ้วก้อยของเราใหญ่กว่าเอวของพระราชบิดาของเราเสียอีก 11ถ้าพระราชบิดาของเราทรงให้ท่านทั้งหลายแบกแอกหนัก เราจะทำให้แอกของท่านหนักกว่าเดิมอีก ถ้าพระราชบิดาของเราทรงใช้แส้โบยท่าน เราจะใช้แส้ที่มีลูกตุ้มเฆี่ยนท่าน’”

          12สามวันต่อมา เยโรโบอัมกับประชาชนทั้งหมดกลับมาพบกษัตริย์เรโหโบอัมตามที่กษัตริย์รับสั่งไว้ว่า “อีกสามวันจงกลับมาพบเรา” 13กษัตริย์ทรงตอบประชาชนอย่างดุดัน ไม่ทรงยอมปฏิบัติตามคำแนะนำของบรรดาผู้อาวุโส 14พระองค์ทรงรับสั่งตามคำแนะนำของบรรดาคนหนุ่มว่า “พระราชบิดาทรงบังคับให้ท่านทั้งหลายแบกแอกหนัก เราจะทำให้แอกของท่านหนักกว่าอีก ถ้าพระราชบิดาทรงใช้แส้โบยท่าน เราจะใช้แส้ที่มีลูกตุ้มเฆี่ยนท่าน”

          15กษัตริย์ไม่ทรงยอมฟังเสียงของประชาชน และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตามพระประสงค์ของพระยาห์เวห์ เพื่อให้พระวาจาที่พระยาห์เวห์ตรัสแก่เยโรโบอัมบุตรของเนบัทโดยผ่านทางประกาศกอาหิยาห์ชาวชิโลห์เป็นจริง 16เมื่ออิสราเอลทั้งหมดเห็นว่ากษัตริย์ไม่ทรงยอมฟังเสียงของพวกเขา ประชาชนจึงทูลตอบกษัตริย์ว่า

          “เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกษัตริย์ดาวิดอีกต่อไป

          เราไม่มีมรดกร่วมกับบุตรของเจสซีอีก

          ชาวอิสราเอลเอ๋ย จงกลับไปบ้านเถิด

          กษัตริย์ดาวิดเอ๋ย จงดูแลราชวงศ์ของพระองค์เองเถิด”

          แล้วชาวอิสราเอลก็กลับไปบ้าน 17กษัตริย์เรโหโบอัมทรงเป็นกษัตริย์ปกครองชาวอิสราเอลซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองของยูดาห์เท่านั้น 18เมื่อกษัตริย์เรโหโบอัมทรงส่งอาโดรัม ผู้ควบคุมการเกณฑ์แรงงานไปปฏิบัติงาน ชาวอิสราเอลก็เอาหินทุ่มเขาจนตาย กษัตริย์เรโหโบอัมทรงรีบขึ้นรถศึกหนีมาถึงกรุงเยรูซาเล็ม 19ตั้งแต่นั้นมาอิสราเอลเป็นกบฏต่อราชวงศ์ดาวิดจนถึงวันนี้

 

อาณาจักรแตกแยก

          20เมื่อชาวอิสราเอลทุกคนได้ยินว่าเยโรโบอัมกลับมาแล้ว จึงส่งคนไปเรียกเขามายังที่ชุมนุม แล้วแต่งตั้งเขาเป็นกษัตริย์ปกครองชาวอิสราเอลทั้งหมด ไม่มีเผ่าใดนอกจากเผ่ายูดาห์ที่ยังคงจงรักภักดีต่อราชวงศ์ดาวิด

          21กษัตริย์เรโหโบอัมเสด็จกลับมาถึงกรุงเยรูซาเล็ม ทรงระดมกำลังพลจากเผ่ายูดาห์และเบนยามินได้นักรบชำนาญศึกหนึ่งแสนแปดหมื่นคนไปทำสงครามกับชาวอิสราเอล เพื่อคืนอาณาจักรแก่เรโหโบอัม ราชโอรสของกษัตริย์ซาโลมอน 22แต่พระยาห์เวห์ตรัสแก่เชไมอาห์คนของพระเจ้าว่า  23“จงไปบอกเรโหโบอัม โอรสของกษัตริย์ซาโลมอน กษัตริย์แห่งยูดาห์ และบอกชนเผ่ายูดาห์ เผ่าเบนยามินทุกคน และประชาชนที่เหลือว่า   24“พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ อย่าไปทำสงครามกับชาวอิสราเอลพี่น้องของท่าน ทุกคนจงกลับไปบ้าน เพราะเราเป็นผู้บันดาลให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น” เขาทั้งหลายเชื่อฟังพระวาจาของพระยาห์เวห์ ต่างกลับไปบ้านของตนตามพระบัญชาของพระองค์

          25กษัตริย์เยโรโบอัมทรงสร้างป้อมปราการที่เมืองเชเคมในแถบภูเขาเอฟราอิม แล้วประทับอยู่ที่นั่น ต่อจากนั้นพระองค์เสด็จจากเมืองเชเคมไปสร้างป้อมปราการที่เมืองเปนูเอล

ศาสนาแตกแยก

            26กษัตริย์เยโรโบอัมทรงคิดว่า “ในสถานการณ์เช่นนี้อาณาจักรคงจะต้องกลับไปสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ดาวิด 27ถ้าประชาชนนี้ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อถวายเครื่องบูชาในพระวิหารของพระยาห์เวห์ เขาจะเปลี่ยนใจกลับไปจงรักภักดีต่อเจ้านายของเขา คือเรโหโบอัมกษัตริย์แห่งยูดาห์ แล้วจะฆ่าเราเสีย”c 28กษัตริย์จึงทรงปรึกษากับข้าราชบริพารและทรงสร้างรูปโคทองคำขึ้นสองตัวd ทรงประกาศแก่ประชาชนว่า “ท่านทั้งหลายไม่ต้องเดินทางขึ้นไปกรุงเยรูซาเล็มอีกแล้ว ชาวอิสราเอลทั้งหลาย นี่คือพระเจ้าของท่าน ผู้ทรงนำท่านออกจากแผ่นดินอียิปต์” 29กษัตริย์เยโรโบอัมทรงประดิษฐานรูปโคทองคำตัวหนึ่งไว้ที่เมืองเบธเอล และอีกตัวหนึ่งไว้ที่เมืองดาน 30การกระทำเช่นนี้เป็นเหตุให้ประชาชนทำบาป เขาเดินทางไปนมัสการรูปโคทองคำทั้งที่เมืองเบธเอลและที่เมืองดานe 31พระองค์ทรงสร้างสักการสถานไว้บนที่สูง และทรงแต่งตั้งสมณะจากตระกูลต่างๆซึ่งไม่ใช่ลูกหลานของเลวี 32กษัตริย์เยโรโบอัมยังทรงกำหนดวันฉลองในวันที่สิบห้าเดือนแปด เหมือนงานฉลองในเผ่ายูดาห์ เมื่อพระองค์ทรงถวายเครื่องบูชาแก่รูปโคทองคำที่ทรงสร้างขึ้นที่เมืองเบธเอลf พระองค์ทรงขึ้นบนพระแท่นถวายด้วยพระองค์เอง และพระองค์ยังทรงแต่งตั้งสมณะจากสักการสถานที่ทรงสร้างในที่สูงมาปฏิบัติหน้าที่ที่เมืองเบธเอลด้วย 33ในวันที่สิบห้าเดือนแปด พระองค์เสด็จขึ้นบนพระแท่นบูชาที่ทรงสร้างขึ้นที่เมืองเบธเอล พระองค์ทรงกำหนดวันที่สิบห้าเดือนแปดให้เป็นวันฉลองสำหรับชาวอิสราเอลตามที่พระองค์พอพระทัย พระองค์เสด็จขึ้นไปบนพระแท่นเพื่อทรงเผากำยาน

12 a “ก็อยู่ในอียิปต์ต่อไป” สำนวนแปลโบราณภาษากรีกและ 2 พศด 10:2-3 ว่า “กลับมาจากอียิปต์”

b “ชาวอิสราเอลทุกคน” ที่นี่เช่นเดียวกับในเอกสารโบราณ หมายถึงเผ่าทางเหนือต่างจากเผ่ายูดาห์ทางใต้ ชาวยูดาห์ที่กรุงเยรูซาเล็มยอมรับเรโหโบอัมเป็นกษัตริย์ ส่วนที่เมืองเชเคม ชาวอิสราเอลซึ่งกษัตริย์ซาโลมอนทรงให้ความสำคัญน้อยกว่าชนเผ่ายูดาห์ เรียกร้องให้ทำข้อตกลงกันใหม่ ชาวอิสราเอลเผ่าทางเหนือไม่พอใจต่อสถานการณ์เช่นนี้มานานแล้ว

c ต้นฉบับภาษาฮีบรูเสริมว่า “เขาจะกลับไปจงรักภักดีต่อเรโหโบอัม กษัตริย์แห่งยูดาห์” ซึ่งเป็นข้อความซ้ำซ้อน ไม่มีในต้นฉบับภาษากรีก

d กษัตริย์เยโรโบอัมทรงปรารถนาเพียงไม่ให้ประชาชนเผ่าทางเหนือไปนมัสการพระยาห์เวห์ที่กรุงเยรูซาเล็มเท่านั้น ไม่ได้มีพระประสงค์จะละทิ้งพระยาห์เวห์ หีบพันธสัญญาในพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มเป็นสัญลักษณ์ของการประทับอยู่ของพระยาห์เวห์ที่นั่นฉันใด กษัตริย์เยโรโบอัมทรงสร้างรูปโคทองคำเป็นที่รองพระบาทของพระยาห์เวห์ซึ่งมนุษย์แลเห็นไม่ได้ฉันนั้น ที่ทรงทำเช่นนี้เป็นการกระทำตามธรรมเนียมโบราณ เช่นเดียวกับรูปลูกโคทองคำใน อพย 32 ทั้งสองเรื่องนี้ในภายหลังได้รับความหมายในแง่ลบจากแนวความคิดของสำนักเฉลยธรรมบัญญัติ เพราะรูปโคยังเป็นสัญลักษณ์ของพระบาอัลที่ชาวคานาอันนับถืออีกด้วย กษัตริย์เยโรโบอัมจึงทรงเปิดทางให้ชาวอิสราเอลมานมัสการรูปโคเป็นสัญลักษณ์ของพระบาอัลแทนพระยาห์เวห์ (ดู ฮชย 13:2)  เหตุการณ์นี้จึงเป็นที่มาของสำนวน “บาปของเยโรโบอัม” ซึ่งจะเป็นเหมือนคำพังเพยที่นักประวัติศาสตร์สำนักเฉลยธรรมบัญญัติตำหนิความผิดของบรรดากษัตริย์ของอิสราเอลตลอดมา

e “รูปโคทองคำทั้งที่เมืองเบธเอลและที่เมืองดาน” แปลโดยคาดคะเน ต้นฉบับภาษาฮีบรูว่า “รูปโคตัวหนึ่งจนถึงเมืองดาน” * เมืองดานอยู่ทางเหนือสุดใกล้ต้นน้ำของแม่น้ำจอร์แดน ส่วนเมืองเบธเอลอยู่บนเส้นทางไปกรุงเยรูซาเล็มใกล้พรมแดนของยูดาห์ สักการสถานทั้งสองแห่งนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว (ปฐก 12:8; วนฉ 17:18)

f วิหารใหม่ที่เมืองเบธเอล เช่นเดียวกับพระวิหารของกษัตริย์ซาโลมอนที่กรุงเยรูซาเล็มมีพิธีสมโภชถวายแด่พระเจ้าในเทศกาลอยู่เพิง (วันที่สิบห้าเดือนแปด)